Logo วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / การเมือง
ปปช.แฉข้อมูลฉาว  อปท.แชมป์!  ล็อกสเปกพุ่งอันดับ1

ปปช.แฉข้อมูลฉาว อปท.แชมป์! ล็อกสเปกพุ่งอันดับ1

วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
Tag : นายกฯสั่งไล่บี้ทุจริต อปท.แชมป์ ปปช.ภาค1แฉ ล็อกสเปกอันดับ1
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ปปช.แฉข้อมูลฉาว

อปท.แชมป์!

ล็อกสเปกพุ่งอันดับ1

สตง.เสนอใช้AIสกัด

นายกฯสั่งผู้ว่า-ผู้การ

พิฆาตพวกเหนือก.ม.

ป.ป.ช.ภาค 1 เผย อปท.ถูกร้องเรียนมากสุด โดยประเด็น “ล็อกสเปก”เป็นเรื่องที่ถูกร้องมากเป็นอันดับ 1 สูญงบอสังหาฯ กว่า 2.3 พันล้าน  ด้าน สตง.เสนอใช้ AI-โดรน ไล่บี้ทุจริต สกัดงบรั่วไหลนายกฯจัดเวิร์กช็อป “ผู้ว่าฯ-ผบก.”76 จังหวัด มอบนโยบาย มท.-ตร.ร่วมกันทำงานอย่าทำแบบ “พลุตะไล” วางแผนเชิงรุกทำงานเป็นทีมจังหวัด เพิ่มสโลแกน “พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล”ซัดพวกอยู่เหนือกฎหมาย ชอบถาม “คุณรู้ไหมว่าผมเป็นใคร”เป็นโรคความจำเสื่อม-ไร้ค่าต้องจับติดคุกไม่ให้หมด ให้ตั้งใจทำงาน ไม่ต้องกังวลเรื่องการเมือง ผู้ว่าฯ ภูเก็ต ชี้ ต้องใช้กฎหมายเคร่งครัด แก้ปัญหาบุกรุกที่ดินสาธารณะในพื้นที่ แนะส่วนกลาง กรมป่าไม้-กรมอุทยานฯ ลงมาช่วยดู

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวทีโครงการสื่อสัญจร สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ( ป.ป.ช.)ครั้งที่ 1 มีการเสวนาประเด็น “มาตรการเฝ้าระวังการจัดซื้อจัดจ้างในภาครัฐ” โดย นายวิวัฒน์ เจริญฉ่ำ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ภาค 1, นายสุทธิ สุนทรานุรักษ์ ผู้ตรวจเงินแผ่นดินภาค 1, นางแก้วใจ คดีธรรม คลังจังหวัดลพบุรี


‘อปท.’แชมป์ถูกร้องเรียนมากสุด

นายวิวัฒน์ กล่าวถึงสถิติเรื่องร้องเรียนมายัง ป.ป.ช. ภาค 1 ว่า ปัจจุบันมีทั้งหมด 666 เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นการร้องเรียนตามกฎหมายอาญา มาตรา 157 เจ้าหน้าที่ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ รองลงมาคือการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งหน่วยงานที่ถูกร้องเรียนมากที่สุดคือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เนื่องจากมีบุคลากรในพื้นที่จำนวนมาก ส่วนหน่วยงานราชการที่ถูกร้องเรียน มีทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

รูปแบบ‘ล็อคสเปค’มาเป็นที่1

ส่วนการร้องเรียนเรื่องการทุจริตจัดซื้อจัดจ้างนั้น รูปแบบที่ถูกร้องเรียนมากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่ 1.การล็อคสเปค 2.การแบ่งซื้อแบ่งจ้าง ซอยวงเงินไม่เกิน 5 แสนบาท 3.การฮั้วประมูล 4.การใช้นอมินี 5.การตรวจรับงานเป็นเท็จ ส่วนมูลค่าความเสียหาย แบ่งเป็นด้านอสังหาริมทรัพย์ 2,305 ล้านบาท โครงสร้างพื้นฐาน 700 ล้านบาท เงินอุดหนุน 497 ล้านบาท คุรุภัณฑ์ยานพาหนะ/เทคโนโลยี 450 ล้านบาท พร้อมยอมรับว่าการคอร์รัปชั่นในปัจจุบันยังคงมีอยู่ และรุนแรงขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ร้องเรียนมักจะไม่กล้าเปิดเผยตัวตน และเป็นการส่งข้อมูลแทน แม้ ป.ป.ช.จะมีกระบวนการคุ้มครองพยาน แต่ผู้ร้องเรียนก็ยังมีความเกรงกลัวอิทธิพล ผู้ใต้บังคับบัญชายังคงเกรงกลัวผู้บังคับบัญชา จึงทำให้การทุจริตยังมีเพิ่มมากขึ้น

เปิดขั้นตอนทุจริตตั้งแต่เริ่มโครงการ

นายสุทธิ กล่าวถึงการตรวจสอบโครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐตอนหนึ่งว่า ตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการ ทีโออาร์ การเสนอราคา พบลักษณะความผิดปกติ เช่นกรณีการฮั้วหรือสมยอมราคากัน ซึ่งมี 2 รูปแบบหลัก คือเกี่ยวข้องกับผู้รับผิดชอบหรือจ้าหน้าที่ และระหว่างผู้เสนอราคาด้วยกันเอง ซึ่งจะนำไปสู่รูปแบบการเสนอราคา ประมูลใกล้เคียงกับราคากลางมากที่สุดหรือกันไม่ให้คนนอกกลุ่มฮั้วเข้ามา นอกจากนี้ยังพบการตรวจรับงานอันเป็นเท็จ ตรวจงานที่ไม่มีงานอยู่จริง เช่นก่อสร้างถนนไม่มีถนน หรือมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการก่อสร้างทั้งที่ไม่มีการอนุมัติ และโจทย์ใหญ่คือการใช้ไม่เต็มศักยภาพ เช่นก่อสร้างแล้วไม่ใช้หรือปล่อยทิ้งร้าง ซึ่งเป็นกรณีศึกษาสำหรับประเทศไทยและทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม แม้รูปแบบการทุจริตบางเรื่องไม่ต่างจากเดิมสามารถป้องกันได้ แต่บางเรื่องก็เปลี่ยนไปมาก ทำให้นวัตกรรมการจัดซื้อจัดจ้างก็เปลี่ยนไปด้วย แต่ในปัจจุบันมีการตรวจสอบแบบ real time audit ตรวจสอบและสามารถระงับได้ทันที พร้อมยกตัวอย่างในการตรวจสอบ ป.ป.ช.ก็มีการนำโดรนมาใช้ในพื้นที่ที่ไม่สามารถเข้าไปถึงหรือเสี่ยงภัย พร้อมเห็นว่าการต่อต้านทุจริตจำเป็นต้องทำทั้งหน้างานและหลังบ้าน ต้องมีฐานข้อมูลที่ชัดเจนเพียงพอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการทุจริต พร้อมเสนอแนะแนวทางการป้องกันการทุจริตให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

กระตุ้นภาคปชช.ร่วมตรวจสอบ

ทั้งนี้ในมุมมองของผู้ตรวจสอบ พยายามมองในมิติสร้างสรรค์ คือทำอย่างไรให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตอบโจทย์ทุกอย่าง ตั้งแต่ความโปร่งใส ความรับผิดชอบและตอบโจทย์การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ซึ่ง สตง.พยายามสื่อสารผลการตรวจสอบให้ประชาชนรวมถึงสื่อมวลชนได้รับทราบ และหากต้องการปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างให้มีประสิทธิภาพหรือดีขึ้นเพื่อป้องกันการทุจริต ต้องมีการนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาช่วยในการตรวจสอบ เช่นการใช้ AI เข้ามาช่วยตรวจจับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ตรวจจับกลุ่มบุคคลว่ามีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่หรือมีสายสัมพันธ์กับพรรคการเมืองหรือไม่ ขณะเดียวกันหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบทั้ง ป.ป.ช.และ สตง.ต้องทำงานร่วมกัน เพราะมีกลไกในการเฝ้าระวังตามอำนาจหน้าที่ สุดท้ายประชาชนทุกคนจะต้องตระหนักในการมีส่วนร่วมเพราะคือเงินภาษีของประชาชนทุกคน

นายกฯเปิดเวิร์กชอปขับเคลื่อนความมั่นคง

เมื่อเวลา 10.10 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานมอบนโยบายในการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) การขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาล โดยมีปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด 76 จังหวัด (ผบก.ภ.จว.) ตำรวจท่องเที่ยว กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารเมืองพัทยา และหน่วยงานด้านความมั่นคง เข้าร่วมในการรายงานถึงบทบาทของหน่วยงานในการขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคง

โดยนายกฯ กล่าวมอบนโยบายว่า รู้สึกยินดีมากที่ได้เห็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน 2 หน่วยงานหลัก คือกระทรวงมหาดไทย(มท.)และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งจากกองทัพ กระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานอิสระต่างๆ ซึ่งหากเราเชื่อมหรือบูรณาการการทำงานได้เป็นอย่างดีแล้ว สิ่งที่จะสะท้อนออกมาคือความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนชาวไทย โดยปัจจุบันสถานการณ์ความมั่นคงมีความซับซ้อนและมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว รัฐบาลจึงมีนโยบายในการส่งเสริมความมั่นคงของประเทศให้ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นภัยคุกคามจากภายในประเทศหรือนอกประเทศ

ขอให้ทำงานร่วมกันอย่างมีเอกภาพ

นายกฯ กล่าวว่า ทางกระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตลอดจนกระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานความมั่นคงถือเป็น 4 เสาหลัก ในการรักษาความมั่นคงภายในประเทศ จึงขอมอบแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคง เพื่อให้องค์กรและหน่วยงานในสังกัดได้ทำงานร่วมกันอย่างมีเอกภาพ ด้านการป้องกันขอให้กระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันในการบริหารราชการ เรามีผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอให้ทำงานในลักษณะทีมจังหวัดอย่างใกล้ชิด แลกเปลี่ยนข้อมูลและวางแผนเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยใช้กลไกในพื้นที่มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)เป็นเครือข่ายในการเฝ้าระวังและสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภัยยาเสพติด อาชญากรรมทางเทคโนโลยี และภัยจากผู้มีอิทธิพลที่คอยข่มเหงรังแกประชาชน ทั้งสองท่านต้องทำงานอย่างจริงจัง อย่าทำเป็นพลุตะไล มีเหตุการณ์เกิดขึ้นมา มีกระแส มีข่าวแล้วเราไปตอบสนองเป็นครั้งๆ อยากให้ทุกท่านได้วางแผนล่วงหน้าในการปราบปรามและป้องกันอาชญากรรมเหล่านี้อย่างมั่นคง และยั่งยืนและมีความต่อเนื่อง

ชู‘พิฆาตยาเสพติด-พิชิตอันธพาล’

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า สโลแกนบำบัดทุกข์ บำรุงสุขของกระทรวงมหาดไทย และสโลแกนพิทักษ์สันติราษฎร์ ของตำรวจ ขอเพิ่มนิดเดียว พิฆาตยาเสพติด และพิชิตอันธพาล ทั้ง 4 เป้าหมายที่ตนได้กล่าว ขอให้ถือเป็นเป้าหมายหลักที่พวกเราจะร่วมงานกัน เพื่อให้ประชาชนได้มีความสุข และพื้นที่เสี่ยงเขตเศรษฐกิจต้องสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวทั้งประเทศในประเทศและต่างประเทศ และขอให้เพิ่มความเข้มข้นในการประเมินอาชญากรรมทุกประเทศไม่ว่าจะภายในประเทศหรือนอกประเทศ และการกระทำผิดทุกเรื่องให้สอบสวนสืบสวน ขยายผลไปถึงผู้บงการและเครือข่ายรายใหญ่และเร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างจริงจัง เช่น คอลเซ็นเตอร์ เว็บพนันออนไลน์จะต้องมีการจับกุมและต่อเส้นทางการเงินอย่างเด็ดขาด ส่วนมาตรการเชิงรุกจะต้องปราบปรามผู้มีอิทธิพลอาวุธปืน

ซัดพวกทำผิดแล้วถาม‘รู้ไหมผมเป็นใคร’

“พวกอยู่เหนือกฎหมาย มักจะเป็นโรคความจำเสื่อมเวลาพวกท่านไปดำเนินการจับกลุ่ม จัดการเขาจะชอบถามว่าคุณรู้ไหมว่าผมเป็นใคร ในเมื่อมันยังไม่รู้ว่ามันเป็นใคร ท่านก็ไม่ต้องรู้ว่ามันเป็นใคร ก็จัดการ ปราบปรามให้สิ้นซากคนความจำเสื่อม ถ้าเป็นความจำเสื่อมจากสภาพทางกายเราดูแลเขา แต่ถ้าความจำเสื่อมแล้วยังมาคุกคามมาทำผิดกฎหมายมาข่มเหงรังแกพี่น้องประชาชนของเรา คนเหล่านี้ไร้ค่าและต้องจัดการอย่างจริงจัง ให้เขาทบทวนความจำในคุกรับรองว่าเขาจะจำได้หมดว่าเขาจะทำอะไรมาบ้าง และเขาคงจะต้องรู้สึกเสียใจในสิ่งที่เขาได้ทำ” นายกฯ กล่าว

นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้อาชญากรรมมีทั้งในประเทศและต่างประเทศ และมีการผสมทั้งคนในและคนนอกประเทศ เช่นธุรกิจนอมินี เป็นนายหน้า ตนมั่นใจว่าไม่เกินความสามารถของพวกท่าน เราต้องไม่ให้คนคนต่างชาติมาข่มเหงคนในบ้านเรา นี่เป็นประเทศของเรา เราต้องดูแลประชาชน ให้ความสำคัญกับเขาเหนือสิ่งอื่นใด

ไม่ต้องกังวลเรื่องการเมือง

“ผมให้ขอความมั่นใจ ท่านไม่ต้องกังวลเรื่องของการเมือง วันนี้ท่านได้รับนโยบายจากรัฐบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมให้คำยืนยันเลยว่า จะไม่มีรัฐมนตรีท่านไหนบอกว่า ฟังนายกฯ พูดไปแล้ว แล้วไม่ต้องทำตาม ตรงนี้พวกพวกผม ตรงนี้พี่น้องผม ท่านลุยได้เลย เพราะผมเปิดโหมดไว้ให้ท่านเรียบร้อยแล้ว คือโหมดปิดชื่อถือพฤติกรรม ถ้าท่านรู้สึกว่าตรงนี้จะไปโดนใคร ก็ไม่ต้องไปดูชื่อ ไม่ต้องบอกผม เอาพฤติกรรมมาเรื่อยๆ ก็จะมาถึงจุดที่เราช่วยเหลือเขาไม่ได้แล้วตรงนี้ทำได้หรือไม่ ซึ่งผมทำมาแล้ว ในเมื่อผมดูแลรับผิดชอบการบริหารราชการแผ่นดิน ผมยังต้องไม่ทำสิ่งเหล่านี้ หากมีคนอื่นมาสั่งท่าน มาขอท่าน ก็ถือว่าเป็นคำขอหรือคำสั่งที่ไม่ชอบ ในเมื่อมันเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบก็ไม่ต้องปฏิบัติ”นายกฯ กล่าว

มั่นใจประสิทธิภาพการทำงานของทุกคน

นายอนุทิน กล่าวว่า ในฐานะรัฐบาล ตนมีความมั่นใจเป็นอันมากในประสิทธิภาพการทำงานของพวกทุกคน ตนอาจจะไม่มั่นใจว่า ใครจะวอกแวกหรือเปล่า แต่เรื่องฝีมือขอให้เชื่อมั่นว่า ท่านเป็นยอดฝีมือทุกคน ถ้าตัดความวอกแวกออกไป เรานึกถึงประชาชนก่อน มีผลงานก็จะเป็นอานิสงส์ที่จะทำให้เราทำงานร่วมกันได้อย่างมีความสุข มีความเต็มใจที่จะเห็นบ้านเมืองพัฒนาไปในทิศทางที่ดี ก็หวังว่าพวกเราทุกคน จะแลกเปลี่ยนความมั่นใจซึ่งกันและกัน สิ่งที่ทำ ถ้าทำด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์ ถ้าจะมีอะไรขึ้นมา ทุกท่านก็รู้สไตล์การทำงานของรัฐบาลชุดนี้ดี รับแทนหมดไม่มีโยน ถ้าท่านทำล้มเหลวก็คือความล้มเหลวของรัฐบาลเช่นกัน

ผู้ว่าฯภูเก็ตชี้แก้รุกที่ดินต้องใช้ก.ม.เข้ม

ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ในช่วงการนำเสนอผลการประชุมเชิงปฏิบัติการ การขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาล นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวสรุปปัญหาต่างๆ ที่พบในพื้นที่ จ.ภูเก็ต โดยเฉพาะการบุกรุกที่ดินสาธารณะ ว่าต้องมีการจัดสรรที่ดินอย่างเป็นธรรม, การบริหารจัดการที่ดิน และการกระจายอำนาจ ซึ่งที่ดินที่เป็นการบุกรุกโดยนายทุน และใช้ประชาชนบังหน้า ต้องจัดการด้วยกฎหมายอย่างเคร่งครัด ส่วนปัญหาที่ดินสาธารณะในพื้นที่ทั่วๆ ไปที่ไม่ได้รุนแรง ในระดับจังหวัดน่าจะรับมืออยู่ แต่พื้นที่ที่มูลค่าสูง เช่น จ.ภูเก็ต และ จ.สุราษฎร์ธานี มีความพยายามที่จะต่อสู้เพื่อที่จะครอบครองสูง ตรงนี้หน่วยงานส่วนกลางต้องลงมาในพื้นที่ จะปล่อยให้หน่วยงานระดับจังหวัดหรือผู้ว่าราชการจังหวัดไปชนอย่างเดียว ตนก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ถึงวันไหน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรมป่าไม้ รวมถึงกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ต้องลงพื้นที่มาจัดการเองด้วย เพราะรายละเอียดทั้งหมดอยู่กับหน่วยงานดังกล่าว ขณะที่ฝ่ายปกครอง และตำรวจจะดำเนินการตามเอกสารหมายศาลของคดีได้เท่านั้น หากลงลึกกว่านั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องลงมาดู

ชี้ต้องนิยามคำว่า‘ผู้มีอิทธิพล’ให้ชัด

ส่วนปัญหาเรื่องผู้อิทธิพล ซึ่งฝ่ายตำรวจขอให้มีการอัปเดตคำนิยามของผู้มีอิทธิพลให้ชัดเจน เพื่อประกอบการจัดทำฐานข้อมูล และบัญชีแดง จะได้ดำเนินการต่อไป ที่สำคัญจะต้องไม่ให้โตไปกว่านี้ เพราะถ้าโตจะจัดการลำบาก จากนั้นจะเป็นขั้นตอนดำเนินการปราบปราม และคุ้มครองพยานตามขั้นตอนของฝ่ายความมั่นคง ในส่วนของปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ โดยภาคใต้อาจจะไม่หนักเท่าไหร่ แต่ต้องมีการจัดตั้งกลไกแก้ปัญหาให้ลึกลงไปถึงระดับอำเภอ ซึ่งฝ่ายตำรวจ และฝ่ายปกครองเห็นตรงกันในเรื่องนี้

‘บิ๊กต่าย’รับไม่ได้ปมต่างชาติครองเมือง

ด้านพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์ถึงการปราบปรามนอมินี ว่า ได้รายงานนายกรัฐมนตรีให้ทราบตลอด โดยได้มอบนโยบายและแนวทางให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เพราะเรามีข้อมูลมาตั้งแต่เดือน ม.ค. 2569 แล้ว ซึ่งตนขอบอกว่า แผ่นดินไทยของเราจะให้คนอื่นมาถือครองได้อย่างไร ถ้าถือครองโดยความชอบธรรมและถูกกฎหมาย เราเป็นเจ้าพนักงานที่ต้องบังคับใช้กฎหมาย คงต้องว่ากันไปตามกฎหมาย แต่กรณีที่คนต่างด้าวเข้ามา หลบหนีเข้ามาทำงาน หรือแม้กระทั่งการใช้เทคนิคหลบหลีกกฎหมาย แล้วมาถือครองธุรกิจ หรือถือครองอสังหาริมทรัพย์ที่ดินต่างๆ แนวคิดของตนที่บอกไป ทางผู้บริหารของ ตร. ได้ยืนยันไปว่า ตนรับไม่ได้ ดังนั้น หากเราปล่อยเฉยไปในอนาคตจะยิ่งขยายโตขึ้นแล้วเราจะยิ่งทำงานลำบาก ดังนั้น ไม่ว่าจะทำอะไร เราควรจะเริ่มตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ไม่ใช่จะรอจนตนเกษียณไปแล้วค่อยเริ่ม อย่างนี้ไม่ได้ ต้องเริ่มเลย และเมื่อเริ่มแล้วเราต้องมีข้อมูลก่อน พอมีข้อมูลก็เริ่มปฏิบัติการ อย่างที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี

เตรียมเปิดปฏิบัติการอีกรอบเร็วๆนี้

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวอีกว่า อีกไม่นานจะมีปฏิบัติการอีกรอบหนึ่ง ซึ่งทั้งหมดอยู่ในฐานข้อมูลที่เรามี อย่างครั้งที่แล้วออกหมายจับไป 3 ราย จับมาได้ 2 ราย หลบหนีไป 1 ราย ซึ่ง 2 รายที่จับมา เราพบความผิดปกติในเรื่องการจดทะเบียนบริษัทและได้เก็บข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ เอกสาร บัญชีการเงิน จากนั้นได้นำมาสู่การรวบรวมและพิสูจน์ทราบเพื่อขยายผล ยืนยันว่า จะเปิดปฏิบัติการอีกรอบหนึ่งในหลายพื้นที่ แต่ขออุบไว้ก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของเส้นทางการเงินจะสามารถขยายผลได้ถึงระดับไหน ผบ.ตร. กล่าวว่า หลายราย ซึ่งมันจะอยู่ในเร็วๆ นี้ ที่เราจะปฏิบัติการอีกรอบหนึ่ง ถือเป็นข้อมูลที่เรามีอยู่แล้ว โดยชุดปฏิบัติการที่ พล.ต.อ.สำราญ ดำเนินการ ตนเป็นคนออกคำสั่งเองโดยให้ พล.ต.อ.สำราญ เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่ประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย รวมถึงมิติอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพราะการขยายผลจะเป็นเรื่องของการประกอบอาชีพที่ผิดกฎหมาย หรือการทำธุรกิจผิดกฎหมาย รวมถึงนอมินีทั้งหมด ซึ่งนโยบายของนายกฯในเรื่องนี้ ให้ปราบปรามอย่างเด็ดขาดอยู่แล้ว แม้กระทั่งการทำเวิร์กชอปวันนี้ ก็มีประเด็นในเรื่องนี้ด้วย ดังนั้น สิ่งใดก็ตามที่จะนำไปสู่ความเคยชิน ความละเลย และปล่อยจนเป็นเหมือนมะเร็ง ตนขอบอกว่า เราจะตัดไฟแต่ต้นลม ดำเนินการ จะทำให้คนที่คิดจะทำผิดไม่กล้า และท้ายสุดจะลดลงไป เวลาเริ่มควรจะเริ่มเลย แต่เวลาสำเร็จ อาจจะต้องใช้เวลาพอสมควร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

‘ศุภจี’เร่งเคลียร์ข้อติดขัด ลดเสี่ยงภาษีก่อนสหรัฐสรุปม.301

10สมาคมเหล็กเร่งรัฐ เลิกโรงงานIF-สกัดทุ่มตลาด

ชีพจรโลกธุรกิจ : 22 พฤษภาคม 2569

‘บางจาก’มั่นใจ SAF สร้างยอดขายหมื่นล้านต่อปี จ่อขอบอร์ดไฟเขียวเพิ่มวงเงินรักษาสภาพคล่อง

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved