Logo วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / การเมือง
ชงแลนด์บริดจ์เข้าสภา  จี้หนูทบทวน  สว.ดาหน้ารุมคัดค้าน

ชงแลนด์บริดจ์เข้าสภา จี้หนูทบทวน สว.ดาหน้ารุมคัดค้าน

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
Tag : จี้หนูทบทวน ชงแลนด์บริดจ์เข้าสภา สว.ดาหน้าค้าน
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ชงแลนด์บริดจ์เข้าสภา

จี้หนูทบทวน

สว.ดาหน้ารุมคัดค้าน

ซัดกระทบวิถีชุมชน

ทำสิ่งแวดล้อมพินาศ

มวลชนปักหลักต้าน

มูลนิธิร่วมพัฒนาภาคใต้ ออกโรงเตือน “อนุทิน-พิพัฒน์” ถ้าจะดันแลนด์บริดจ์ระนอง-ชุมพร ต้องถามประชาชนในพื้นท่ี แนะย้ายแนวไปปรับปรุงแนวเซาท์เทิร์นซีบอร์ด กระบี่-สุราษฎร์ธานี และต่อยอดนิคมอุตสาหกรรมจะนะ สงขลา ประเทศชาติได้ประโยชน์มากกว่า ด้าน “โพลคนใต้” ห่วงแลนด์บริดจ์ กระทบทางธรรมชาติ ทั้งทางบกและทะเล ขณะที่กลุ่ม SEC Watch ทำจดหมายเปิดผนึกไล่ทุบ สส.สะตอภูมิใจไทย ให้มีความรับผิดชอบต่อพื้นที่ ฝ่าย “สว.” ชงญัตติด่วน จี้รัฐบาลทบทวนอังคารนี้

เมื่อวันที่ 3  พฤษภาคม ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” สำรวจระหว่างวันที่ 28-30 เม.ย.2569 จากประชาชน ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในภาคใต้ (จำนวน 14 จังหวัด ประกอบด้วย ชุมพร นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี สงขลา กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนอง สตูล นราธิวาส ปัตตานี และยะลา รวม 1,455 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความคิดเห็นของคนภาคใต้ต่อโครงการแลนด์บริดจ์


จากการสำรวจ เมื่อถามถึงการเคยได้ยินและความเข้าใจของคนภาคใต้เกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 54.43 ระบุว่า เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย เกี่ยวกับโครงการฯ รองลงมา ร้อยละ 26.67 ระบุว่า เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง เกี่ยวกับโครงการฯ ร้อยละ 10.52 ระบุว่า เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก เกี่ยวกับโครงการฯ ร้อยละ 7.08 ระบุว่า ไม่เคยได้ยินใด ๆ เลย เกี่ยวกับโครงการฯ และร้อยละ 1.30 ระบุว่า เคยได้ยิน แต่ไม่เข้าใจเลย เกี่ยวกับโครงการฯ

ห่วงกระทบสิ่งแวดล้อมเพียบ

เมื่อถามว่า เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง และเคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย เกี่ยวกับโครงการฯ (จำนวน 1,333 หน่วยตัวอย่าง) ถึงกรณีที่ “คนภาคใต้ มีความกังวลใจเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์” ร้อยละ 38.03 ระบุว่า ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทางธรรมชาติทั้งทางบกและทางทะเล รองลงมา ร้อยละ 33.16 ระบุว่า ไม่กังวลใจใด ๆ เลย

ร้อยละ 29.71 ระบุว่า ผลกระทบต่อสภาพความเป็นอยู่ของชุมชนท้องถิ่น เช่น การถูกเวนคืนที่ดิน วิถีชีวิตท้องถิ่นที่อาจจะเปลี่ยนไป ร้อยละ 25.81 ระบุว่า การทุจริตและความไม่โปร่งใสของโครงการฯ ร้อยละ 15.30 ระบุว่า ความคุ้มค่าในระยะยาว ร้อยละ 12.08 ระบุว่า การถูกต่อต้านจากชุมชน คนในพื้นที่ ร้อยละ 11.78 ระบุว่า คนใต้จะได้ประโยชน์อะไร ร้อยละ 11.40 ระบุว่า ประชาชนคนไทยทั้งประเทศจะได้ประโยชน์อะไร ร้อยละ 10.50 ระบุว่า ปัญหาการก่อสร้างโครงการฯ ที่ล่าช้าหรือไม่สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ร้อยละ 7.58 ระบุว่า ปัญหางบประมาณของรัฐ หากต้องลงทุน ทำโครงการเอง ร้อยละ 6.30 ระบุว่า ปัญหาการหาผู้ลงทุนในโครงการฯร้อยละ 6.15 ระบุว่า ในอนาคต ประเทศไทยอาจจะกลายเป็นพื้นที่สำคัญในการแข่งขันกันของประเทศมหาอำนาจ ร้อยละ 4.35 ระบุว่า ปัญหาโครงการฯ อาจจะไม่เกิดขึ้นจริง ร้อยละ 3.98 ระบุว่า การถูกต่อต้านจาก NGO (องค์กรพัฒนาเอกชน) นักวิชาการ นักการเมือง และร้อยละ 0.98 ระบุว่า การถูกต่อต้านจากต่างประเทศ

เมื่อสอบถามความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างที่ระบุว่า เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง และเคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย เกี่ยวกับโครงการฯ (จำนวน 1,333 หน่วยตัวอย่าง) ถึงความคิดเห็นของคนภาคใต้เกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 34.21ระบุว่า เห็นด้วยมาก รองลงมา ร้อยละ 33.01 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย ร้อยละ 19.43 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 13.35 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย

ต้องรับฟังความเห็นประชาชน

ดร.สุเมต สุวรรณพรหม รองประธานมูลนิธิร่วมพัฒนาภาคใต้ และกรรมการบริหารสมาคม ชาวปักษ์ใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้สัมภาษณ์กรณีรัฐบาลมีนโยบายสร้างแลนบริดจ์แนว จ.ระนองชุมพรและมีเสียงคัดค้านจากภาคประชาชนและองค์กรเอ็นจีโออย่างมากและมีความต่อเนื่องนั้น ว่ามีการคัดค้านมากขึ้นเรื่อยเรื่อย เรื่องนี้ตนรู้สึกเป็นห่วงเพราะโครงการแลนด์บริดจ์ แนว ระนอง ชุมพร นั้น เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปประเทศในการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจในภาคใต้ของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งจะมีความต่อเนื่องไปถึง จ สุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช ที่มีรัฐบาลมีความหวังดีที่จะพัฒนาประเทศไทยอย่างเป็นระบบในพื้นที่ภาคใต้ให้มีความเจริญทางด้านพาณิชย์นาวีและด้านโลจิสติกส์การขนส่งทางทะเลในระดับนานาชาติ ดังนั้นรัฐบาลควรฟังเสียงของพี่น้องประชาชนให้รอบคอบ

แนะย้ายไปเซาเทิร์นซีบอร์ด

ส่วนตัวนั้นเห็นด้วยให้ย้ายแนวแลนด์บริดจ์ จ.ชุมพร และระนองลงไปอีกประมาณ 100 กิโลเมตรและไปเร่งดำเนินการโครงการ“เซาท์เทอร์นซีบอร์ด”หรือบนถนนที่ชาวบ้านเรียกว่า“เซาท์เทิร์นแลนด์บริดจ์”บนถนนทางหลวงสาย 44 ซึ่งหากรัฐบาลดำเนินการจะเริ่มต้นโครงการได้ทันทีภายในปี 2569

ในขณะเดียวกัน ดร.สุเมต ยังได้เสนอให้รัฐบาลเร่งสนับสนุนโครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคตซึ่งเป็นดำริของท่านพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินโครงการพัฒนาชายฝั่งตะวันออกหรืออีสเทิร์นซีบอร์ดในแนวจังหวัดชลบุรี แหลมฉบังมาบตาพุดและระยองซึ่งมีความเจริญก้าวหน้า อย่างยั่งยืนมาจนถึงทุกวันนี้ โครงการจะนะได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชามาตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งเป็น โครงการที่ภาคเอกชนนำโดยบริษัททีพีไอโพลีนจำกัด(มหาชน) เป็นผู้ขับเคลื่อนโครงการที่ผ่านมาโครงการได้เกิดความล่าช้าเพราะหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นศูนย์อำนวยการจังหวัดชายแดนภาคใต้และสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ขับเคลื่อนโครงการนี้ในระบบราชการทำให้เกิดความล่าช้ามากมาถึง9ปีแล้ว

เดินหน้านิคมอุตสาหกรรมจะนะ

ซึ่งหากโครงการจะนะเมือง อุตสาหกรรมเกิดขึ้นจะสร้างความ เจริญให้กับพื้นที่ 5จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างยั่งยืน ช่วยให้คนมีงานทำไม่น้อยกว่า 30,000 อัตราเงินลงทุนถึง 900,000ล้าน มีโครงการอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลใหญ่ในระดับโลก มีโครงการผลิตไฟฟ้ามากถึง 3000 เมกะวัตต์และมีท่าเรือน้ำลึกขนส่งสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ ระดับโลกแก้ปัญหาที่ปัจจุบันนี้ประเทศไทยต้องเสียค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าไปที่ท่าเรือสิงคโปร์ปีละหลาย 100,000 ล้านบาทและเสียค่าใช้จ่ายให้กับท่าเรือปีนังปีละ1-2แสนล้านบาท โครงการจะนะมีเส้นทางเชื่อมจากฝั่งอ่าวไทยที่จังหวัดสงขลาและไปออกฝั่งอันดามันที่อำเภอสะเดาท่าเรือนานาชาติปีนังประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีการขนส่งสินค้ากันอยู่เป็นประจำเปรียบเสมือนแลนด์บริดจ์

ที่เชื่อมระหว่างไทยกับมาเลเซียจากท่าเรือน้ำลึกจะนะไปออกทะเลอันดามันที่ท่าเรือปีนัง อีกทั้งหากรัฐบาลขับเคลื่อนโครงการ อุตสาหกรรม จะนะ จะส่งผลให้พื้นที่อ.หาดใหญ่และจ.สงขลา เศรษฐกิจที่ซบเซาจะกลับมาคึกคักเจริญเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน ตนจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งสนับสนุนโครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคตให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ในการประชุมใหญ่สมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์ วันที่24 พค.2569 นี้ จนจะนำเรื่องนี้ให้สมาคมฯเข้ามาศึกษาและร่วมสนับสนุนโครงการนี้ด้วย เพื่อร่วมคลี่คลายและช่วยแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ของชาติในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน.

ไล่บี้สส.สะตอภูมิใจไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มศึกษาการพัฒนาระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ SEC Watch ทำจดหมายเปิดผนึกถึง สส.เขตพรรคภูมิใจไทยในพื้นที่ภาคใต้ทุกจังหวัดทุกคนว่า สถานการณ์ปัจจุบันภาคใต้กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอย่างยิ่งภายใต้นโยบายรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ซึ่งผลักดันพรบ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ เพื่อเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ภาคใต้ไปสู่เขตนิคมอุตสาหกรรมของต่างชาติ ภายใต้มาตรการที่กำหนดในกฎหมายจะส่งผลให้ที่ดินภาคใต้อยู่ภายใต้มือของต่างชาติ ส่งผลการเปลี่ยนแปลงต่อภาคใต้ทุกจังหวัดและประชากรภาคใต้10ล้านคนรวมทั้งคนไทยทั่วประเทศ

กฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ที่พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคแรกที่นำเสนอกฎหมายนี้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรจำนวน 2ฉบับ บทบัญญัติของกฎหมายนี้ทำลายศักยภาพของภาคใต้โดยตรง ซึ่งมีจำนวน71 มาตราที่ปรากฎในร่าง พ.ร.บ.ฉบับของสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หน่วยงานในกระทรวงคมนาคมซึ่งจะกลายเป็นกฎหมายฉบับที่คณะรัฐมนตรีจะมีมติส่งไปยังรัฐสภาเพื่อทำการพิจารณาเห็นชอบและบังคับใช้ต่อไป การผลักดันกฎหมายระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ ส่งผลให้ที่ดินของภาคใต้ทั้ง14จังหวัดไปทำเป็นเขตนิคมอุตสาหกรรม โดยให้ต่างชาติเช่าที่ดินได้99ปีและถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่ดินซึ่งจะส่งผลให้คนใต้สูญเสียที่ดินและไม่สามารถใช้ประโยชน์ที่ดินทางการเกษตรและท่องเที่ยวได้

เตือนอย่าทำลายภาคใต้

สิ่งที่พรรคของท่านกระทำการลงไปนั้นตรงข้ามกับบริบทของภาคใต้ที่มีศักยภาพสูงด้านการเป็นภูมิภาคเกษตรและอาหารคุณภาพสูงของโลก ซึ่งเป็นสาขาทางเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตในโลกขณะนี้ ประกอบกับบริบทในปัจจุบันสินค้าอาหารจะเป็นที่ต้องการตลาดโลก แต่พรรคภูมิใจไทยกลับทำลายศักยภาพความสมบูรณ์ของภาคใต้ด้วยการออกกฎหมายบังคับให้นำแผ่นดินภาคใต้ไปเป็นแหล่งรับจ้างผลิตสินค้าอุตสาหกรรมของนักลงทุนต่างชาติ

การนำภาคใต้ไปเป็นแหล่งรับจ้างผลิตสินค้าอุตสาหกรรม เป็นเพียงการทำให้คนหยิบมือเดียวเติบโต เมื่อเทียบกับการพัฒนาเกษตรโครงสร้างใหม่ ท่องเที่ยวและบริการคุณภาพ ซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจของคนภาคใต้จำนวนนับ 10ล้านคน พรรคของพวกท่านเลือกนำแผ่นดินภาคใต้ไปให้ต่างชาติแทนที่จะพัฒนาภาคใต้ตามศักยภาพ ในฐานะผู้แทนราษฎรที่ต้องรับผิดชอบสุงสุดต่อประชาชน พวกท่านจะทำตัวเรียบร้อยมองดูกฎหมายบับนี้เดินหน้าต่อไปเช่นนั้นหรือ

พรรคของท่านอาศัยอำนาจอะไรจึงกล้าหาญเกินเหตุ เขียนกฎหมายผลักแผ่นดินภาคใต้ไปให้เป็นของต่างชาติ พวกท่านจะอาศัยอะไรมารับผิดชอบต่อความทุกข์ยากนับล้านชีวิตของคนใต้ที่จะต้องสูญเสียที่ดิน มีความทุกข์อยาก ถูกละเมิดสิทธิ สูญเสียอาชีพ เพราะกฎหมายของพวกท่านจะยึดที่ดิน น้ำ ทรัพยากรภูเขา ชายฝั่งทะเล ไปปรนเปรอนักลงทุนต่างชาติเพื่อทำนิคมอุตสาหกรรมและถมทะเลทำท่าเรือ

ต้องรับผิดชอบต่อประชาชน

ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งต้องรับผิดชอบสูงสุดต่อประชาชน การดำเนินครั้งนี้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างและสะเทือนถึงรากฐานของสิทธิเสรีภาพของประชาชนรวมถึงภาวะความยากจนที่จะเกิดรุนแรงขึ้นในภาคใต้หลังจากที่ดินและทรัพยากรถูกบังคับนำไปให้ต่างชาติทำนิคมอุตสาหกรรม หวังว่าท่านจะได้กระทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพราะหากท่านร่วมผลักดันกฎหมายนี้กับพรรคนั่นเท่ากับประกาศนำแผ่นดินภาคใต้ไปให้ต่างชาติ ผลจากการที่นักการเมืองผู้หนึ่งร่วมผลักดันให้แผ่นดินภาคใต้กลายเป็นของต่างชาติ สิ่งที่ทุกท่านจะต้องรับไม่ใช่ผลการเลือกตั้งครั้งต่อไปแต่หมายถึงตราบาปที่พวกท่านกระทำต่อแผ่นดินนี้ ด้วยเคารพ

โอกาสทองของประเทศ

ด้านนายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อรรคภูมิใจไทย โฟตส์เฟสบุก ระบุ ขอสนับสนุนอย่างเต็มที่ให้รัฐบาลเร่งผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ ระนอง- ชุมพร ให้เกิดขึ้นจริงครับ เพราะนี่คือกุญแจสำคัญที่จะปลดล็อกภาคใต้จากการถูกปิดล้อมทางยุทธศาสตร์ และเปลี่ยนเราให้เป็นศูนย์กลางการค้าของโลกอย่างแท้จริง โดยต้องเน้นการเชื่อมโยงด้วย “ระบบท่อส่งน้ำมัน” และ “รถไฟรางคู่” เป็นแกนหลัก

ผมถึงเห็นว่าจะต้องทำตอนนี้ โดยเหตุผลหลักคือเรื่อง “ความมั่นคงทางยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจ” ครับ ปัจจุบันโลกมีความผันผวนสูงมาก ดูอย่างวิกฤตที่ช่องแคบฮอร์มุซที่เพิ่งเกิดขึ้น ซึ่งกระทบต่อการขนส่งน้ำมันทั่วโลก หากเหตุการณ์ลักษณะนี้ลุกลามมาถึงช่องแคบมะละกาที่ปัจจุบันรองรับการค้าโลกถึง 40% หรือแม้ไม่เกิดขึ้นช่องแคบมะละกาก็กำลังจะเต็มความจุในปี 2573 เศรษฐกิจเราจะลำบากมาก ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมีเส้นทางสำรองที่เชื่อมต่อมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิกเข้าด้วยกัน เพื่อดึงดูดสินค้าผ่านจากจีน อินเดีย ลาว และเมียนมา ให้ไหลผ่านภาคใต้ของเรา

ปักหมุดท่าเรือแหลมอ่าวอ่าง

จากประสบการณ์ที่ผมเคยเป็นกรรมาธิการศึกษาเรื่องนี้มาหลายคณะแล้ว ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือบทเรียนจากในอดีต ผมเคยร่วมศึกษาโครงการขุดคอคอดกระอย่างละเอียดและพบว่าทำไม่ได้เพราะไม่คุ้มทุนและกระทบสิ่งแวดล้อมมหาศาล แต่โครงการแลนด์บริดจ์รูปแบบใหม่นี้ต่างออกไปครับ จากที่ผมไปลงพื้นที่ดูด้วยตัวเองในฐานะกรรมาธิการคมนาคมของสภาชุดที่ 25 และได้เคยไปดูงานที่ท่าเรือ จ.ระนอง เมื่อเดือนมกราคม 2564 ผมเห็นว่าการเลือกที่ตั้งท่าเรือฝั่งระนองที่ “แหลมอ่าวอ่าง” ซึ่งมีความลึกน้ำถึง 21 เมตร และอยู่ติดทะเลเปิด ไม่ต้องขุดเข้าไปในแผ่นดินลึกเหมือนที่เดิม จะช่วยลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติที่เราหวงแหนได้มาก คุ้มค่ากับการลงทุนซึ่งจะจูงใจนักลงทุนระดับโลกได้จริง

สืบสานวิสัยทัศน์น้าชาติ

บทสรุปของคนใต้เพื่ออนาคตประเทศไทย ผมเชื่อมั่นว่าโครงการนี้คือการสืบสานวิสัยทัศน์ที่มองการณ์ไกลด้านการต่างประเทศของท่านอดีตนายกฯ ชาติชายชุนหะวัน มองเห็นว่าภาคใต้เป็นทำเลทองที่สามารถเจริญรุ่งเรืองได้ และเกรงว่าประเทศเรานั้นสุ่มเสี่ยงอยู่เช่นกันจากหากเกิดปัญหาการออกจากอ่าวไทยที่ต้องผ่านพื้นที่ซ้อนทับทางทะเลทั้งกับ เขมรที่กำลังมีปัญหากันอยู่ ทั้งเวียตนามและมาเลเซียก็มีพื้นที่ทับซ้อนกัน จำที่จะต้องหาทางออกอีกฝั่งทะเลตะวันออกไว้ไว้ เมื่อมีตัวอย่างให้เห็นจากสงครามและผลกระทบต่อการเดินเรือที่ชัดเจนแล้ว เราก็ต้องฉวยโอกาสนี้ผลักดัน ซึ่งหากเราทำสำเร็จ โครงการนี้จะสร้างงานได้อย่างมากมาย และยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกหลานชาวใต้ให้ยั่งยืน ถึงเวลาแล้วที่เราจะเปลี่ยน “ทำเลทอง” ของเราให้กลายเป็น “โอกาสทอง” ของประเทศเสียที

สว.นัดประชุมแลนด์บริดจ์

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้ออกหนังสือนัดประชุมวุฒิสภา ในวันที่ 5 พ.ค. โดยในวาระดังกล่าวได้ระบุว่าเป็นการพิจารณาญัตติต่างๆ ที่สว. เสนอ รวม6 ญัตติ ทั้งนี้มีญัตติที่เสนอใหม่ คือ ญัตติ ของนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. ที่ขอให้รัฐบาลทบทวนเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์

โดยเหตุผลของการเสนอญัตติดังกล่าว นายนรเศรษฐ์ ได้ระบุไว้ในหนังสือว่าตามข้อเท็จจริงที่ รมว.คมนาคมและคณะทำงานได้ประกาศต่อสื่อมวลชน ต่อแผนการสานต่อโครงการแลนด์บริดจ์เพื่อเป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ โดยใช้เงินลงทุน 9.9 แสนล้านบาท ทั้งนี้นโยบายดังกล่าวถูกวิพาษณ์วิจารณ์จากหลายภาคส่วน ทั้งภาควิชาการและภาคประชาสังคมว่าอาจไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจตามรายงานที่เสนอสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรนำเสนอ และผลกระทบโครงการอาจนำมาสู่ความเสื่อมถอยของสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ภาคใต้ และกะทบต่อสิทธิชุมชนของคนในพื้นที่ภาคใต้ในมิติของวัฒนธรรมและทางสังคม

“ช่วงที่ผ่านมามีพบการเสนอทางเลือกอื่นที่มีโอกาสสร้างความคุ้มค่าและมีผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าการลงทุนโครงการแลนด์บริดจ์อยู่หลายโครงการ ทว่าไม่ได้รับความสนใจจากัฐบาลที่มุ่งหน้าศึกษามากพอ” นายนรเศรษฐ์ กล่าว

ปชน.ข้องใจรีบเร่งรัดโครงการ

  นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเดินหน้าทำแลนด์บริดจ์ของรัฐบาล ว่า ขณะนี้ประชาชนภาคใต้ทุกคนจับตาเป็นพิเศษว่าโครงการแลนด์บริดจ์มีความพยายามเร่งรัดเร่งรีบโดยฝ่ายบริหารที่มีความพยายามดำเนินการโครงการแลนด์บริดจ์มากกว่าโครงการที่รับปากไว้กับประชาชนเสียอีก ในช่วงสนามเลือกตั้งเราเห็นทุกพรรคการเมืองนำเสนอโครงการใหญ่ให้กับประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ว่าภาคใต้จะเปลี่ยนไปอย่างไร แต่หากเราย้อนกลับไปพรรคภูมิใจไทยในขณะนั้นช่วงหาเสียงเลือกตั้ง นโยบายแลนด์บริดจ์อาจไม่ใช่นโยบายเรือธงที่สำคัญในภาคใต้

นายณัฐชา กล่าวต่อว่า แต่หลังจากเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล มาเป็นฝ่ายบริหารได้ไม่กี่เดือนก็มีความพยายามแปลกๆ มีการเร่งรัดทุกกระบวนการ มีการกระทบกระทั่งกันแม้กระทั่งฝ่ายบริหารด้วยกันเอง ที่แตะหรือสัมภาษณ์หรือพูดพาดพิงโครงการนี้ก็ไม่ได้ โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเหมือนมีความพยายามอยากจะผลักดันให้เกิดขึ้น มันต้องมีพลังงานบางอย่างอยู่ในการพิจารณาเรื่องนี้ และต้องมีอะไรอย่างบางอย่างที่ประชาชนยังไม่ทราบ เรื่องนี้อาจต้องมีการพูดคุยเป็นวงกว้าง หากรัฐบาลดันทุลังทำในสิ่งที่ตัวเองอยากได้อย่างเดียว โดยไม่ฟังเสียงของประชาชนว่าเมื่อเกิดโครงการแล้วประชาชนจะได้อะไร เรื่องนี้สำคัญมาก

เมื่อถามว่า หลังจากนี้พรรคประชาชนจะเสนอให้คนในพรรคติดตามประเด็นอย่างไรบ้าง นายณัฐชา กล่าวว่า ในประเด็นนี้ปกติจะมี น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน ซึ่งเป็นแม่ทัพภาคใต้ ดูแลทุกโครงการในภาคใต้และดูแลเขตเลือกตั้งของภาคใต้ ได้จัดวงประชุมอย่างเร่งด่วนเพื่อพูดคุยในเรื่องนี้

รบ.ฟังความเห็นตรงไปตรงมา

น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจง กรณี น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ความน่ากังวลคือประชาชนในพื้นที่ภาคใต้สนับสนุนโครงการแลนด์บริดจ์ โดยยังไม่เข้าใจ มองผลดีแค่มิติเดียว หากพี่น้องสนับสนุนโดยเข้าใจโครงการนี้ทุกมิติแล้วจะเป็นเรื่องดีมากๆ ที่ผ่านมารัฐบาลมักจะให้ข้อมูลด้านเดียว โดยไม่ได้ตอบข้อกังวลของภาคประชาชนและเอกชนที่ตั้งคำถามต่อโครงการนี้ ประชาชนไม่มีข้อมูลเรื่องนี้ในการทำความเข้าใจนั้นรัฐบาลรับทราบข้อโต้แย้งต่อโครงการแลนด์บริดจ์ จากหลายๆ ส่วน ทั้งประเด็น EIA และ EHIA โดยรัฐบาลจะทำทุกขั้นตอนให้ครบถ้วน และได้ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ให้เข้าใจสิ่งที่จะเกิดขึ้นใน 4 จังหวัดภาคใต้อย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 8 พ.ค.2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม จะลงพื้นที่ จ.ชุมพร และระนองเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในทุกมิติ รวมทั้งเพื่อชี้แจงข้อดี ข้อเสีย รายละเอียดจากผลการศึกษาโครงการ การจ้างงาน และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างตรงไปตรงมา

“รัฐบาลไม่นิ่งเฉยต่อข้อกังวลของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะประเด็นการสร้างการรับรู้ต่อประชาชนพื้นที่ภาคใต้ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน ไม่ต้องห่วง การขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ มีการศึกษาทุกขั้นตอนอย่างละเอียด และอธิบายให้ประชาชนเข้าใจอยู่แล้วรัฐบาลตั้งใจทำโครงการนี้ เพื่อให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยีขั้นสูง ของคนไทย ให้เป็นเครื่องจักรตัวใหม่ที่จะสร้างรายได้และสร้างเศรษฐกิจให้กับจังหวัดภาคใต้“ น.ส.พลอยทะเล ย้ำ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

ปชน. แถลงขอโทษ 'กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน' หลัง สส.ภัณฑิล พาดพิงเอี่ยวยาเสพติด ชง กก. สอบวินัย

SMEรับอานิสงส์ แจก4พันไทยช่วยไทยพลัส

ดีอีปั้นONE IDยกระดับดูแลสวัสดิการ

‘พิพัฒน์’แจก4การบ้าน‘ทล.’ เร่งปิดจ๊อบมอเตอร์เวย์สายM6-M82

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved