วันอังคาร ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569
"กล้าธรรม"รุดฟังเสียงองค์กร รปภ. ชงรัฐทบทวนกฎหมายโอที หวั่นกระทบจ้างงาน วอนรัฐบาลเห็นใจต้นทุนพุ่งเสี่ยงกระทบปากท้องพนักงาน
พรรคกล้าธรรม โดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้มอบหมายให้ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์ และ ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ดำเนินการ รับเรื่องร้องเรียนและเปิดพื้นที่รับฟังความเดือดร้อนกลุ่มผู้ประกอบการรักษาความปลอดภัย หลังภาคีเครือข่าย 18 องค์กร ที่ได้ยื่นหนังสือเข้ามาร้องขอความเป็นธรรม ปมกฎกระทรวงแรงงานฉบับใหม่เตรียมบังคับใช้ เพิ่มภาระต้นทุนค่าล่วงเวลาท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ ด้านทีมยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรมเร่งหาทางออกร่วมกับสมาคมฯ หวังบรรเทาผลกระทบทั้งนายจ้างและลูกจ้าง
27 เมษายน 2569 ณ ที่ทำการพรรคกล้าธรรม (กธ.) องค์กรภาคีเครือข่ายผู้ประกอบอาชีพรักษาความปลอดภัย จำนวน 18 องค์กร ได้เข้ายื่นหนังสือเพื่อขอให้พิจารณาแนวทางในการบรรเทาความเดือดร้อนจากผลกระทบต่อธุรกิจรักษาความปลอดภัย อันสืบเนื่องมาจากการบังคับใช้กฎกระทรวงแรงงาน เรื่องการกำหนดค่าล่วงเวลาและค่าตอบแทนการทำงานที่เกินวันละแปดชั่วโมง ในงานเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สิน พ.ศ.2568
โดยสาระสำคัญของกฎกระทรวงดังกล่าว กำหนดให้นายจ้างต้องจ่ายค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 1.25 เท่า ของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานปกติ และไม่น้อยกว่า 2.5 เท่า ในวันหยุด ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 24 เมษายน 2569 นี้
ด้านกลุ่มผู้ประกอบการ ระบุว่า แม้เจตนารมณ์ของกฎหมายจะเป็นการสร้างความเสมอภาคให้กับลูกจ้าง แต่ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่เผชิญทั้งภาวะสงคราม โลกร้อน และราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของสินค้าและการขนส่ง ส่งผลให้ผู้ว่าจ้างทั้งภาคเอกชนและภาครัฐไม่สามารถปรับเพิ่มงบประมาณค่าบริการรักษาความปลอดภัยให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทันที โดยเฉพาะหน่วยงานรัฐที่ติดเงื่อนไขในสัญญาจ้างเดิม
นอกจากนี้ ลักษณะเฉพาะของงานรักษาความปลอดภัยเป็นงานที่ต้องเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง แตกต่างจากอาชีพอื่นที่อาจมีการทำล่วงเวลาเพียงชั่วคราว การบังคับใช้กฎหมายนี้จึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) ของบริษัท หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ ธุรกิจหลายแห่งอาจต้องปิดตัวลง หรือจำเป็นต้องลดจำนวนพนักงานลงเพื่อความอยู่รอด ซึ่งจะส่งผลเสียต่อระบบความปลอดภัยโดยรวมของสังคม
ในการนี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้มอบให้ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์ และ ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ดำเนินการต่อไป โดยทางพรรคกล้าธรรมได้เชิญนายกสมาคม และตัวแทนภาคีเครือข่ายทั้ง 18 องค์กร เข้าร่วมประชุมหารือเพื่อหาทางออกร่วมกันใน 2 ประเด็นหลัก คือ 1.การพิจารณาเสนอให้มีการ เลื่อนการบังคับใช้กฎหมาย ออกไปตามระยะเวลาที่เหมาะสมเพื่อให้ธุรกิจได้ปรับตัว 2.การพิจารณา มาตรการช่วยเหลือเยียวยา อย่างใดอย่างหนึ่งสำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เพื่อป้องกันการเลิกจ้างงานในอนาคต
ทาง พรรคกล้าธรรม เน้นย้ำว่า พร้อมเป็นตัวกลางในการนำข้อเสนอเหล่านี้ไปประสานงานต่อกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ทั้งในแง่ของสวัสดิการแรงงานที่ดีขึ้นและความมั่นคงของภาคธุรกิจรักษาความปลอดภัยที่เป็นฟันเฟืองสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี