วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569
สั่งศึกษาพรก.กู้5แสนล.
อนุทินแทงกั๊ก
อ้างเตรียมเอาไว้ถ้าจำเป็น
‘ปกรณ์’โบ้ยใส่สื่อทำป่วน
นายกฯสั่ง“เอกนิติ-กฤษฎีกา” ศึกษารายละเอียดหากทำพ.ร.ก.กู้เงิน-ขยายเพดานหนี้สาธารณะเผยยังไม่ตัดสินใจกู้หรือไม่ ‘เอกนิติ’ไม่ขัดข้อหากรัฐบาลจะกู้ แต่ต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน เอาเงินมาทำอะไร เผยต้องตัดงบไม่จำเป็นก่อน‘ปกรณ์’กวักมือเรียกสื่อเคลียร์ปมพ.ร.ก.กู้เงิน5แสนล้าน โวย ถูกตัดตอนคำพูด ทำสังคมเข้าใจผิด
เมื่อเวลา 08.57 น. วันที่ 21 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ตึกบัญชาการ 1 ทั้งนี้ ก่อนขึ้นห้องประชุม นายปกรณ์ได้กวักมือเรียกสื่อมวลชนเพื่อชี้แจงประเด็นการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 5แสนล้านบาท โดยนายปกรณ์ กล่าวว่า ขอชี้แจงก่อน ที่สื่อถามตนถามว่า รัฐบาลจะออก พ.ร.ก.กู้เงินทำได้หรือไม่ ตนจึงตอบว่าทำได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ตนอธิบายว่าทำอย่างไรได้บ้าง และนักข่าวถามว่า น่าจะมีการกู้เงินค้ำประกันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงทำได้หรือไม่ ตนก็ตอบว่าทำได้ แต่ถามว่าเรื่องไปถึงไหน ตนบอกว่าไม่รู้ ต้องไปถามกระทรวงการคลัง กลายเป็นว่าตนไปบอกว่าจะกู้เงินซะแล้ว และคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ อย่างนี้ตนคิดว่าไม่ค่อยถูก ทีหลังคิดว่าตนไม่ค่อยจะพูดแล้วจะดีกว่า
อ้างคำพูดถูกตัดตอนทำคนเข้าใจผิด
นายปกรณ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าที่นายกฯไม่ค่อยจะให้สัมภาษณ์ ส่วนหนึ่งเพราะเวลาเอาไปลงมันตัดตอนไป แล้วคนเอาไปพูดกันไม่เข้าใจ หาว่าตนไปออฟไซด์รัฐบาล พูดกันต่อหน้า เคลียร์กันก่อนว่าเรื่องเป็นอย่างนี้ คำถามที่ได้รับคือแบบนั้น และตนตั้งใจอธิบายตามกฏหมาย ไม่ได้มีอะไร ยินดีที่จะให้ความรู้ทางกฎหมายในรายละเอียด ประเด็นการเมืองตนไม่รับ ตนรับไม่ได้ เรื่องของบ้านเมือง คิดว่าต้องพูดด้วยเหตุผล อย่าเอาไปตัดนิดๆ แล้วเอาไปพูด เอาไปพาดให้เป็นประเด็นร้อน คิดว่าไม่ดีต่อบ้านเมือง” นายปกรณ์กล่าว
ยันไม่ได้แก้ตัว-แค่อยากเคลียร์
“ขอฝากไว้นิดหนึ่ง ไม่น่าเชื่อว่า เล่ากฎหมายให้ฟังเป็นประเด็นปัญหาแก่รัฐบาลและสังคมไปได้ ผมคิดว่าไม่ถูก ต้องอธิบายกันก่อน ผมไม่ได้แก้ตัว เล่าข้อเท็จจริงให้ฟังว่าเมื่อวานเราคุยกันอย่างไร น้องๆ อยู่รอบตัวผมหลายคน อันนี้ขอนิดหนึ่ง เคลียร์กันก่อน และวันนี้ยังไม่มีเรื่องกู้หรือเรื่องอะไรทั้งนั้น เพราะต้องไปคุยกันก่อน ที่นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต. ประจำสำนักนายกฯ บอกว่าต้องไปคุยกันก่อนก็ถูก ที่ปลัดกระทรวงการคลังบอกไม่รู้ก็ถูกอีก ก็ยังไม่มีการพูดคุย แต่คำถามเมื่อวานคือว่าจะออก พ.ร.ก. ทำได้หรือเปล่า ผมก็บอกว่าทำได้ตามมาตรา 172 น้องๆ ก็ถามว่ามันเข้าเงื่อนไขไหม ผมก็ตอบส่วนตัวคิดว่าแบบนี้เข้าเงื่อนไขมั้ย ก็ฝากไว้แล้วกัน แต่ยืนยันว่าเรื่องนี้ผมไม่ได้โมโห ขอแค่อยากเคลียร์นิดหนึ่ง ไม่อยากให้สังคมสับสนวุ่นวายไปมากกว่านี้” นายปกรณ์ ระบุ
นายกฯ เข้าใจ ไม่ได้ต่อว่า
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯไม่ได้ต่อว่าอะไรที่ออกมาพูดก่อนในเรื่องนี้ใช่หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ก็ตนเล่าข้อกฎหมายให้ฟัง นายกฯก็เข้าใจ ซึ่งตนได้เล่าให้สื่อฟังเมื่อวาน ยังไม่ทันวันรุ่งขึ้นกลายเป็นว่า พอพูดเสร็จข่าวไปตัดออก กระจายเลยทีนี้ ตนไม่ได้เน้นการเมือง แต่ถ้าอยากถามข้อกฎหมายมาถามตน ถ้าอยากให้อธิบายอะไร ยินดี มานั่งคุยกันได้ แต่ถ้าถามเรื่องการเมืองหรือเรื่องที่คาดหมายผลตอบไม่ได้หรอก เพราะ ครม.ต้องคุยกัน หรือพรรคร่วมรัฐบาล ต้องให้เกียรติ วางแผนร่วมกัน
เมื่อถามว่า เรื่องนี้ต้องมีการพูดคุยในหลายภาคส่วนใช่หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า เรื่องเศรษฐกิจต้องวางแผนระยะยาวไม่ใช่อยู่ๆ บอกว่าจะทำปุบปับ เวลาจะกู้เงินเองยังต้องคิดหน้าคิดหลังว่าจะมีกำลังจ่ายหรือไม่ จ่ายกี่ปี จะเจ็บป่วยหรือไม่ ทุกคนต้องคิด รัฐบาลก็เหมือนกัน เพราะมีประชาชน 65 ล้านคนต้องดูแล ไม่ใช่ปุบปับจะทำได้ ต้องคิด และวางแผน
ระบุไม่ใช่นักการเมืองอาชีพ
เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะกังวลในการให้ความรู้เรื่องข้อกฎหมายหรือไม่ นายปกรณ์ ตอบว่า ส่วนตัวกังวล เพราะถ้าเป็นแบบนี้ คิดว่าเราไม่พยายามให้ความรู้กับสังคมเข้าใจในสิ่งที่ถูกต้อง เราเน้นเป็นประเด็นการเมืองทั้งหมด ซึ่งไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่ ตนเองไม่ใช่นักการเมืองอาชีพ แต่ตั้งใจเข้ามาทำในสิ่งที่อยากจะทำให้ประสบความสำเร็จ Better Regulation for Better Life ก่อนจะยกมือขวาที่สวมใส่ริสแบนด์สีเหลือง ซึ่งระบุข้อความ “Better Regulation for Better Life”ขึ้นมา พร้อมบอกว่า “สิ่งที่อยู่ในข้อมือผม บอกตลอดเวลาว่า ต้องทำอะไรให้ชาวบ้าน แต่ไม่เอาการเมือง ขอร้อง”
เมื่อถามย้ำถึงตัวเลข พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาท นายปกรณ์ถามกลับว่า “ตัวเลข 5 แสนล้านเมื่อวาน ใครเป็นคนถามผมตอนแรก” ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่า เป็นคำถามนำใช่หรือไม่ นายปกรณ์ตอบกลับว่า ใช่ ตัวเลข 5 แสนล้านบาทได้ไหมอาจารย์เมื่อวานนี้ ผมบอกว่า ไม่รู้ ไปถามกระทรวงการคลังดูสิ แล้วเขาบอกว่า 5 แสนล้านได้ไหมอาจารย์ ผมก็บอกว่าประมาณนั้นมั้ง แล้วผมก็หัวเราะ ไปเปิดเทปดูได้
‘ภราดร’แจงคนละครึ่งยังไม่เข้า ครม.
เวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงบประมาณ ชี้แจงกรณีโครงการคนละครึ่งพลัส ยังไม่เข้าสู่ที่ประชุม ครม. ในวันนี้ว่า เนื่องจากยังไม่ได้มีการประชุม ครม.เศรษฐกิจ เพราะ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ จึงมีการขยับการประชุม ครม.เศรษฐกิจ ออกไป ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวว่างบประมาณมีไม่มี รัฐบริหารจัดการได้ เพราะมีหลายช่องทางที่สามารถทำได้ ทั้งการออกพ.ร.บ.โอนงบประมาณ ซึ่งจะดำเนินการอย่างแน่นอน รวมถึงงบกลางฉุกเฉินบางส่วน ก็ยังนำไปใช้ได้
‘เอกนิติ’ชี้ถ้าจะกู้ต้องมีเป้าชัด
ขณะที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์เรื่องจะออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ว่า ตนจะคุยกับนายปกรณ์ เพราะวันนี้มันมีพัฒนาการใหม่ ผมต้องดูด้วย เรื่อง 5 แสนล้านบาทยังไม่ได้บอก ว่าจะต้องเป็นเท่าไหร่ รวมถึงเรื่องออก พ.ร.ก.ก็เหมือนกัน ต้องมาดูด้วยว่า เราจะมีเม็ดเงินเท่าไหร่ จากการปรับโอนงบฯ มาด้วย ผมให้ไปทำตัวเลข ดูที่จะตัดโอนงบฯ มาด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะสรุปได้เมื่อไหร่ เพราะมีข่าวแล้วว่าจะออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน นายเอกนิติ กล่าวว่า อันนี้เขาก็ต้องเตรียมตัวไว้ก่อน ในมุมความจำเป็นของกฎหมายก็ต้องเตรียมไว้ แต่ความจำเป็นต้องดู 2 เรื่อง ความจำเป็นของกฎหมาย กับความจำเป็นต้องใช้เงิน วันนี้ก็สรุปว่า เราต้องดูความสมดุล ทุกมิติ แต่การกู้หรือไม่กู้ ไม่สำคัญเท่ากับว่ากู้มาทำอะไร แล้วการกู้แบบมีstrategy (กลยุทธ์)
“ผมให้นโยบายชัดเจนว่า ถ้าเราจะกู้มาเราต้องชัดเจนว่า จะกู้ไปทำอะไร เช่น กู้เอาไปดูแลกลุ่มเปราะบาง และสองคือกู้มาทำเรื่อง Transition ก็คือช่วยคนให้เปลี่ยนผ่าน จากสิ่งที่เราพึ่งพาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเยอะมากก็ต้องเปลี่ยนผ่าน ซึ่งตรงนี้ได้รับการยอมรับมากจากการประชุมธนาคารโลก IMF” นายเอกนิติ กล่าว
‘อนุทิน’นัดประชุมครม.ศก.27เม.ย.
เวลา 12.50น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า วันที่ 27 เม.ย. จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ โดยเราจะประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจทุกวันจันทร์ โดยจะเชิญตัวแทนภาคเอกชน 3 สถาบัน ประกอบด้วย สมาคมธนาคารไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยการประชุมนัดแรกจะหารือถึงทุกๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ นโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา
เมื่อถามว่าโดยเฉพาะเรื่องไทยช่วยไทยพลัสใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ใช่ เรื่องไทยช่วยไทยพลัส เมื่อถามความชัดเจนการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม นายอนุทิน ฟังคำถามแต่ไม่ตอบคำถามดังกล่าว
เมื่อถามว่ามีการตั้งคำถามเกี่ยวกับ พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน ความชัดเจนเป็นอย่างไร นายอนุทิน ตอบว่า “เดี๋ยวหารือกัน โดยเรื่องแบบนี้จะให้นายเอกนิติ นิติทันฑ์ประภาส รองนายกฯและรมว.คลัง เป็นผู้ชี้แจงเพราะมีข้อมูลทั้งหมด ในหลักการอะไรก็ตามที่เป็นประโยชน์และสามารถนำมากระตุ้นเศษฐกิจได้ให้มีเม็ดเงินไหลเข้าไปในระบบเศรษฐกิจและประชาชนใช้เม็ดเงินเหล่านั้นไปจับจ่ายใช้สอยได้รัฐบาลก็มีความตั้งใจที่ทำให้พวกเขาอยู่แล้ว”
นายกฯสั่งศึกษารายละเอียดพรก.กู้เงิน
รายงานจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แจ้งว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งนี้ ไม่ได้มีการหารือเกี่ยวกับการออกพระราชกำหนด (พรก.) กู้เงิน 5แสนล้านบาท แต่ในช่วงท้ายการประชุม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้มีข้อสั่งการให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ไปศึกษาในเรื่องรายละเอียดหากจะต้องมีการออก พ.ร.ก.กู้เงิน รวมถึงขยายเพดานหนี้สาธารณะ ขณะที่นายเอกนิติ แสดงความเห็นที่ประชุม ครม.ว่า หากจะดำเนินการออก พ.ร.ก.กู้เงิน อยู่ในวิสัยที่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากขณะนี้เกิดวิกฤตโลกและวิกฤตพลังงาน ที่มีผลกระทบไปทั่วโลก
ยังไม่ตัดสินใจ-เตรียมการเอาไว้ก่อน
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า การที่นายกฯสั่งให้ศึกษาเรื่อง พ.ร.ก.กู้เงินนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้มีการตัดสินใจว่าจะมีการกู้หรือไม่ แต่เป็นการเตรียมการเอาไว้กรณีหากเกิดวิกฤตจะสามารถดำเนินการได้ทันที
นอกจากนี้ รายงานข่าวจาก ครม. แจ้งอีกว่า นายกฯ ยังได้กำชับเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการการเมืองให้มีการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างละเอียด รวมถึงการแต่งตั้ง “ที่ปรึกษาของรัฐมนตรี” ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถือเป็นครั้งแรกที่มีการให้ตรวจสอบคุณสมบัติอย่างเข้มงวดสำหรับตำแหน่งที่ปรึกษาของรัฐมนตรี ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มีการตรวจสอบในตำแหน่งดังกล่าว
กมธ.ศก.แจงถอนปรับโครงสร้างภาษี
เมื่อเวลา 12.35 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากรณีที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง ของวุฒิสภา ขอถอนรายงานพิจารณาศึกษา เรื่อง แนวทางการปรับโครงสร้างภาษีของประเทศไทย ซึ่ง กมธ.พิจารณาแล้วเสร็จ ออกจากวาระการประชุม
นายบุญส่ง กล่าวว่า การถอนเรื่องที่บรรจุในระเบียบวาระแล้ว ตามข้อบังคับกำหนดว่า ต้องให้ที่ประชุมพิจารณาลงมติตัดสิน อย่างไรก็ดีมี สว. ที่แสดงความคิดเห็นไม่เห็นด้วยต่อการถอนรายงานฉบับดังกล่าวออกจากวาระประชุมและควรจะเดินหน้า อาทิ นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สว.อภิปรายว่า ในเนื้อหาของรายงานฉบับดังกล่าวควรต้องชี้แจงให้สาธารณะรับทราบ เพราะเนื้อหาไม่มีเฉพาะการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT เป็น 10% เท่านั้น ยังมีรายละเอียดอื่นๆ ที่ต้องพิจารณาและชี้แจงให้สาธารณะเข้าใจ และไม่ทำให้เกิดการเข้าใจผิด เช่น การขึ้น VAT ปัจจุบันมีอัตรา 10% อยู่แล้วแต่มีการผ่อนปรนให้เป็น 7% เป็นต้น
ด้านนายพละวัต ตันศิริสว. ในฐานะโฆษก กมธ. การเศรษฐกิจฯ ชี้แจงยืนยันตามมติของกมธ.ที่ขอถอนรายงานดังกล่าว เพราะต้องการปรับปรุงเนื้อหาที่ให้ทันและสอดคล้อง กับสถานการณ์และบริบทโลกที่เปลี่ยนไป เพื่อประโยชน์สูงสุดกับประชาชนและรัฐบาล เนื่องจากรายงานดังกล่าวนั้นศึกษามาตั้งแต่ปี 2568 ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบบัน ทั้งนี้หากเวลาที่เหมาะสมจะนำรายงานที่ได้ปรัปบรุงข้อมูลแล้วเสนอต่อวุฒิสภาต่อไป ทำให้ สว.ที่คัดค้านก่อนหน้านั้น รับฟังและไม่ติดใจ ซึ่งตามข้อบังคับถือว่าได้รับเสียงเห็นชอบให้ถอนรายงานดังกล่าวออกจากวาระการประชุม
‘ปธ.อนุกมธ.คลัง’ขอไปปรับปรุงใหม่
จากนั้น น.ส.ชญาน์นันท์ ติยะตระการชัย สว. ในฐานะ อนุกมธ.ด้านการคลัง ในกมธ.การเศรษฐกิจฯ อภิปรายว่า ทางอนุกมธ.ฯ ที่ทำรายงานฉบับดังกล่าวด้วยความตั้งใจว่าจะเป็นประโยชน์กับประเทศ ที่ขอถอนออกจากวาระชุมไป ไม่ได้หมดกำลังใจ แต่ต้องการปรับปรุงข้อมูลเพื่อประโยชน์สูงสุด
“หลายวันที่ผ่านมา ประชาชน สาธารณะให้ความสนใจ ซึ่งการทำงานไม่อยากทำตามลำดับขั้นตอน คือกมธ.จัดทำและนำเสนอต่อวุฒิสภา เพื่อส่งไปยังรัฐบาลจากนั้นจบไปเท่านั้น แต่หากเดินหน้าบนรายงานที่ข้อมูลไม่ถูกปรับปรุง อาจมีคำถามว่า ข้อมูลดังกล่าวล้าสมัย จึงต้องการทำให้รอบคอบเพื่อประโยชน์สาธารณะแท้จริง กมธ. จะนำไปปรับปรุงเพื่อนำเสนอรายงานที่สมบูรณ์ และเมื่อถึงเวลานั้นจะเสนอต่อวุฒิสภาเพื่อขอความเห็นของสว.ต่อไป” น.ส.ชญาน์นันท์ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี