533.jpg
ทร.ยันพร้อม รับมือยกเลิกMOU44

ทร.ยันพร้อม รับมือยกเลิกMOU44

วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ทร.ยันพร้อม
รับมือยกเลิกMOU44

รัฐบาลผนึกสภาความมั่นคงฯ ดีดนิ้ว ยกเลิก“MOU 44”ปรับใช้กฎหมายสากลคุมเข้มทะเลไทยแทน“กองทัพเรือ”ยืนยันไม่กระทบความมั่นคงทางทะเล ลั่นไม่ลดระดับความเข้มข้น พร้อมปกป้องอธิปไตย ผลประโยชน์ของชาติอย่างเต็มกำลังไม่มีถอย

วันที่ 25 เม.ย. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าตามที่สภาความมั่นคงแห่งชาติได้มีมติให้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจMOU 44 และให้ใช้กลไกของกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS) เป็นกรอบในการดำเนินการแทนนั้น ทางกองทัพเรือได้ให้คำอธิบายเพิ่มเติมเพื่อสร้างความมั่นใจแก่พี่น้องประชาชนว่าการยกเลิก MOUดังกล่าวไม่เป็นข้อจำกัดต่อการปฏิบัติหน้าที่ด้านความมั่นคงทางทะเลแต่อย่างใด


ทร.ลั่นพร้อมปกป้องอธิปไตย

นางสาวรัชดา ได้ยกคำอธิบายของ พลเรือตรีปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ มายืนยันเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนว่า โฆษกกองทัพเรือ ได้กล่าวว่า MOU44 เป็นเพียงกลไกหรือกรอบในการเจรจาระหว่างรัฐ มิใช่ข้อจำกัดต่อการปฏิบัติหน้าที่ด้านความมั่นคงทางทะเล ไม่ว่ากรอบดังกล่าวจะมีอยู่ ปรับเปลี่ยน หรือสิ้นสุดลง กองทัพเรือยังคงดำเนินภารกิจในการปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเลอย่างเต็มขีดความสามารถ โดยไม่ลดระดับความเข้มข้นของการปฏิบัติการ

ตลอดเวลาที่ผ่านมา กองทัพเรือได้รายงานต่อนายกรัฐมนตรี ถึงความพร้อมของกำลังรบทางเรือ การลาดตระเวน และการเฝ้าระวังในพื้นที่ทางทะเลที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง โดยการปฏิบัติการทุกประการตั้งอยู่บนหลักความรอบคอบ เพื่อป้องกันมิให้เกิดสถานการณ์ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ขณะเดียวกันยังคงยึดมั่นในแนวทางที่ไม่ยั่วยุ แต่พร้อมตอบสนองต่อทุกสถานการณ์ที่อาจกระทบต่ออธิปไตยของชาติอย่างทันท่วงทีและเหมาะสม

“ในเรื่องการใช้กฎหมายทางทะเลนั้น กองทัพเรือเป็นหน่วยงานสำคัญทำหน้าที่สนับสนุนข้อมูลทางวิชาการ แผนที่ และข้อเท็จจริงเชิงเทคนิค และทุกอย่างตรวจสอบได้ เพื่อให้การเจรจาดำเนินการมีความชัดเจนและรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทย” นางสาวรัชดา กล่าว

‘อภิสิทธิ์’เชื่อยกเลิกไม่มีปัญหา

วันเดียวกันที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. มีมติยกเลิก MOU 2544 ว่า ในส่วนของพรรคพูดมานานแล้วว่าเป็น MOU ที่ไม่ได้ใช้งานจริง และมีปัญหาเรื่องแผนที่มาตั้งแต่ต้น เพราะฉะนั้นการเดินหน้าหรือยกเลิกไม่มีปัญหาอะไรในเชิงหลักการ เพราะการเดินหน้าตาม MOU น่าจะมีปัญหา เพียงแต่ขั้นตอนและวิธีการทางกฎหมายจะต้องรัดกุม เราต้องดูว่าทางฝั่งกัมพูชามีความเคลื่อนไหวอย่างไร แต่โดยรวมตั้งแต่การเลือกตั้งเราก็พูดชัด MOU 2544 สามารถยกเลิกได้

เมื่อถามว่าการที่ไทยและกัมพูชาเข้าเป็นสมาชิกอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล พ.ศ. 1982 จะมีปัญหาในอนาคตหรือไม่ เพราะกัมพูชามักจะไม่ปฏิบัติตามนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การใช้กฎหมายถือเป็นหลักสากล แต่ในกรณีที่ต้องมีการเจรจาก็ต้องมาทำข้อตกลงกันใหม่ เพราะข้อตกลงเดิมไม่ได้เดินอยู่แล้ว เพราะมีปัญหาหลายอย่าง

ส่วนการยกเลิกจะเป็นผลดีหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตอนนี้คงต้องดูว่าการดำเนินการจะต้องทำอย่างรัดกุมตามหลักกฎหมาย และต้องดูการเคลื่อนไหวของกัมพูชาประกอบกัน

ทหารเขมรยั่วยุรายวัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีคลิปเหตุการณ์คาดว่าถูกบันทึกไว้เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา เผยให้เห็นสถานการณ์บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชาใกล้ช่องซำแต จ.ศรีสะเกษ โดยในคลิปปรากฏภาพเจ้าหน้าที่ทหารไทยตั้งแถวตรวจตราอย่างเข้มงวดบริเวณหน้าแนวพื้นที่รับผิดชอบ

ขณะเดียวกัน ฝั่งกัมพูชาบริเวณแนวลวดหนามพบการเคลื่อนไหวของกำลังทหารที่ตั้งฐานในระยะกระชั้นชิดกับฝั่งไทยและมีการนำผ้าสีฟ้า ลักษณะคล้ายสแลนมากางหรือขึงไว้ในจุดที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน คล้ายการแสดงพิกัดหรือแนวเขต อีกทั้งยังมีการขยับตำแหน่งหน้าแนวจากจุดเดิม สร้างความผิดสังเกตในพื้นที่

จากสถานการณ์ดังกล่าวฝ่ายทหารไทยได้ตะโกนสื่อสารไปยังฝั่งกัมพูชาในระดับผู้บังคับบัญชา ขอความร่วมมือไม่ให้ดำเนินการใดที่อาจก่อให้เกิดความกระทบกระทั่ง หรือมีลักษณะไม่เหมาะสม ขอให้ต่างฝ่ายต่างอยู่ อย่ายั่วยุกันพร้อมขอให้ประสาน
ผู้บังคับบัญชาฝั่งกัมพูชา เพื่อนำผ้าดังกล่าวออกจากพื้นที่

อย่างไรก็ตาม แม้เหตุการณ์ยังไม่เกิดการปะทะหรือความรุนแรง แต่บรรยากาศตามแนวชายแดนยังคงตึงเครียด และมีสัญญาณของการยั่วยุ รวมถึงความพยายามสร้างแรงกดดันเป็นระยะ แม้พื้นที่ดังกล่าวจะอยู่ในเขตของกัมพูชา แต่พฤติกรรมที่เกิดขึ้นถูกมองว่าเกินกว่าการตั้งฐานตามปกติ และอาจเข้าข่ายการท้าทายมากกว่าการปฏิบัติภารกิจตามแนวชายแดนทั่วไป

รวบ7คนไทยแก๊งให้เช่าบัญชีม้า

เช้าวันเดียวกัน พ.อ.พงศกรเสืองาม ผบ.ชค.ทพ.12 ฉก.อรัญประเทศ กกล.บูรพา (ผู้บังคับการชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 หน่วยเฉพาะกิจ อรัญประเทศ กองกำลังบูรพา) สั่งการให้ พ.ท.เตชทัต เฉลิมจิตต์ ผบ.ร้อย.ทพ.1202 จัดกำลังพลร่วมกับ ชปข.2 กกล.บูรพา (ชุดปฏิบัติการข่าวที่ 2 กองกำลังบูรพา) ออกทำการลาดตระเวนป้องกัน สกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายในพื้นที่รับผิดชอบ ระหว่าง จต.อ.03-จต.อ.04 พื้นที่ ม.5 บ.ภูน้ำเกลี้ยง ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้ตรวจพบ และจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายสัญชาติไทย จำนวน7 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 5 คน ขณะเดินเท้าลักลอบข้ามแดนช่องธรรมชาติจากฝั่งกัมพูชา เข้ามาในประเทศไทยจับกุม ตรวจสอบไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารอนุญาตข้ามแดนแต่อย่างใด จึงควบคุมตัวมาทำการซักถามที่ กองร้อยทหารพรานที่ 1202 ต.ป่าไร่อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

ถูกขังไว้ที่ปอยเปต

จากการซักถามเบื้องต้นพบว่าคนไทยทั้ง 7 คน เดินทางมาจาก 6 จังหวัด ประกอบด้วย จ.ชัยภูมิ, ฉะเชิงเทรา, เชียงราย, มหาสารคาม, สุพรรณบุรี และปทุมธานี โดยทั้งหมดอ้างว่าได้รับการติดต่อทางเฟซบุ๊กรับเช่าบัญชีธนาคาร บัญชีละ 25,000 บาทจึงสนใจ จากนั้นได้แอดไลน์คุยกันแล้วตกลงเดินทางมาที่ชายแดนอรัญประเทศโดยผู้ติดต่อส่งรถยนต์มารับถึงภูมิลำเนา จากนั้นพาลักลอบข้ามแดนออกไปฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชาทางช่องทางธรรมชาติซึ่งเป็นไร่อ้อย เมื่อไปถึงปอยเปต ได้ถูกนำไปกักขังไว้ที่อาคารพาณิชย์ 6 ชั้น สีเทา มีประตูเหล็กสีดำ มีรั้วปูนสีขาว มียามเฝ้า 24 ชม. จากนั้นมีชายไทยมายึดบัตรประชาชนและโทรศัพท์ของพวกตนไปทั้งหมด แต่พวกตนยังไม่ได้มีการสแกนใบหน้าแต่อย่างใด โดยพวกตนถูกขังอยู่ประมาณ 2 คืน จู่ๆ ได้มีคนไทยมาบอกว่าโทรศัพท์และบัตรประชาชนของพวกตนหายไปแล้วจากนั้นได้มีชาวกัมพูชามารับพวกตนไปส่งที่บริเวณชายแดนฝั่งปอยเปตแล้วบอกให้พวกตนเดินเท้าลักลอบข้ามแดนกลับประเทศไทยเองทั้งๆ ที่พวกตนยังไม่ได้รับเงินใดๆ ทำให้พวกตนต้องเดินเท้าลักลอบข้ามรั้วลวดหนามชายแดนบริเวณช่องธรรมชาติจากฝั่งกัมพูชากลับเข้าประเทศไทยและถูกทหารพรานไทยจับกุมได้ในที่สุด

ซึ่ง จนท.ชุดจับกุมคาดว่าแก๊งสแกมเมอร์ในปอยเปต กำลังถูกรัฐบาลกัมพูชากวาดล้างอย่างหนักทำให้เกิดการแตกตื่นต่างเร่งหลบหนีทำให้ต้องทิ้งทุกอย่างไว้จึงนำตัวคนไทยทั้ง 7 คนมาปล่อยทิ้งชายแดน โดยที่ยังไม่ได้สแกนใบหน้า

จากนั้น จนท.จึงควบคุมตัวคนไทยทั้ง 7 คน มาส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว ทำการสืบสวนสอบสวนเพื่อขยายผลและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

สีหศักดิ์แจงยกเลิกเอ็มโอยู44

ที่โรงแรมดุสิตธานี กระบี่ บีช รีสอร์ท อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ กรณีที่มีการตั้งคำถามถึงการยกเลิก MOU44 ว่าถ้ายกเลิกแล้วไทยจะทำอย่างไรต่อ โดยย้ำว่า การที่ไทยจะยกเลิก เรารู้ว่าจะเดินหน้าอย่างไรต่อไป ซึ่งเรื่องนี้อาจจะมีกรอบความร่วมมือใหม่ที่ดีกว่า เพราะว่า กรอบความร่วมมือ MOU44 มีทั้งปัญหาที่เกี่ยวกับการอ้างสิทธิ และในแง่การเมืองภายในของไทย ฉะนั้นหากเรามาเริ่มกันใหม่ก็จะดีกว่า และเจรจาในเรื่องของเขตแดนให้สุดก่อน จากนั้นก็ค่อยมาดูว่าส่วนที่ทับซ้อนมากน้อยเพียงใดแล้วค่อยมาว่ากันอีกที

ทั้งนี้ รัฐบาลมีความกังวลเกี่ยวกับข้อสังเกตของนักวิชาการในประเด็นการยกเลิก MOU44 ที่อาจทำให้ไทยถูกมองว่าไม่มีความน่าเชื่อถือ เพราะไปยกเลิกสัญญาฝ่ายเดียวหรือไม่ นายสีหศักดิ์กล่าวว่าก่อนที่เราจะตัดสินใจยกเลิก เราคุยกับที่ปรึกษากฎหมายทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ พร้อมหารือว่าจะเดินหน้าอย่างไรต่อ แต่ในขณะเดียวกันตนก็รับฟังนักวิชาการทุกฝ่าย และตัดสินใจบนเหตุผลที่ถูกต้อง

นายสีหศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า MOU44 เรามีมากว่า 20 ปี แต่ไม่มีความคืบหน้า อีกทั้งยังมีกระแสภายในประเทศด้วย ฉะนั้นในเมื่อไม่คืบหน้าเราก็ยกเลิกแล้วไปพุดคุยกับฝ่ายกัมพูชาต่อ

ส่วนจากท่าทีของผู้นำกัมพูชาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่อยากจะให้ไทยกลับมาใช้กลไกทวิภาคี และกดดันให้ประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ JBC มองอย่างไร นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ถ้ากัมพูชาต้องการแก้ไขผ่านกลไกทวิภาคีก็ถือเป็นสิ่งที่ดี แต่เขายังไปพูดเรื่องที่ไม่ดีต่อประเทศไทยในเวทีต่างๆ ตนจึงอยากจะให้สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ หลีกเลี่ยงการกล่าวอะไรที่กระทบกระทั่ง และ หลีกเลี่ยงการใช้วิธีกดดันทั้งที่เรายังไม่พร้อม โดยนำเรื่องนี้ไปใช้ประโยชน์ในเวทีระหว่างประเทศว่าไทยไม่ให้ความร่วมมือ ฉะนั้นถ้ากัมพูชาอยากจะเจรจาจริง และทำอย่างที่พูด ตนว่าเราก็อยากจะเดินหน้า

สำหรับฝ่ายจีนได้มีการเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย พบหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชาหรือไม่ นายสีหศักดิ์ ยืนยันว่า จีนพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกให้ทั้งสองประเทศได้เจอกัน แต่จีนไม่ต้องการที่จะแทรกแซง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top