542.jpg
ด่วน! ทักษิณ ฉลุยผ่านพักโทษ ปล่อยตัว 11 พ.ค.-ติดกำไล EM

ด่วน! ทักษิณ ฉลุยผ่านพักโทษ ปล่อยตัว 11 พ.ค.-ติดกำไล EM

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.15 น.

ด่วน! "ทักษิณ"ฉลุยผ่านพักโทษ รอปล่อยตัวจากเรือนจำ 11 พ.ค.นี้ - ติดกำไล EM

ภายหลังจากที่คณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม ซึ่งมี นางธารินี แสงสว่าง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้รับมอบหมายจาก นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม ให้ทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการฯ ประชุมหารือกับกรรมการแต่ละหน่วยงาน เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ต้องขังเด็ดขาดทั่วประเทศที่มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์โครงการพักการลงโทษกรณีทั่วไป ตั้งแต่ช่วงเช้าเวลา 09.00 น.ที่ผ่านมา โดยมีรายชื่อบุคคลสำคัญ คือ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องขังเด็ดขาดเรือนจำกลางคลองเปรม ที่คุมขังอยู่ภายในเรือนจำฯ ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย.68 จนถึงปัจจุบันวันที่ 29 เม.ย.69 เป็นระยะเวลา 7 เดือน กับอีก 20 วัน จึงเหลืออีกเพียง 12 วันก็จะคุมขังครบ 2 ใน 3 ของอัตราโทษ 1 ปี และจะได้รับการพักโทษคุมประพฤติในวันที่ 11 พ.ค.นี้


ล่าสุดเมื่อเวลา 13.30 น.วันนี้ (29 เมษายน 2569) ที่กระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ภายหลังจากที่คณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม ซึ่งมี นางธารินี แสงสว่าง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานฯ ประชุมหารือร่วมกับผู้แทนจากกรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการปกครอง กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการฯลฯ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบพักการลงโทษรายชื่อผู้ต้องขังเด็ดขาดจากทั่วประเทศที่มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ได้รับการพักการลงโทษกรณีทั่วไป เพื่อที่จะได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติตามระยะเวลาโทษคงเหลือ

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า ภายหลังการประชุมนานกว่า 3 ชั่วโมง ที่ประชุมฯ ได้มีมติให้ นายทักษิณ ชินวัตร ผู้ต้องขังเด็ดขาดเรือนจำกลางคลองเปรม เป็นผู้มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ได้รับการพักการลงโทษกรณีทั่วไป แต่ต้องติดกำไล EM จากนั้นมติที่ประชุมที่เกิดขึ้นในวันนี้ จะถูกส่งแจ้งไปยังผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรม และเจ้าหน้าที่คุมประพฤติรับทราบ โดยหลังจากนี้ในวันที่ 11 พ.ค.69 เรือนจำกลางคลองเปรมจะได้ดำเนินการปล่อยตัวนายทักษิณ เข้าสู่การคุมประพฤติอีก 4 เดือน

ขณะที่ กรมราชทัณฑ์ ได้ออกเอกสารข่าวประชาสัมพันธ์เผยแพร่เรื่องการประชุมคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ครั้งที่ 4/2569 โดยมีนักโทษเด็ดขาดเข้ารับการพิจารณา ทั้งสิ้นจำนวน 920 ราย ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ มีมติเห็นชอบการพักการลงโทษกรณีปกติ จำนวน 859 ราย ไม่เห็นชอบจำนวน 49 ราย รอไว้จำนวน 2 ราย และเห็นชอบพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ จำนวน 10 ราย

โดยในจำนวนนี้ คณะอนุกรรมการฯ มีมติเห็นชอบพักการลงโทษกรณีปกติให้แก่ นายทักษิณ ชินวัตร และมีเงื่อนไขให้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) จนกว่าจะพ้นโทษ โดยมีเหตุผลให้ได้รับการพักการลงโทษ ดังนี้ มีคุณสมบัติครบถ้วนตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 มาตรา 52 (7) กฎกระทรวง กำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ.2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2564

ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ ได้มีการนำพฤติการณ์แห่งคดี ระยะเวลาการคุมประพฤติ ความน่าเชื่อถือของผู้อุปการะ ผลกระทบด้านความปลอดภัยของสังคม และการได้รับการแก้ไขฟื้นฟูพัฒนาพฤตินิสัยภายในเรือนจำ มาประกอบการพิจารณาพักการลงโทษ ประกอบกับมีเหตุผลพิเศษสนับสนุนการใช้ดุลยพินิจพิจารณาสามารถผ่อนปรนให้ได้รับการพักการลงโทษด้วยเหตุผล มีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป เหลือโทษจำต่อไปไม่เกิน 1 ปี ผ่านการแก้ไขฟื้นฟูและพัฒนาพฤตินิสัยจนน่าเชื่อว่าสามารถ ปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้น และมีผลการประเมินตามแบบประเมินความเสี่ยงในการกระทำผิดซ้ำ มีความเสี่ยงค่อนข้างน้อย ซึ่งนายทักษิณ จะเข้าเกณฑ์การพักการลงโทษกรณีปกติในวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 และสามารถปล่อยตัวคุมประพฤติได้ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ทั้งนี้ นายทักษิณ จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการคุมประพฤติที่กำหนด จนกว่าจะพ้นโทษ

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top