533.jpg
อว. กางยุทธศาสตร์สู้ฝุ่น ยศชนัน นิกร สั่งเดินเครื่อง ห้องปลอดฝุ่นครบวงจร ฝีมือคนไทย

อว. กางยุทธศาสตร์สู้ฝุ่น ยศชนัน นิกร สั่งเดินเครื่อง ห้องปลอดฝุ่นครบวงจร ฝีมือคนไทย

วันเสาร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.35 น.

วันที่ 18 เม.ย. 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นำคณะผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารท้องถิ่น และ นายก อบจ.เชียงใหม่ รวมถึงผู้สมัคร สส.เชียงใหม่ ของพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่เปิดตัวและเดินเครื่องติดตั้ง “ห้องปลอดฝุ่นครบวงจร” นวัตกรรมฝีมือนักวิจัยไทยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ สถานสงเคราะห์เด็กบ้านเวียงพิงค์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เพื่อช่วยกลุ่มเปราะบางในภาคเหนือสู้วิกฤต PM 2.5 อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยต้นทุนเพียง 3,600 บาทต่อห้อง

ก่อนตรวจเยี่ยม ศ.ดร.ยศชนัน ได้หยิบเครื่องวัดฝุ่นพกพาขึ้นมาตรวจวัดคุณภาพอากาศนอกอาคารด้วยตนเอง พบค่าฝุ่นพุ่งสูงถึง 150-180 ไมโครกรัม/ลบ.ม. ซึ่งอยู่ในระดับวิกฤตที่กระทบสุขภาพประชาชนโดยตรง ท่ามกลางกลุ่มควันที่ปกคลุมทั่วจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมย้ำว่าสถานการณ์นี้รอไม่ได้ต้องลงมือแก้ด้วยเทคโนโลยีที่ใช้ได้จริงทันที


ยศชนัน

ศ.ดร.ยศชนัน เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้า 2 แนวทางคู่ขนานคือระยะสั้น นำเทคโนโลยีฝีมือคนไทยมาแก้ปัญหาให้คนไทยในราคาประหยัด โดย “ห้องปลอดฝุ่นครบวงจร” ผลงานวิจัยของ มช. นำโดย ศ.ปฏิบัติ ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล ผู้อำนวยการ UNISERV และหัวหน้าศูนย์ CCDC ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก คือ ระบบความดันบวก (Positive Pressure) ร่วมกับ เครื่องฟอกอากาศ DIY และ เซนเซอร์ IoT วัดฝุ่น ซึ่งจะทำงานประสานกันทั้งเติมอากาศใหม่และเก็บกวาดฝุ่นภายในห้อง ติดตั้งเสริมในอาคารเดิมได้ทันที พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ท้องถิ่นและช่างชุมชนผลิต-ซ่อมบำรุงได้เอง เพื่อให้การแก้ปัญหาเกิดขึ้นจริงและยั่งยืนในพื้นที่

สำหรับระยะยาว รัฐบาลจะเดินหน้านำ deep tech มาใช้สืบค้นต้นตอของปัญหาฝุ่นอย่างแท้จริง พัฒนาระบบตรวจจับไฟป่าแบบเรียลไทม์ และเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ร่วมพัฒนากับผู้ใช้งานจริง โดยเฉพาะอาสาสมัครดับไฟป่า พร้อมตั้งเป้าให้ใช้งานได้จริงภายใน 1 ปี เพื่อลดปัญหาฝุ่นที่ต้นเหตุ โดยเฟสแรก จะขยายผล “ห้องปลอดฝุ่นครบวงจร” ไปยัง 83 แห่ง ใน 8 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง ทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย พร้อมเป้าหมายระยะถัดไปขยายสู่ทั่วประเทศในระยะเวลาอันใกล้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยจากมลพิษทางอากาศอย่างเป็นระบบ

ยศชนัน

นอกจากนี้ คณะยังได้เดินทางไปยังสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) อ.แม่ริม เพื่อประชุมบูรณาการแนวทางการแก้ไขปัญหาและปฏิบัติการบรรเทาฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือ 

ระหว่างการประชุม ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ประเทศไทยโดยเฉพาะในพื้นที่เชียงใหม่มีศักยภาพในการผลิตนวัตกรรมแก้ไขปัญหาฝุ่นได้เองมานานแล้ว หรือที่เรียกว่า "Made in Chiang Mai" ซึ่งควรได้รับการสนับสนุนให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานอย่างเป็นทางการเพื่อการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน โดยเน้นการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ากับการทำงานในพื้นที่ เช่นเรื่องห้องความดันบวก และมุ้งกันฝุ่นที่เป็นนวัตกรรม DIY ราคาถูกเพื่อให้คนทั่วไปและกลุ่มเปราะบางเข้าถึงได้ง่าย และสามารถดึงสถานศึกษาในเครืออาชีวะ มหาวิทยาลัยราชมงคล หรือราชภัฏ เข้ามาเป็นแกนกลางในการช่วยดำเนินการให้ชุมชนได้ทันที 

ยศชนัน

นอกจากนี้ยังเน้นนโยบายการใช้ข้อมูลเชิงลึกระดับโมเลกุลและเทคโนโลยี AI เพื่อวิเคราะห์ต้นตอของฝุ่นและจุดเกิดไฟป่าให้แม่นยำยิ่งขึ้น ผ่านการทำงานร่วมกันข้ามกระทรวง ทั้งกระทรวงมหาดไทย และกระทรวง พม. เพื่อดูแลสุขภาพของประชาชนเป็นสำคัญ ส่วนในเรื่องของกฎหมาย ภาครัฐมีความยินดีที่จะเร่งผลักดันให้ครอบคลุมทุกภาคส่วนและคลอดออกมาให้เร็วที่สุด แต่ในระหว่างที่รอข้อกฎหมาย ทุกหน่วยงานสามารถเริ่มลงมือแก้ปัญหาด้วยนวัตกรรมและฐานข้อมูลที่มีอยู่ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ

ด้านนายนิกร กล่าวว่า การแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 เป็นนโยบายเร่งด่วนของกระทรวง พม. ที่ต้องเร่งคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง ทั้งเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และคนพิการ ผ่านการขยายผล ‘ห้องปลอดฝุ่น’ ในสถานสงเคราะห์ต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะใน 8 จังหวัดภาคเหนือที่มีความต้องการเร่งด่วน (Quick Win) รวม 83 แห่ง ซึ่ง พม. จะบูรณาการร่วมกับกระทรวง อว. เพื่อนำนวัตกรรมมาสร้างพื้นที่ปลอดภัย พร้อมจัดทีมหน่วยเคลื่อนที่เร็ว (RRU) ลงพื้นที่ห่างไกล และมีแผนขยายผลให้ครอบคลุมกลุ่มเปราะบางกว่า 2.3 ล้านคนใน 17 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

ยศชนัน

ยศชนัน

ยศชนัน

ยศชนัน

ยศชนัน

ยศชนัน

ยศชนัน

ยศชนัน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top