วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569
‘เท้ง’ปรับทัพฝ่ายค้าน
ตั้งครม.เงา
ตามประกบรัฐบาลหนู
ดัน‘พิจารณ์’นั่งเลขาปชน.
อนุทินควงภริยาไปปากน้ำ
ฉ่ำสงกรานต์พระประแดง
ประชุมใหญ่พรรคประชาชน ดัน“เท้ง”นั่งหัวหน้าพรรคต่อ ตั้ง“พิจารณ์”เลขาฯ ส่วน“ลิซ่า-ภคมน” เป็นโทรโข่งพรรคเดินหน้าอัปเกรดหน้าที่ฝ่ายค้าน จ่อตั้ง“ครม.เงา”ตรวจสอบการทำงานรัฐบาลอนุทิน ฝันเลือกตั้งสมัยหน้า ต้องเป็นฝ่ายบริหาร
เมื่อวันที่ 26เมษายน2569 ที่โรงแรมเมเปิล เขตบางนา กรุงเทพฯ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ของพรรคประชาชน โดยชี้แจงถึงการปรับโครงสร้างใหม่ รวมถึงทิศทางการทำงานตรวจสอบรัฐบาลและทิศทางการขับเคลื่อนพรรคในอนาคต นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ช่วง 3 วันที่ผ่านมา เราไม่ได้พูดคุยกันเพียงปัญหาภายในพรรค แต่เราพูดคุยถึงปัญหาของประเทศและอนาคตของประเทศ สิ่งสำคัญคือจะทำอย่างไรให้พรรคประชาชนเป็นยานพาหนะที่นำมาซึ่งการสร้างการเปลี่ยนแปลง นำไปสู่สังคมไทยที่ดีกว่านี้
ทั้งนี้ ต้องยอมรับกันตามตรงว่าตั้งแต่หลังการเลือกตั้ง หลายอย่างเกิดความไม่ชัดเจนขึ้นในสังคม ซึ่งเราได้ตกผลึกทางความคิดว่า เราสามารถสร้างความชัดเจนให้เกิดขึ้นได้ ทั้งภายในองคาพยพของพรรค และความชัดเจนของพรรคที่จะนำเสนอสู่สังคมไทย โดย 3 ความชัดเจน ประกอบด้วย บุคลากร ทิศทางของพรรค และอุปสรรคของประเทศนี้ รวมถึง 4 หมุดหมายสำคัญที่เราจะนำเสนอต่อพี่น้องประชาชนเร็วๆ นี้
ดีใจ10สส.ไม่ต้องพักงาน
ความชัดเจนแรก คือ เรื่องของบุคลากร จากคำสั่งของศาลฎีกา 10 สส. ของพรรคประชาชนจะเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ส่วนคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ จะมีการเสนอในระเบียบวาระการประชุมอย่างเป็นทางการ
ความชัดเจนที่สอง คือ ทิศทางของพรรค ที่ผ่านมาเราถูกตั้งคำถามว่าตกลงแล้วพรรคประชาชน จะเป็นพรรคที่เน้นทำงานทางความคิดระดับชาติหรือจะเป็นพรรคที่ต้องปรับเปลี่ยนตัวเองไปทำงานการเมืองในพื้นที่ ตนเชื่อว่าการตกผลึกจากเพื่อนๆ สมาชิกทุกคน ทำให้เห็นว่าการสร้างการเปลี่ยนแปลงไม่สามารถเลือกทางใดทางหนึ่งได้ เราจำเป็นที่จะต้องทำทั้งสองอย่างให้ดีที่สุดไปพร้อมกัน
“ตนให้คำสัญญาว่า หลังจากนี้คณะกรรมการบริหารพรรคจะเน้นทำงานทางความคิดให้เข้มข้นต่อเนื่อง ทั้งภายในพรรคและภายนอกพรรค แต่อย่างไรก็ตาม การทำงานทางความคิดอย่างเดียวย่อมไม่สามารถนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงได้ เราจำเป็นต้องมีแกนนำต่างๆ ในชุมชนเพื่อปลูกเมล็ดพันธุ์ทางความคิดว่าการสร้างสังคมที่ดีกว่า จำเป็นจะต้องชวนพวกเขามาร่วมกันทำการเมืองใหม่ไปพร้อมกับพวกเรา ขับเคลื่อนสร้างความเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน”
วิกฤตน้ำมันปัญหาใหญ่
ความชัดเจนที่สาม คือ อุปสรรคของประเทศ ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามครรลองที่ควรจะเป็น ไม่ว่าวิกฤตภายนอกจะร้ายแรงแค่ไหน ประชาชนคนไทยก็ยังสามารถคาดหวังอนาคตที่ดีกว่านี้ได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้น เราเห็นได้จากกรณีวิกฤตน้ำมันที่ผ่านมา ว่าใครที่มีเส้นสายยึดโยงกับบ้านใหญ่ กลุ่มพลังงาน ก็อาจจะเข้าถึงการจัดสรรทรัพยากรหรือเข้าถึงผลประโยชน์ได้เร็วกว่าประชาชนคนตัวเล็กตัวน้อย ดังนั้นตอนนี้เราต้องชี้ให้ประชาชนทั้งประเทศเห็นภาพร่วมกับเรา ว่าอุปสรรคที่สำคัญ ศัตรูของประชาชน ไม่ใช่วิกฤตพลังงานเฉพาะหน้า ไม่ใช่วิกฤตต่อๆ ไปที่จะถาโถมเข้ามาในประเทศไทย แต่คือวิกฤตภายในประเทศของพวกเราเอง เราจะต่อสู้กับระบบการเมืองอุปถัมภ์ การเมืองมุ้งใหญ่ องค์กรอิสระ สว.หรือระบบราชการที่ไม่มีความโปร่งใส ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชนอย่างไร ซึ่งเป็นหน้าที่ของทุกคนในองคาพยพของพรรค ที่ทุกการสื่อสารหลังจากนี้ต้องชี้เป้าให้ชัดเจนว่าอุปสรรคที่ชัดเจนของประเทศไทยคือระบบกินรวบที่กำลังกัดกินประเทศนี้อยู่
ตั้งครม.เงาตรวจสอบรัฐบาล
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สำหรับหมุดหมายในการทำงานของพรรค ซึ่งเราจะนำเสนอต่อพี่น้องประชาชนคนไทยเร็วๆ นี้ หมุดหมายแรก คือ เราจะเป็นฝ่ายค้านที่สร้างสรรค์ และทำงานให้มากกว่าเดิม ให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าพรรคประชาชนพร้อมที่จะบริหารประเทศในการเลือกตั้งครั้งหน้า เราเตรียมที่จะเปิด ครม.เงา ทีมทำงานที่พร้อมจะทำหน้าที่ตรวจสอบและให้ข้อเสนอแนะแก่รัฐบาล
ขับเคลื่อนผลงานทางสภา
หมุดหมายที่สอง คือ การทำงานในสภาผู้แทนราษฎร ขับเคลื่อนวาระของประชาชน ผ่านกลไกกรรมาธิการทั้ง 35 คณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะ 9 คณะ ที่มี สส. พรรคประชาชนเป็นประธาน
หมุดหมายที่สาม คือเรื่องยุทธศาสตร์ในการทำงานพื้นที่ เรามีการปรับโครงสร้างของพรรค ตั้งทีมทำงานขึ้นมาเพื่อมีเป้าหมายในการเอาชนะการเลือกตั้ง เราเตรียมพร้อมที่จะเคาะผู้สมัครให้เร็ว วันที่ 1 พฤษภาคมนี้ จะมีการเคาะผู้สมัครชุดแรกลงไปทำงานในพื้นที่ เพื่อให้พวกเขามีโอกาสและมีเวลาได้นำเสนอชุดความคิดของพรรคประชาชนในพื้นที่มากขึ้น ส่วนเรื่องคุณสมบัติของผู้สมัคร หากเราเคาะผู้สมัครได้เร็ว ประชาชนในพื้นที่ก็จะมีโอกาสเข้ามาตรวจสอบผู้สมัครของพวกเราได้เร็วยิ่งขึ้นเช่นกัน
หมุดหมายที่สี่ คือเร็วๆ นี้เราจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่น เรามีลำพูนโมเดลที่แสดงให้เห็นแล้วว่า การชนะการเมืองระดับท้องถิ่นผ่านการทำงานให้ประชาชนเห็น สามารถส่งผลต่อการเมืองในระดับประเทศได้อย่างไร ซึ่งพวกตนเตรียมพร้อม นอกจากสนามการเลือกตั้งในพัทยาแล้ว ในต้นเดือนพฤษภาคมนี้ จะมีการเปิดตัวผู้สมัครทีมบริหารกรุงเทพมหานครของพรรคประชาชน ที่มีทั้งผู้สมัครผู้ว่าฯ และผู้สมัคร ส.ก.ครบทั้ง 50 เขต ซึ่งตนเชื่อว่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับพี่น้องชาวกรุงเทพฯ แน่นอน
‘เท้ง’นั่งหัวหน้าพรรคต่อไป
สำหรับรายชื่อกรรมการบริหารพรรคประชาชน จากที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569
1.นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค 2.นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรค 3.น.ส.ชุติมา คชพันธ์ เหรัญญิกพรรค 4.นายณัฐวุฒิ บัวประทุม นายทะเบียนสมาชิกพรรค
5.น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา กรรมการบริหารพรรค โฆษกพรรค คือ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์
“พิจารณ์”นั่งเลขาพรรค
เวลา 11.50น.นายณัฐพงษ์ ให้สัมภาษณ์ภลังประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคประชาชนว่า ที่ประชุมใหญ่ของพรรคได้ให้ความเห็นชอบให้นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เป็นเลขาธิการพรรคและน.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา อดีตสส.นครปฐม ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารพรรค ส่วน น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ เป็นโฆษกพรรค ยืนยันว่าทุกคนพร้อมทำงานเต็มที่
ด้าน นายพิจารณ์ กล่าวว่า ตนในฐานะเลขาธิการพรรคคนใหม่จะต่อยอดเรื่องที่ประชุมร่วมกันให้เกิดขึ้นได้จริง จะให้ความสำคัญการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทุกองคาพยพของพรรค ซึ่งทุกภารกิจที่พรรคประชาชนทำจะมีคำถามว่าพี่น้องประชาชนจะได้ประโยชน์อะไร ดังนั้น ทุกองคาพยพของพรรค ทั้ง สส. ทีมจังหวัด ทีมเครือข่าย จำเป็นที่จะต้องทำงานสอดประสานกัน และต้องติดอาวุธ ทั้งเรื่องกฎหมายและกลไกในรัฐสภา เพื่อให้การทำงานทั้งในและนอกสภาฯ เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ ภายใต้ความมุ่งหมายที่เราอยากจะชนะการเลือกตั้ง แต่สุดท้ายเราจะแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในฐานะพรรคฝ่ายค้านได้อย่างไร หรือใช้กลไกสภาผลักดันรณรงค์การแก้ไขกฎหมาย จึงต้องพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในทุกองคาพยพ
ประชุมใหญ่ประชาชาติ
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก หอประชุมอัล-อิหม่าม อัลนาวาวีย์ คณะวิทยาการอิสลามมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จังหวัดปัตตานี ว่า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะ หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชาติ เดินทางมากล่าวเปิดการประชุมใหญ่สามัญพรรคประชาชาติ ประจำปี 2569 ครั้งที่ 1 และดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระโดยเป็นประธานการประชุม โดยมี นายซูการ์โน มะทา สส.ยะลา เขต 2 ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาชาติ,นายสุไลมาน บือแนปีแน สส.ยะลา เขต1,นายอับดุลอายี สาแม็ง สส.ยะลา เขต 3 และ นายกมลศักดิ์ ลีวาเลาะ สส.นราธิวาส เขต5และยังมีคณะกรรมการบริหารพรรค อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชาติ จังหวัดปัตตานี
อาทิ รศ.ดร.รุ่งเรือง พิทยศิริ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พรรคประชาชาติ , นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชาติ จังหวัดปัตตานี, นายกูเฮง ยาวอหะซัน อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชาติ จังหวัดนราธิวาส , ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วรวิทย์ บารู อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปัตตานี รวมทั้งอดีตผู้สมัครฯของพรรค อาทิ นายอรุณ เบ็ญจลักษณ์ และ นายพลรักษ์ รักษาพล คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มีสมาชิกพรรคเข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนมาก รวมกว่า 412 คน
สร้างคุณภาพที่ดีขึ้น
พ.ต.อ.ทวี ในฐานะ หัวหน้าพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงทิศทางและการทำงานของพรรค โดยเน้นย้ำถึงพลวัตทางการเมือง ที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมระบุว่าประชาธิปไตยที่แท้จริงไม่ได้จบลงแค่เพียงวันเลือกตั้ง แต่คือการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง
“พรรคการเมืองต้องปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของสังคม ประชาธิปไตยต้องกินได้และส่งผลต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในทุกวัน การทำงานของพรรคประชาชาติให้ความสำคัญทั้งงานในรัฐสภาและงานมวลชนนอกสภา โดยเฉพาะการรับฟังเสียงของประชาชนเพื่อนำมาแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด แม้พรรคจะมีจำนวน สส. (5 เสียง) ไม่มาก แต่ยืนยันว่าจะใช้กลไกทางการเมืองที่มีอยู่ต่อสู้อย่างเต็มที่ เพื่อผลักดันนโยบายที่ได้ให้สัญญาไว้กับประชาชน เพราะเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการอย่างแท้จริง” พ.ต.อ.ทวี กล่าว
พ.ต.อ.ทวี ยังแสดงความมุ่งหวังในการแก้ปัญหาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ที่ยังเผชิญกับความเหลื่อมล้ำ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และโดยเฉพาะด้านการศึกษา ที่ยังมีเด็กขาดโอกาสอีกจำนวนมาก
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี