533.jpg
สีหศักดิ์ ย้ำเจตนาไทยมุ่งยกเลิก MOU 44 เหตุไม่คืบหน้ากว่า 20 ปี เชื่อเริ่มต้นใหม่ดีกว่า

สีหศักดิ์ ย้ำเจตนาไทยมุ่งยกเลิก MOU 44 เหตุไม่คืบหน้ากว่า 20 ปี เชื่อเริ่มต้นใหม่ดีกว่า

วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569, 18.09 น.

“สีหศักดิ์” ย้ำ เจตนาไทยมุ่งยกเลิก MOU 44 เหตุ ไม่มีความคืบหน้ามานานกว่า 20 ปี และมีประเด็นการเมืองภายใน ยัน ก่อนตัดสินใจรับฟังทุกฝ่าย -ดูข้อกฎหมาย เชื่อ เริ่มต้นใหม่ดีกว่า ย้อน กัมพูชาหากต้องการแก้ไขปัญหา ต้องทำตามที่พูด ส่วนปม MOU 43 ขอทุกฝ่ายอย่าใช้อารมณ์ พร้อมมองด้วยข้อเท็จจริง 

วันที่ 25 เมษายน 2569 เวลา 11.40 น. ที่โรงแรมดุสิตธานี กระบี่ บีช รีสอร์ท อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงการพบหารือกับ นายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่ผ่านมา เกี่ยวกับประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า เรื่องนี้ทั้งสองประเทศต้องพยายามก้าวข้ามความขัดแย้งไปให้ได้ 


ส่วน นายหวัง อี้ ได้มีการสอบถามเรื่อง MOU 43-44 ด้วยหรือไม่ นายสีหศักดิ์ ระบุว่า เรื่องนี้ไม่ได้มีการพูดคุย เพราะเรื่อง MOU ถือเป็นการตัดสินใจของเรา ซึ่งไทยตัดสินใจที่จะเข้าสู่กระบวนการยกเลิก ฉะนั้นก็ต้องแจ้งฝ่ายกัมพูชาและดูท่าทีเขาว่าเป็นอย่างไร หากไม่เห็นด้วยก็คงต้องเจรจากันต่อไป แต่หากเขาเข้าใจในเจตนาของเราก็จะใช้กรอบอื่นในการเจรจาแทน

ขณะเดียวกัน นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งคำถามถึงการยกเลิก MOU 44 ว่าถ้ายกเลิกแล้วไทยจะทำอย่างไรต่อ โดยย้ำว่า การที่ไทยจะยกเลิก เรารู้ว่าจะเดินหน้าอย่างไรต่อไป ซึ่งเรื่องนี้อาจจะมีกรอบความร่วมมือใหม่ที่ดีกว่า เพราะว่า กรอบความร่วมมือ MOU 44 มีทั้งปัญหาที่เกี่ยวกับการอ้างสิทธิ และในแง่การเมืองภายในของไทย ฉะนั้นหากเรามาเริ่มกันใหม่ก็จะดีกว่า และเจรจาในเรื่องของเขตแดนให้สุดก่อน จากนั้นก็ค่อยมาดูว่าส่วนที่ทับซ้อนมากน้อยเพียงใดแล้วค่อยมาว่ากันอีกที

ทั้งนี้ รัฐบาลมีความกังวลเกี่ยวกับข้อสังเกตของนักวิชาการในประเด็นการยกเลิก MOU 44 ที่อาจทำให้ไทยถูกมองว่าไม่มีความน่าเชื่อถือ เพราะไปยกเลิกสัญญาฝ่ายเดียวหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า  ก่อนที่เราจะตัดสินใจยกเลิก เราคุยกับที่ปรึกษากฎหมายทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ พร้อมหารือว่าจะเดินหน้าอย่างไรต่อ แต่ในขณะเดียวกันตนก็รับฟังนักวิชาการทุกฝ่าย และตัดสินใจบนเหตุผลที่ถูกต้อง

นายสีหศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า MOU 44 เรามีมากว่า 20 ปี แต่ไม่มีความคืบหน้า อีกทั้งยังมีกระแสภายในประเทศด้วย ฉะนั้นในเมื่อไม่คืบหน้าเราก็ยกเลิกแล้วไปพุดคุยกับฝ่ายกัมพูชาต่อ

ส่วนจากท่าทีของผู้นำกัมพูชาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่อยากจะให้ไทยกลับมาใช้กลไกทวิภาคี และกดดันให้ประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ JBC มองอย่างไร นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ถ้ากัมพูชาต้องการแก้ไขผ่านกลไกทวิภาคีก็ถือเป็นสิ่งที่ดี แต่เขายังไปพูดเรื่องที่ไม่ดีต่อประเทศไทยในเวทีต่างๆ ตนจึงอยากจะให้สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ หลีกเลี่ยงการกล่าวอะไรที่กระทบกระทั่ง และ หลีกเลี่ยงการใช้วิธีกดดันทั้งที่เรายังไม่พร้อม โดยนำเรื่องนี้ไปใช้ประโยชน์ในเวทีระหว่างประเทศว่าไทยไม่ให้ความร่วมมือ ฉะนั้นถ้ากัมพูชาอยากจะเจรจาจริง และทำอย่างที่พูด ตนว่าเราก็อยากจะเดินหน้า

สำหรับฝ่ายจีนได้มีการเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย พบหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชาหรือไม่ นายสีหศักดิ์ ยืนยันว่า จีนพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกให้ทั้งสองประเทศได้เจอกัน แต่จีนไม่ต้องการที่จะแทรกแซง ซึ่งตนคิดว่าไทย-กัมพูชาสามารถพูดคุยกันได้อยู่แล้ว แต่อยู่ที่ว่าจะพูดคุยอย่างไร ดังนั้นหากสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ตนเชื่อว่าความสัมพันธ์ก็จะดีขึ้น

ส่วนจากสถานการณ์ตอนนี้ที่ประเทศเผชิญกับวิกฤติด้านพลังงาน หากมีการยกเลิก MOU 44 จะทำให้ไทยเสียโอกาสในการนำทรัพยากรในทะเลมาใช้หรือไม่ นายสีหศักดิ์ ระบุว่า ไทยมีหลายแหล่งทรัพยากรที่สนใจจะไปร่วมลงทุนและผลิต เช่น ในเมียนมา เป็นต้น แต่ถ้าสถานการณ์กลับสู่ปกติ เราก็ยังมีแหล่งพลังงานอื่นๆที่สามารถเข้าถึงได้ทั้งในกลุ่มความร่วมมืออ่าวอาหรับ หรือ GCC แอฟริกา คาซัคสถาน อาเซอร์ไบจาน และโอมาน แต่แน่นอนว่าเราก็ต้องดูราคาตลาดในขณะนั้นด้วย

ขณะที่ แผนระยะยาวหากสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีความยืดเยื้อ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่าถ้าสถานการณ์ยืดเยื้อผลกระทบก็จะไม่ใช่แค่พลังงานอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงค่าครองชีพ การผลิตอาหาร และการเกษตรด้วย จึงหวังว่าจะไม่ยืดเยื้อ แต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้องมีแผนทุกอย่าง เพราะการทูตจะต้องทำทุกอย่างที่สามารถตอบโจทย์และสนองผลประโยชน์ของประเทศ ที่ผ่านมาเราจึงพยายามทุกวิธีทางที่จะคุยกับอิหร่านทั้งทางตรงและทางอ้อมให้เรือของเราสามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ ซึ่งแม้จะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หวังว่าทุกคนคงจะเห็นว่าสงครามมีแต่ความสูญเสีย ไม่มีใครแพ้-ชนะ และต้องก้าวออกจากสงครามให้ได้

นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวถึงเรื่อง MOU 43 ว่า อยากให้การหารือเป็นไปอย่างกว้างขวาง และอยากจะฟังเสียงของทุกฝ่าย แต่ไม่อยากให้มีการใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ และมองกันด้วยข้อเท็จจริงว่า MOU 43 มีความคืบหน้า และมีการปักปันเขตแดนไปพอสมควรแล้ว แต่พอมีการปะทะกันการทำงาน JBC ก็ต้องหยุดชะงัก และเป็นอุปสรรคต่อการเจรจา

ส่วนข้อกังวลเรื่องอัตราส่วนแผนที่ 1:200,000 นั้น ก็ต้องมาดูเนื้อหาที่เขียนในสนธิสัญญาสยามฝรั่งเศส แต่ในขณะเดียวกันเราก็สามารถที่จะนำแผนที่อัตราส่วน 1:50,000 ขึ้นมาเจรจาได้ ไม่ใช่ว่าพอมี MOU 43 แล้วไทยจะเสียเปรียบ เพราะตรงไหนที่เจรจาแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่ผลประโยชน์ของไทย เราก็ยังไม่ต้องไปตกลงแล้วไปจุดอื่น หลังจากนั้นก็มามองในภาพรวม ด้วยเหตุนี้ ตนจึงอยากให้ทุกคนมาคุยกันด้วยเหตุและผล เนื่องจากยังมีอีกหลายวิธีการที่จะเดินไปข้างหน้า

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top