533.jpg
ฉลอง 170 ปี ความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส เดินหน้าความร่วมมือ 3 เสาหลัก อุดมศึกษา-วิจัย-นวัตกรรม

ฉลอง 170 ปี ความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส เดินหน้าความร่วมมือ 3 เสาหลัก อุดมศึกษา-วิจัย-นวัตกรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.36 น.

อว. จับมือสถานทูตฝรั่งเศส จัดงาน Franco-Thai Symposium on Higher Education, Research and Innovation เฉลิมฉลอง 170 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ฝรั่งเศส เดินหน้ายกระดับความร่วมมือด้านอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. พร้อมด้วย นายฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ร่วมเปิดงาน 2026 Thailand-France International Collaboration: Franco-Thai Symposium on Higher Education, Research and Innovation โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. คณะผู้บริหารกระทรวง อว. ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ สถาบันอุดมศึกษา หน่วยงานวิจัย ภาคเอกชน และองค์กรความร่วมมือจากทั้งสองประเทศเข้าร่วมกว่า 300 คน ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว กรุงเทพฯ


ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ตนมีความผูกพันและชื่นชมในศักยภาพด้านวิทยาการของฝรั่งเศสมาอย่างยาวนาน ในฐานะประเทศที่เป็นต้นกำเนิดของนวัตกรรม วิศวกรรม และวิทยาศาสตร์ที่สำคัญของโลก ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สานต่อความสัมพันธ์ทางการทูตที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 170 ปี และมีความผูกพันกันมาถึง 340 ปี นับตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยกระทรวง อว. มุ่งหวังที่จะยกระดับความร่วมมือให้เป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่จับต้องได้จริงผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ

“เรื่องแรกคือด้านอุดมศึกษา ที่มุ่งเน้นการพัฒนาหลักสูตรปริญญาร่วม (Double Degree) และการดูแลวิทยานิพนธ์ร่วมกัน (Cotutelle) เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาและคณาจารย์ทั้งสองประเทศได้เคลื่อนย้ายและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันอย่างเป็นรูปธรรม ประการต่อมาคือการเชื่อมโยงอุดมศึกษาเข้ากับการวิจัยที่ล้ำสมัย (Cutting-edge) และสร้างการเปลี่ยนแปลง (Disruptive) โดยใช้โมเดลความร่วมมือแบบ Win-Win ที่ผสานจุดแข็งด้านเทคโนโลยีและเครื่องมือระดับสูงของฝรั่งเศส เข้ากับฐานข้อมูลทรัพยากรที่สำคัญของไทย อาทิ ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) และเวชศาสตร์เขตร้อน ซึ่งจะเป็นการ 'เชื่อมต่อจุด' (Connect the dots) ของนักวิชาการจากหลากหลายสาขา ทั้งวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสังคมศาสตร์ เพื่อค้นพบนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์โลก

ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

สุดท้ายคือด้านนวัตกรรม โดยไทยมุ่งถอดบทเรียนความสำเร็จจากแนวคิด Station F ในปารีส เพื่อสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เข้มแข็ง ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เป้าหมายการเป็นประเทศรายได้สูง (High-income country) ภายใน 4-10 ปีข้างหน้า โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุนระดับสากลและโครงการร่วมทุนจากสหภาพยุโรป (EU) เพื่อเปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นทางออกของปัญหาในโลกจริง ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่มิติด้านวิชาการ แต่ยังครอบคลุมถึงสายสัมพันธ์ทางสังคมและวัฒนธรรมที่แน่นแฟ้นในทุกมิติ” รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าว

ภายในงานมีพิธีลงนามความร่วมมือ ครอบคลุมการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ การวิจัยร่วม นวัตกรรม และความเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม ในสาขาสำคัญ เช่น วิศวกรรม สุขภาพ เกษตรกรรม ความยั่งยืน และเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมกันนี้ มีการประชุม Franco-Thai Joint Committee on Higher Education, Research and Innovation หารือ 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ อุดมศึกษา การพัฒนาบุคลากร โครงสร้างสนับสนุนการวิจัย วิทยาศาสตร์เพื่อความยั่งยืน และมนุษยศาสตร์ โดยเห็นพ้องส่งเสริมหลักสูตรและปริญญาร่วม การเคลื่อนย้ายนักศึกษาและนักวิจัย การเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือของทั้งสองประเทศ รวมทั้ง ที่ประชุมยังหารือการพัฒนาระบบนิเวศวิจัยที่ยั่งยืน ผ่านทุนและโครงการร่วมในสาขาศักยภาพ เช่น ภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพ เทคโนโลยีขั้นสูง และมรดกวัฒนธรรม ก่อนสรุปทิศทางความร่วมมือระยะต่อไป มุ่งผลักดันจากนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง

ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top