วันอาทิตย์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2569
533.jpg
ประชุมปลาไหล หนูนาย้ำเนื้อเดียวกับภท. มีลุ้นยุบพรรคไปรวมกัน

ประชุมปลาไหล หนูนาย้ำเนื้อเดียวกับภท. มีลุ้นยุบพรรคไปรวมกัน

วันอาทิตย์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ประชุมปลาไหล
หนูนาย้ำเนื้อเดียวกับภท.
มีลุ้นยุบพรรคไปรวมกัน

“ชาติไทยพัฒนา”เจ้าของฉายาปลาไหลดั้งเดิมของแท้ ประชุมใหญ่ที่สุพรรณบุรี “กัญจนา”ลั่น“วราวุธ” เป็นรมต.อุตสาหกรรม ทั้งอดีตสส.พรรคได้เข้าสภารับใช้ประชาชนมากกว่าเดิม การันตี“ชทพ.-ภท.”เป็นเนื้อเดียวกัน จะยุบรวมหรือไม่ เป็นเรื่องของอนาคต

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 18 เมษายน 2569 ที่โรงแรมสองพันบุรี อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนาได้จัดการประชุมใหญ่สามัญครั้งที่2/2569 โดยมีน.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาเป็นประธาน ซึ่งมีแกนนำพรรค และสมาชิกพรรคคนสำคัญเข้าร่วมหลายคนประกอบด้วย นายจองชัย เที่ยงธรรม สมาชิกพรรค, นายธีระ วงศ์สมุทร ที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนาและประธานคณะกรรมการดำเนินกิจการของพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจำจังหวัด, นายสมชาย สุจิตต์หัวหน้าสาขาพรรคชาติไทยพัฒนา


เคลียร์ปมสส.ย้ายซบภท.

โดยน.ส.กัญจนา กล่าวในที่ประชุมว่าการเลือกตั้งผ่านพ้นไปแล้ว มีการตั้งรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว นายวราวุธศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาไปเป็น รมว.อุตสาหกรรม อดีตสส.พรรคชาติไทยพัฒนา ได้เป็น สส.ของพรรคภูมิใจไทย มีโอกาสทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน ที่น่ายินดีคือ นายนิกร จำนง ซึ่งเป็นสมาชิกเก่าแก่ของพรรคได้มีโอกาสเป็นสส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทยด้วย

“อยากบอกคนสุพรรณบุรีว่า ณ ตอนที่นายวราวุธ และอดีต สส.ของพรรคย้ายไปพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาอาจจะเกิดความไม่เข้าใจและตำหนิว่าย้ายพรรค อยากเรียนว่าถ้าวันนั้นนายวราวุธและน้องๆ สมาชิกพรรคไม่ย้ายไปในวันนี้ อย่าว่าแต่เป็นรัฐมนตรีเลย นายวราวุธจะได้เป็นสส.หรือไม่ สส.คงไม่ได้เป็น พื้นที่และตำแหน่งที่จะรับใช้ประชาชนโอกาสตรงนั้นคงน้อยลง คนพูดสวยหรูว่าอยู่ตรงไหนก็ทำงานได้แต่นั่นเป็นแค่คำพูด ความเป็นจริงการมีตำแหน่งทางการเมือง มีศักยภาพในการรับใช้พี่น้องประชาชนสูงกว่ามาก ยิ่งนายวราวุธได้เป็นรัฐมนตรีจะดูแลพี่น้องได้มากกว่าเป็น สส. ถ้านายวราวุธไม่ได้เป็นอะไร จะดูแลพี่น้องประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน การที่พวกเขาไปพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นพรรคใหญ่และเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลทำให้มีเครือข่ายประสานงานในกระทรวงต่างๆ ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น” หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ย้ำ

แจง‘พ่อเติ้ง’ไม่ได้ก่อตั้งชท.

น.ส.กัญจนา กล่าวว่าบางคนพูดว่า นายวราวุธทิ้งพรรคที่พ่อสร้างอยากชี้แจงอีกครั้งว่าพรรคชาติไทยในอดีต นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯก็ไม่ได้ก่อตั้ง พรรคชาติไทยก่อตั้งปี 2517 โดยผู้ใหญ่กลุ่มซอยราชครู คือ พล.ต.ประมาณ อดิเรกสาร
ยศขณะนั้น พล.ต.ชาติชาย ชุณหะวัณ ยศขณะนั้น และ พล.ต.ศิริ สิริโยธิน โดยผู้ใหญ่ทั้ง 3 คน เป็นผู้ก่อตั้งพรรคขึ้นมาในปี 2519 ตอนนั้นมีข่าวว่านายบรรหารจะลงพรรคการเมืองก็มีพรรคต่างๆมาทาบทาม แต่นายบรรหารเลือกมาอยู่กับพรรคชาติไทยและเติบโตในพรรคชาติไทยมาตลอด ย้ำว่านายบรรหารไม่ได้เป็นคนตั้งพรรคชาติไทย พรรคเขา มีของเขาอยู่ นายบรรหารแค่ต้องการหาพื้นที่ทำงานให้กับคนสุพรรณบุรีและคนไทยทั้งประเทศจึงหาพรรคที่ให้โอกาสได้ วันนี้ก็เช่นเดียวกันนายวราวุธถ้าอยู่กับพรรคชาติไทยพัฒนา คงไม่มีศักยภาพรับใช้พี่น้องประชาชนได้เต็มที่ การย้ายไปพรรคภูมิใจไทยก็เหมือนกับนายบรรหารมาอยู่กับพรรคชาติไทยในตอนต้น

ป้อง‘ท็อป’ภท.ให้โอกาสทำงาน

น.ส.กัญจนา กล่าวต่อว่า พรรคชาติไทยทุกยุคจนมาปี 2551 เกิดเป็นพรรคชาติไทยพัฒนาถึงวันนี้ คนที่ค่อนแคะตำหนินายวราวุธ อยากย้ำว่านายบรรหารไม่ได้สร้างพรรคชาติไทย แต่เป็นพรรคที่มีอยู่แล้วและไปอยู่กับพรรคนั้น เพื่อต้องการพื้นที่ในการทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนและทุกวันนี้ถ้าพี่น้องประชาชนมีเรื่องเดือดร้อนอะไร ในฐานะที่เราเป็นพรรคพี่พรรคน้องเชื่อมกันได้ ให้มาบอกพรรคชาติไทยพัฒนา เราจะประสานกับนายวราวุธและอดีตสส.ของพรรคชาติไทยพัฒนาในสุพรรณบุรีทั้ง 4 เขตเพื่อรับใช้พี่น้องประชาชน

“ใส่เสื้อสีอะไรไม่สำคัญ มันสำคัญว่าใส่สีนั้นแล้วมีโอกาสรับใช้พี่น้องประชาชนได้หรือไม่ ถ้านายวราวุธและอดีต สส.ใส่เสื้อสีชมพูคงไม่มีศักยภาพทำงานได้เต็มที่ วันนี้ใส่สีน้ำเงินก็มีศักยภาพในการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนได้มากขึ้น ดังนั้น ใครมาต่อว่า ฝากสมาชิกช่วยชี้แจงว่าพ่อบรรหารไม่ได้เป็นคนตั้งพรรคชาติไทย แต่อาศัยพรรคชาติไทยเพื่อมีพื้นที่ทำงาน เหมือนวันนี้ที่นายวราวุธไปอยู่พรรคภูมิใจไทยซึ่งที่ผ่านมาเขาให้เกียรติมาก ตอนไปเป็นผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ ผู้ใหญ่ในพรรคภูมิใจไทยก็ให้อยู่ลำดับที่ 3 และให้เกียรติอดีตสมาชิกพรรคทุกคน” น.ส.กัญจนา ระบุ

แนะต้องปรับตัวช่วยกันประหยัด

หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนากล่าวว่าขณะนี้เราประสบปัญหาน้ำมันแพงสาเหตุไม่ได้เกิดขึ้นเพราะปัจจัยในประเทศแต่เป็นเพราะภาวะสงคราม สหรัฐอเมริการ่วมกับอิสราเอลถล่มอิหร่านซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์โดยเฉพาะ จึงส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันทั่วโลก ประเทศที่ได้รับผลกระทบมีทั่วโลกไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยเพื่อนบ้านก็กระทบสปป.ลาว ค่าน้ำมันแพงกว่าเราเท่าตัว โดยรัฐบาลต้องการให้ประชาชนทราบราคาที่แท้จริง ให้ทราบว่าราคาน้ำมันแพง และต้องปรับตัวอย่างไร รัฐบาลพยายามช่วยในเรื่องค่าครองชีพ โดยเฉพาะกับกลุ่มเปราะบางซึ่งเราทุกคนต้องช่วยกัน ปรับวิธีการใช้น้ำมัน ต้องประหยัด

“โควิดเรายังผ่านกันมาได้ น้ำมันแพง อาจรู้สึกว่าน้ำมันหนักกว่า ตอนโควิดก็หนัก เราตายก็เยอะ เราลำบากในการดำรงชีวิต แต่ตายเพราะน้ำมันแพงเรายังไมได้ยินตรงนั้น ตอนโควิดต้องปิดพื้นที่เป็นพื้นเลย เราลำบากมากก็ผ่านกันมาได้ ไม่มีอะไรยึดโยงถาวร วันนี้ถ้าสงครามสงบก็กลับสู่สภาวะปกติ ราคาน้ำมันก็ลดลง เราผ่านโควิดมาได้ก็ผ่านน้ำมันแพงได้ ขอให้กำลังใจ ช่วงนี้อากาศร้อน แต่ใจอย่าร้อน ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน” น.ส.กัญจนา กล่าว

ประสานสส.ภูมิใจไทยดูแลปชช.

น.ส.กัญจนาได้กล่าวตอนท้ายว่าเรายังเป็นพรรคการเมือง มีหัวหน้าพรรคกรรรมการบริหารพรรคและสาขาพรรคในภาคต่างๆ มีสมาชิกพรรค แต่แน่นอนว่ากิจกรรมทางการเมือง คงไม่ได้มากอย่างในอดีต เพราะเราไม่มีสส.เรายังมีสถานะเป็นเสมือนหนึ่งตัวแทนพี่น้องประชาชนที่จะรับฟังปัญหาความเดือดร้อนหรือข้อชี้แนะต่างๆ ได้อยู่เราจะประสานให้กับอดีตสส.ของพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ไปเป็นสส.และรัฐมนตรีภายใต้สังกัดพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเขามีศักยภาพในการดูแลทุกข์สุขของประชาชน ไม่ได้แตกต่างจากตอนสวมเสื้อพรรคชาติไทยพัฒนา

ไม่มีสส.ไม่ทิ้งปชช.ดูแลเหมือนเดิม

“ไม่ต้องไปคิดถึงสีเสื้อ ในเขต 1สุพรรณบุรี นายสรชัด สุจิตต์ สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย เขาคือคนเดิมเป็นลูกชายนายสมชาย สุจิตต์ ทำงานรับใช้คนสุพรรณบุรีเหมือนเดิม เขต 2นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย รับใช้พี่น้องประชาชนในเขต 2 เหมือนเดิม เป็นคนเดิมแต่ในสีเสื้อพรรคภูมิใจไทย เขต 3 นายนพดล มาตรศรี ครั้งนี้เราพ่ายแพ้ ให้กับพรรคกล้าธรรมไป แต่ไม่ได้ ทิ้งพี่น้องประชาชน นายนพดลยังอยู่จะช่วยงานของเรา เราจะลงพื้นที่นายนพดลทั้งหมด ครั้งหน้าหวังว่า เราจะสามารถเอาพื้นที่ของเราคืนมาได้ เราจะยังทำงาน แม้เราไมได้สส.เขตนี้ เราไม่ทิ้งประชาชน ประชาชนยังฝากทุกข์สุขกับสส.พรรคภูมิใจไทยได้ เขต 4 นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย เป็นลูกของนายจองชัย เที่ยงธรรม เหมือนเดิม ยังดูแลพื้นที่เหมือนเดิม เขต 5 ไม่ต้องกังวล นายประภัตร โพธสุธน สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย อยู่พรรคชาติไทยมาก่อนนายบรรหาร อยู่ตั้งแต่ปี 18ดังนั้น ทั้ง 5 เขตของสุพรรณบุรี แม้ว่า จะเป็นสีเสื้อพรรคภูมิใจไทย หรือในเขตที่เราไม่ได้สส. พรรคภูมิใจไทยก็ยังดูแลประชาชน ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา ยินดีที่จะเป็นจุดบอกเล่าทุกข์สุขเราจะประสานให้สส.ในเขตเป็นอย่างดี เรายังมีสถานะเป็นพรรคการเมืองอยู่เช่นนี้” น.ส.กัญจนาทิ้งท้าย

ย้ำ‘ชทพ.-ภท.’เป็นเนื้อเดียวกัน

น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนการทำกิจกรรมทางการเมืองเพื่อรักษามวลชนหรือฐานเสียงของพรรคชาติไทยพัฒนาไว้ว่าพรรคชาติไทยพัฒนายังมีสำนักงาน มีตัวแทนของพรรค และผู้บริหารพรรคที่ยังทำงาน แม้จะไม่มี สส.แต่อดีต สส.ที่ไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทย ก็เหมือนเนื้อเดียวกัน คนสุพรรณบุรี มีปัญหาอะไรให้บอกมาที่พรรคชาติไทยพัฒนาได้ยกตัวอย่างสมาชิกพรรค นายสมชายสุจิตต์ หัวหน้ากรรมการสาขาพรรค เป็นบิดาของนายสรชัด สุจิตต์ สส.เขต 1สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย นายจองชัย เที่ยงธรรม สมาชิกพรรคก็เป็นบิดานายเสมอกัน เที่ยงธรรม สส.เขต 4 สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทยซึ่งพรรคชาติไทยพัฒนา เป็นพรรครุ่นพ่อคิดดูว่าพ่อใหญ่กว่าลูกหรือไม่ ผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรคชาติไทยพัฒนาในขณะนี้ล้วนแต่เป็นที่พึ่งในการรับฟังปัญหาของชาวสุพรรณบุรีและส่งต่อไปยังสส.ของพรรคภูมิใจไทยที่ดูแลในพื้นที่ ไม่ได้ต่างอะไรกัน ยังทำงานจุดนี้ได้อยู่ พรรคชาติไทยพัฒนาทำงานช่วยพรรคภูมิใจไทย
ด้วยซ้ำ ที่จะช่วยรับฟังปัญหาและแก้ปัญหา

น.ส.กัญจนากล่าวถึงความเป็นพรรคชาติไทยพัฒนาว่าในความเป็นจริงไม่ได้มีสส.หากพูดถึงฐานมวลชนไม่ว่าจะเป็นพรรคภูมิใจไทยขณะนี้ หรือพรรคชาติไทยพัฒนาขณะนี้ก็คือฐานเดียวกัน เพราะในความเป็นจริงต้องยอมรับว่า คือฐานเดียวกัน ทำงานส่งทอดด้วยกัน มาจากที่เดียวกัน

ยุบชทพ.รวมภท.เรื่องอนาคต

เมื่อถามว่า เงื่อนไขของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ในครั้งหน้าจะต้องมีการส่งผู้สมัคร สส.น.ส.กัญจนากล่าวว่า “เดี๋ยวจะพิจารณาอีกทีหนึ่ง เพราะยังไม่ถึงวันนั้น” เมื่อถามอีกว่าในอนาคตมีการพูดถึงพรรคชาติไทยพัฒนายุบรวมกับพรรคภูมิใจไทยน.ส.กัญจนา กล่าวว่า “นั่นเป็นเรื่องของอนาคต ยังไม่พูดวันนี้”

เมื่อถามย้ำว่าพรรคชาติไทยพัฒนาจะยังยึดฐานที่มั่นและลงพื้นที่เหมือนเดิมใช่หรือไม่ น.ส.กัญจนากล่าวว่า อย่างที่บอกคือ ฐานเดียวกัน เพราะฉะนั้นจะทำทุกทางไม่ว่าจะเป็นนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม นายสรชัด นายเสมอกันหรือ นายประภัตร โพธสุธน สส.สุพรรณบุรีเขต 5 พรรคภูมิใจไทย และนายนพดล มาตรศรี อดีต สส.สุพรรณบุรี เขต 3 ยังมีโอกาสทำงานให้ประชาชน เพื่อให้ทุกคนที่ไปจากพรรคชาติไทยพัฒนาได้ยังคงอยู่ทำงานให้กับประชาชนได้อย่างเต็มที่

ชมรบ.ไม่ใจแคบ/ให้กำลังใจฝ่าอุปสรรค

น.ส.กัญจนากล่าวถึงรัฐบาลชุดปัจจุบันว่ารัฐบาลมีปัญหาที่ต้องแก้ไขและเข้ามาเป็นรัฐบาลในช่วงที่เกิดสงคราม ส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้งการขึ้นราคาน้ำมันที่ส่งผลต่อค่าครองชีพซึ่งก็ต้องให้กำลังใจรัฐบาล และเชื่อว่ารัฐบาลรับฟังปัญหาของประชาชน รวมทั้งเปิดใจกว้างที่จะฟังข้อชี้แนะข้อเสนอแนะจากหลายฝ่าย เชื่อว่ารัฐบาลจะไม่ใจแคบและไม่ฟังใครซึ่งเห็นได้จากที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ที่ได้เชื้อเชิญคนที่อยู่พรรคฝ่ายค้าน หรือต่างพรรคมาช่วยเป็นทีมแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนไม่ได้แปลกแยกว่าเป็นพรรคนั้นพรรคนี้ถือว่าเป็นนิมิตหมายอันดีที่รัฐบาลเปิดใจกว้างรับฟังความคิดเห็น และดึงภาคส่วนต่างๆ มาช่วยกันแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน พร้อมทั้งขอให้กำลังใจทุกคน ให้กำลังใจรัฐบาลในการทำงาน ให้กำลังใจประชาชนในการฝ่าฟันอุปสรรค ภาวะตรงนี้ขนาดโควิด-19 เรายังผ่านกันมาได้ สถานการณ์นี้เราก็ต้องผ่านกันไปได้ สงครามไม่ได้อยู่ไปตลอดปีตลอดชาติ ต้องมีวันจบและราคาน้ำมันจะต้องมีการปรับตัวลง”น.ส.กัญจนา ย้ำ

‘ยศชนัน’ลงเชียงใหม่ลุยสู้แก้ฝุ่นพิษ

วันเดียวกันนี้ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย นายนิกร โสมกลาง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารท้องถิ่นและนายก อบจ.เชียงใหม่ รวมถึงผู้สมัครสส.เชียงใหม่พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่เพื่อเปิดตัวและเดินเครื่องติดตั้ง “ห้องปลอดฝุ่นครบวงจร” นวัตกรรมฝีมือนักวิจัยไทยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่สถานสงเคราะห์เด็กบ้านเวียงพิงค์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่เพื่อช่วยกลุ่มเปราะบางในภาคเหนือสู้วิกฤต PM2.5 อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยต้นทุนเพียง 3,600 บาทต่อห้อง ทั้งนี้ ก่อนตรวจเยี่ยม นายยศชนันได้หยิบเครื่องวัดฝุ่นพกพาขึ้นมาตรวจวัดคุณภาพอากาศนอกอาคารด้วยตนเองพบค่าฝุ่นพุ่งสูงถึง 150-180 ไมโครกรัม/ลบ.ม. ซึ่งอยู่ในระดับวิกฤตที่กระทบสุขภาพประชาชนโดยตรง ท่ามกลางกลุ่มควันที่ปกคลุมทั่วจังหวัดเชียงใหม่ โดยย้ำว่าสถานการณ์นี้ รอไม่ได้ต้องลงมือแก้ด้วยเทคโนโลยีที่ใช้ได้จริงทันที

เดินหน้าเปิดเครื่องฝีมือคนไทย

นายยศชนันเปิดเผยว่ารัฐบาลเดินหน้า 2 แนวทางคู่ขนาน คือ ระยะสั้นนำเทคโนโลยีฝีมือคนไทยมาแก้ปัญหาให้คนไทยในราคาประหยัดโดย “ห้องปลอดฝุ่นครบวงจร” ผลงานวิจัยของมช.นำโดย ศ.เกียรติคุณ นพ.สุวัฒน์จริยาเลิศศักดิ์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และดร.วิภูรุโจปการ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ประกอบด้วย3 องค์ประกอบหลักคือระบบความดันบวก(Positive Pressure) ร่วมกับเครื่องฟอกอากาศ DIY และเซ็นเซอร์ IoT วัดฝุ่น ซึ่งจะทำงานประสานกันทั้งเติมอากาศใหม่และเก็บกวาดฝุ่นภายในห้องติดตั้งเสริมในอาคารเดิมได้ทันที พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ท้องถิ่นและช่างชุมชนผลิต-ซ่อมบำรุงได้เอง เพื่อให้การแก้ปัญหาเกิดขึ้นจริงและยั่งยืนในพื้นที่

นำร่องช่วยกลุ่มเปราะบาง83แห่ง8จว.

ระยะยาว รัฐบาลจะเดินหน้านำdeep tech มาใช้สืบค้นต้นตอของปัญหาฝุ่นอย่างแท้จริง พัฒนาระบบตรวจจับไฟป่าแบบเรียลไทม์ และเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ร่วมพัฒนากับผู้ใช้งานจริง โดยเฉพาะอาสาสมัครดับไฟป่าพร้อมตั้งเป้าให้ใช้งานได้จริงภายใน 1 ปีเพื่อลดปัญหาฝุ่นที่ต้นเหตุ โดยเฟสแรกจะขยายผล “ห้องปลอดฝุ่นครบวงจร” ไปยัง 83 แห่ง ใน 8 จังหวัดภาคเหนือเพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง ทั้งเด็ก ผู้สูงอายุและผู้ป่วย พร้อมเป้าหมายระยะถัดไปขยายสู่ทั่วประเทศในระยะเวลาอันใกล้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยจากมลพิษทางอากาศอย่างเป็นระบบ

จากนั้นนายยศชนัน และคณะได้เดินทางไปยังสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) อ.แม่ริม เพื่อประชุมบูรณาการแนวทางการแก้ไขปัญหาและปฏิบัติการบรรเทาฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top