วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569
DSIจู่โจม7จุด3จังหวัด
ค้นคลังน้ำมัน
แกะรอยกักตุนหรือไม่
กู้2หมื่นล.โปะกองทุนฯ
ตำรวจร่วมกับดีเอสไอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดปฏิบัติการบุกค้นบริษัทคลังน้ำมัน-ท่อส่งน้ำมันในพื้นที่ 3 จังหวัด รวม 7 จุดสำคัญ หลังพบความผิดปกติในการรายงานตัวเลขน้ำมัน ขณะที่ ครม.ไฟเขียวให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) กู้เงิน 2 หมื่นล้านบาท เสริมสภาพคล่อง พยุงราคาพลังงาน รับวิกฤตโลก
เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 28 เมษายน 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำกำลังเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ), เจ้าหน้าที่กรมธุรกิจพลังงาน, เจ้าหน้าที่พาณิชย์จังหวัดสระบุรี, เจ้าหน้าที่สรรพสามิตจังหวัดสระบุรี, พลังงานจังหวัดสระบุรี และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เปิดปฏิบัติการเชิงรุกตรวจสอบผู้ประกอบการน้ำมัน แก้ไขปัญหาภาวะขาดแคลน โดยเข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายคลังน้ำมัน 3จังหวัด คือ จ.ขอนแก่น จ.สมุทรสาครและ จ.สระบุรี รวม 7 จุดสำคัญ แบ่งเป็น บริษัทท่อส่งน้ำมัน, บริษัทน้ำมันค้าปลีก, ส่วนงานบริหารธุรกิจของบริษัทคลังน้ำมัน และบริษัทคลังเก็บน้ำมันที่เป็นผู้ให้บริการขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หลังพบความผิดปกติจากรายงานตัวเลขน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นการกักตุน เพื่อเก็งกำไรหรือไม่
ผู้สื่อข่าวได้ติดตามการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ มายัง 1 ใน 7 จุดสำคัญ ซึ่งจุดนี้ตั้งอยู่ใน อ.เสาไห้ จ.สระบุรี เป็นบริษัทขนส่งน้ำมันทางท่อ เมื่อชุดปฏิบัติการมาถึง ได้มีตัวแทนบริษัท มาเข้ามาพบ และให้ความร่วมมือในการนำทีมปฏิบัติการทั้งหมด เข้าตรวจสอบภายในบริษัททันที โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชน เข้าไปภายในจุดที่เป็นสำนักงานที่มีการชี้แจงข้อมูล
จากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นพบว่า บริษัทขนส่งน้ำมันทางท่อดังกล่าวนี้ เป็นเพียงบริษัทรับจ้างส่งน้ำมันทางท่อเท่านั้น ที่มีบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ 4-5 บริษัทเป็นเจ้าของน้ำมัน และใช้บริการบริษัทนี้ในการส่งน้ำมัน ซึ่งนอกจากจะส่งน้ำมันทางท่อแล้ว ยังพบว่ามีการขนส่งน้ำมันผ่านรถบรรทุกน้ำมันของบริษัทต่าง ๆ เพื่อไปยังหน้าปั๊มน้ำมันด้วย
มีรายงานว่า การเข้าตรวจสอบคลังน้ำมันดังกล่าว ใน จ.สระบุรี เจ้าหน้าที่จะขอตรวจสอบเอกสารคำสั่งซื้อน้ำมัน, ข้อมูลรับส่งน้ำมันประจำวัน, ข้อมูลปริมาณน้ำมันคงคลังประจำวัน,ทะเบียนรถบรรทุกที่เข้ามารับน้ำมัน เพื่อตรวจสอบการเข้าออกจากคลังว่ามีทั้งหมดกี่คัน ทะเบียนป้ายใดบ้าง ปลายทางไปที่ไหน, ใบกำกับการขนส่งน้ำมัน, ภาพกล้อวงจรปิดภายในคลังน้ำมัน, แผนผังการเก็บน้ำมันระบบท่อส่ง และข้อมูลมิเตอร์ไฟฟ้า ตลอดทั้งเดือนมีนาคม ตั้งแต่เกิดภาวะสงครามตะวันออกกลาง จนมาช่วงวิกฤตน้ำมันขาดแคลน 20-25มี.ค.และการเข้าตรวจคลังน้ำมันในครั้งนี้ เป็นการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล ที่ให้เดินหน้าตรวจสอบคลังน้ำมันทั่วประเทศ ซึ่งมีทั้งหมด 92 คลัง และการเข้าตรวจวันนี้เป็นคลังน้ำมันที่อยู่ในจำนวนดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามข้อมูลหนึ่งในรถบรรทุกขนส่งน้ำมัน เปิดเผยว่า เขาเป็นคนขับรถบรรทุกน้ำมันของปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา เป็นปั๊มขนาดเล็กในพื้นที่ เขาขับรถมาเพื่อรับน้ำมันที่คลังน้ำมันแห่งนี้ ทั้งหมด 32,000 ลิตร เพื่อไปเติมเข้าระบบหน้าปั๊ม ซึ่งจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมงเท่านั้น และไม่ได้เดินทางมาทุกวัน ขึ้นอยู่กับบริษัทจะให้เข้ามารับน้ำมันวันไหน
ขณะเดียวกัน คนขับรถบรรทุกน้ำมันของปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.สระบุรี ให้ข้อมูลว่า จะเข้ามารับน้ำมันที่คลังแห่งนี้เกือบทุกวัน ประมาณ 40,000 ลิตร แต่ช่วงที่น้ำมันขาดแคลน ก็มีการจำกัดปริมาณน้ำมัน เหลือวันละ 30,000 ลิตร
วันเดียวกัน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติให้สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) กู้ยืมเงินวงเงิน 2หมื่นล้านบาท และให้กองทุนดำเนินการกู้เงินได้ เมื่อครม.อนุมัติแผนการบริหารหนี้สาธารณะด้วยแล้ว สืบนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน ที่เริ่มมาตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ.2569 ส่งผลให้ปริมาณเชื้อเพลิงในตลาดโลกลดลง และราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น กระทบต่อราคาขายปลีกในประเทศไทยและค่าครองชีพของประชาชน
ทั้งนี้ จากข้อมูล ณ วันที่ 5 เม.ย.2569 ระบุว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีฐานะติดลบประมาณ 5.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนี้เงินชดเชยน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทต่างๆ ค้างจ่ายให้แก่ผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิง รวมประมาณ 5.6หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ผู้ประกอบการขาดสภาพคล่อง กระทบต่อความสามารถในการจัดหาน้ำมันและมีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนในประเทศ ดังนั้น ในการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบให้นำเสนอ ครม.พิจารณาอนุมัติการกู้ยืมเงินของ สกนช. เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา น้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ในกรณีเกิดวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมีแผนการใช้จ่ายเงินกู้ 2 หมื่นล้านบาท ในช่วงเดือนมิ.ย.-ส.ค.2569 และมีแผนชำระหนี้เงินกู้ ในช่วงเดือน ก.ค.2571-ส.ค.2574 เพื่อเสริมสาพคล่องให้กองทุนสามารถบรรเทาวิกฤตราคาพลังงาน ดูแลระดับราคาน้ำมันให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม และสอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดโลกในช่วงวิกฤตพลังงาน
รายงานข่าวแจ้งว่า สถานะกองทุนล่าสุด ณ วันที่ 26 เม.ย.2569 ติดลบ 62,364 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมันติดลบ 24,143 ล้านบาท และบัญชีก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ติดลบ 38,221 ล้านบาท
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี