วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ปชน. พบพิรุธ ป.ป.ช. ส่อไม่เคยไต่สวน คดี ศักดิ์สยาม จี้ตอบให้ชัดเจนทั้งการไต่สวนและกระบวนการปัดตกคำร้อง ยืนยันเดินหน้าสอย ตาม ม.236 ดีเดย์ยื่นคำร้องภายใน พ.ค.นี้
เมื่อวันที่ 12 พ.ค.2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เข้ารับยื่นหนังสือจากนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งเป็นหลักฐานเพื่อประกอบคำร้องให้กับพรรคฝ่ายค้านต่อการยื่นศาลฎีกาเพื่อตั้งกรรมการอิสระไต่สวนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หลังมีมติยกคำร้องในคดีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม กรณีการปกปิดทรัพย์สิน ซุกหุ้น ซึ่งเข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่มิชอบ
โดยนายพริษฐ์ กล่าวถึงความคืบหน้าต่อการยื่นคำร้องดังกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการยกร่างคำร้องและตั้งใจว่าจะทำให้เสร็จภายในกรอบเดือนพฤษภาคมนี้ ส่วนรายชื่อของสมาชิกรัฐสภาที่จะร่วมลงชื่อนั้นขณะนี้ได้เกิน 140 เสียงแล้ว โดยแบ่งเป็น สส.พรรคประชาชน 119 คน พรรคประชาธิปัตย์ 21 คน พรรคเสรีรวมไทย 1 คน พรรคไทยภักดี 1 คนและ สว. ประมาณ 10 คน ทั้งนี้ในการทำคำร้องยังรอข้อมูลที่จะนำมาประกอบคำร้อง คือ รายละเอียดของ ป.ป.ช. ที่ได้ดำเนินการตามกระบวนการของคดีนายศักดิ์สยามทุกขั้นตอน รวมถึงคำชี้แจงของนายศักดิ์สยามถ้าหากมี ซึ่งนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒนสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ยื่นร้องขอต่อป.ป.ช. เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่าสำหรับคำร้องนั้นจะเน้น 3 ประเด็น คือ 1.ข้อเท็จจริงที่ศาลรัฐธรรมนูญ ได้นำมาพิจารณาถึงเส้นนทางการเงิน ในคดีของนายศักดิ์สยาม แต่ไม่พบว่า ป.ป.ช.ได้นำเอกสารมาพิจารณา และไม่มีข้อสรุปต่อกรณีการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ หรือ ซุกหุ้นนตามที่ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยจนทำให้นายศักดิ์สยามต้องพ้นตำแหน่งรัฐมนตรี 2.การตรวจสอบทุกประเด็น ทุกข้อกล่าวหาตามคำร้อง ที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. แต่กลับไม่พบการดำเนินการ และ 3.กระบวนการของป.ป.ช. ตั้งแต่รับคำร้อง การไต่สวน ตามกระบวนการ ซึ่งจากการตรวจสอบพบความผิดวิสัยที่นายปกรณ์วุฒิ ฐานะผู้ร้องไม่เคยได้รับการติดต่อจนมารู้ว่า ป.ป.ช.ยกคำร้องพร้อมกับสื่อมวลชน
นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่าตนขอเรียกร้องให้ ป.ป.ช. ได้ชี้แจงต่อกระบวนการสอบสวนไต่สวนในคดีของนายศักดิ์สยาม เพราะมีข้อสังสัยว่า ป.ป.ช.อาจจะยกคำร้องก่อนที่จะได้มีการสอบสวนไต่สวน เพราะตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วย ป.ป.ช. มาตรา 51 การไต่สวนเรื่องใดที่สำคัญมีผลกระทบกว้างขวาง หรือเป็นการไต่สวนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ป.ป.ช. แต่งตั้งกรรมการไต่สวน แต่ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นว่าป.ป.ช. ได้ไต่สวนเอง หรือตั้งกรรมการไต่สวน และในคำแถลงการณ์ของป.ป.ช. ก่อนหน้านี้ไม่ปรากฎรายละเอียดคำว่าไต่สวนแม้แต่คำเดียว
“ตกลง ป.ป.ช.ไต่สวนกรณีนี้หรือไม่หากไม่ไต่สวน ป.ป.ช.อาจใช้ช่องมาตรา 49 เพื่อปัดตกข้อกล่าวหาจากการพิจารณาเบื้องต้น ดังนั้นกรณีนี้ ผมขอตั้งข้อสันนิษฐานว่า ป.ป.ชงไม่ได้ไต่สวนเลย มีเพียงการพิจารณาเบื้องต้นแล้วปัดตกข้อกล่าวหา อย่างไรก็ดีในมาตรา 49 วรรคหนึ่ง หาก ป.ป.ช. ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วไม่รับไว้พิจารณาต้องมีหนังสือแจ้งให้ผู้กล่าวหา คือ นายปกรณ์วุฒิ ได้รับทราบ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยได้รับหนังสือจาก ป.ป.ช. จึงเป็นข้อพิรุธที่ขอให้ ป.ป.ช. ชี้แจงให้ชัดเจนว่าได้ไต่สวนผู้ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ หากไม่ไต่สวนเพราะอะไร และหากใช้กลไกพิจารณาเบื้องต้นทำไมไม่ดำเนินการแจ้งให้ผู้กล่าวหาให้ทราบถึงผลพิจารณา” นายพริษฐ์ กล่าว
เมื่อถามว่าจากข้อพิรุธที่ได้จะยื่นให้ ป.ป.ช.ทบทวนการพิจารณาคดีนายศักดิ์สยามหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เป็นอำนาจหน้าที่ที่ ป.ป.ช.จะดำเนินการได้ แต่ในชั้นนี้ไม่ทำให้ความผิดที่เกิดขึ้นหายไป หรือเป็นเหตุให้การเดินหน้าตามมาตรา 236 ต้องยุติลง
ขณะที่นายภัทรพงศ์ ระบุว่าในฐานะภาคประชาชนจะรวบรวมเสียงประชาชน จำนวน 20,000 รายชื่อ เพื่อร่วมดำเนินการเอาผิด ป.ป.ช. ในกรณียกคำร้องของนายศักดิ์สยามเช่นกัน ทั้งนี้เป็นกระบวนการที่เตรียมดำเนินการ ซึ่งหากดำเนินการแล้วตนหวังว่านายโสภณจะไม่ดึงเรื่องดังกล่าวไว้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี