533.jpg
สีหศักดิ์ นั่งปธ.คกก.พิเศษแก้ไฟใต้ วันนอร์ ที่ปรึกษาฯ ดึง เสธ.เอี่ยว เลขาฯ หนุนพูดคุยสันติสุขให้สำเร็จ

สีหศักดิ์ นั่งปธ.คกก.พิเศษแก้ไฟใต้ วันนอร์ ที่ปรึกษาฯ ดึง เสธ.เอี่ยว เลขาฯ หนุนพูดคุยสันติสุขให้สำเร็จ

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 20.46 น.

นายกฯ เซ็นตั้งคกก.ผู้แทนพิเศษแก้ปัญหาจชต.”สีหศักดิ์”นั่งเป็นปธ.ผนึกกำลัง”วันนอร์-บิ๊กดุลย์-เลขาฯสมช.-เสธ.เอี่ยว“ร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ แผนปฏิบัติการเป็นรูปธรรม พร้อมหนุนพูดคุยสันติสุขให้สำเร็จ

วันที่ 11 พฤษภาคม 2569  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 139 /2569 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยรัฐบาลมีนโยบายในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน คู่ขนานไปกับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 - 2580)
นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. 2566 - 2570) และนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2568 - 2570 เพื่อสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่ รวมถึงสนับสนุนการขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ และประชาชนเป็นสำคัญ


อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (6) และ (9) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้ ให้มีคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ เป็นประธาน พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เป็นรองประธานกรรมการคนที่ 1 นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) รองประธานกรรมการคนที่ 2 โดยมีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นที่ปรึกษา 

ขณะที่คณะกรรมการ ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.) ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่พิจารณา

โดยมีพล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร เป็นกรรมการและเลขานุการ นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. นายภพหล้า ปิยะปานันท์ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคงและหัวหน้าคณะทำงานประชาสัมพันธ์เพื่อความมั่นคงของ สมช. เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ 1. ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์หรือแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม 2. ประสานงานระหว่างคณะรัฐมนตรีและราชการส่วนกลางกับหน่วยงานในพื้นที่
จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งประสานงานกับรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในเขตตรวจราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

3. ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะในการบูรณาการงาน ประสานงาน เร่งรัด ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561-2580) นโยบายของรัฐบาล นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. 2566-2570) และนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2568-2570 รวมทั้งนโยบายที่นายกรัฐมนตรีกำหนด

4.รายงานปัญหา อุปสรรค และเสนอแนะแนวทางการป้องกันหรือแก้ไขปัญหาต่อ สมช. หรือนายกรัฐมนตรีแล้วแต่กรณี 

5. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานได้ตามความจำเป็น และ 6.ดำเนินการอื่นใดตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ 11 พ.ค. 2569

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top