533.jpg
ชายแดนใต้อย่าลืมสตูล! ชวน ขอรัฐบาลให้ความสำคัญ ติง สมช.อย่าเห็นว่าสงบแล้วมองข้าม

ชายแดนใต้อย่าลืมสตูล! ชวน ขอรัฐบาลให้ความสำคัญ ติง สมช.อย่าเห็นว่าสงบแล้วมองข้าม

วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569, 21.38 น.

ชายแดนใต้อย่าลืมสตูล! "ชวน"ขอรัฐบาลให้ความสำคัญ ติง"สมช."อย่าเห็นว่าสงบ แล้วจะมองข้าม-ละเลยไม่พัฒนาพื้นที่ ย้อนรอยต้นเหตุจุด"ไฟใต้"ลามลุกถึงปัจจุบัน แนะเข้มใช้ กม.แบบมีเหตุผล เข้าใจความต้องการพื้นที่ ยึดพระราชดำรัส"เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา"แบบยั่งยืน อย่าทำแค่ผิวเผิน

23 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณารับทราบร่างนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2568-2570 เสนอโดยสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดย นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายว่า ตนอยากขอให้เลขาธิการ สมช.อธิบายกรอบแนวคิดและความเชื่อมโยงของนโยบายอันเป็นพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 เรื่อง “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เพราะรากเหง้าของปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เกิดจากนโยบายที่ผิดพลาดเมื่อวันที่ 8 เม.ย.2544 ส่งผลให้เกิดการก่อความไม่สงบอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน


นายชวน กล่าวต่อว่า การก่อตัวของความรุนแรงในห้วงปี 2547 เป็นเหตุการณ์ปล้นปืนที่ค่ายปิเหล็ง จังหวัดนราธิวาส มีคนร้ายยิงเจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต 4 นาย ได้ปืนไป 413 กระบอก ขณะที่นโยบาย 8 เมษายน 2544 เป็นนโยบายแก้ปัญหาภาคใต้ด้วยวิธี “เก็บซะ เดือนละ 10 คน 2 เดือนก็หมด” ในที่สุดกลุ่มมุสลิมก็ก่อตัวขึ้นมาใหม่ในชื่อ RKK และใช้เวลาอยู่ 3 ปี จนถึงวันที่ 4 มกราคม 2547 จึงเกิดการปล้นปืนที่ค่ายปิเหล็ง และปืนเหล่านั้นยังใช้ยิงประชาชนยิงเจ้าหน้าที่อยู่จนถึงทุกวันนี้ รวมไปถึงการยกเลิก ศอ.บต. ที่ตั้งไว้ในสมัย พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ การยกเลิกหน่วยความมั่นคง พตท.43 ทำให้มองไม่เห็นปัญหา และเกิดเหตุร้ายมากขึ้นโดยลำดับ จนในที่สุดไม่สามารถแก้ปัญหาได้ รัฐบาลขณะนั้นจึงต้องเข้าเฝ้าในหลวง รัชกาลที่ 9 เพื่อถวายแนวทางแก้ปัญหา ดังนั้น “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” จึงเป็นเรื่องเจาะจงที่พระราชทานที่อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และคนที่รู้เรื่องนี้มีสองคน คนหนึ่งอยู่ที่เรือนจำ อีกคนหนึ่งคือ นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ถ้าเราเข้าใจสิ่งเหล่านี้การแก้ปัญหาก็จะชัดขึ้น

“ความรุนแรงในภาคใต้ไม่ได้เกิดจากภัยธรรมชาติ หรือโรคระบาด แต่เกิดจากนโยบายที่ผิดพลาดในวันที่ 8 เม.ย.44 ที่เชื่อว่าสามารถจัดการกับกลุ่มก่อความไม่สงบได้ด้วยการจัดการเดือนละ 10 คน ซึ่งในความเป็นจริง กลับทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง” นายชวน กล่าว

นายชวน กล่าวต่อว่า ตนขอถามไปยังรัฐบาล และ สมช.ว่า ถ้าเราไม่ใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น แล้วเราจะใช้อะไร ถ้าเราใช้แนวทางนอกกฎหมาย หรือการเจรจาที่ไม่ชัดเจน ความรุนแรงจะยิ่งเพิ่มขึ้น แล้วใครจะรับผิดชอบ รัฐบาลต้องไม่หลีกเลี่ยงการใช้กฎหมายที่เข้มงวดในพื้นที่ แต่ต้องใช้กฎหมายอย่างมีเหตุผล ควบคู่กับการเข้าใจความต้องการของประชาชน และพัฒนาอย่างยั่งยืนแต่ไม่ใช่การพัฒนาอย่างผิวเผิน นอกจากนี้ ตนอยากให้เห็นถึงความสำคัญของจังหวัดสตูลด้วย ซึ่งตามนิยามของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดสตูล และจังหวัดสงขลา ขณะที่จังหวัดสตูล มักถูกละเลยในแผนพัฒนา แม้จะมีเหตุการณ์น้อย แต่ก็มีความต้องการพื้นฐาน เช่น ถนนเชื่อมระหว่างมะนังกับตัวจังหวัด หรือถนนสี่ช่องจราจรจากสตูลไปตรัง ที่ยังไม่ได้รับการพัฒนามานานกว่า 20 ปี เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงการมองข้ามความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ที่อาจนำไปสู่ความไม่พอใจในอนาคต

“ผมขอกราบเรียนท่านเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติว่า อย่ามองข้ามจังหวัดสตูล อย่ามองว่าสงบแล้วจึงไม่ต้องพัฒนา เพราะความสงบไม่ใช่สิ่งที่เกิดจากความเงียบ แต่เกิดจากความเข้าใจและโอกาสที่เท่าเทียม” นายชวน กล่าว

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top