วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
นักวิชาการธรรมศาสตร์ เสนอ"นายกฯ"ใช้โอกาสเยือนฝรั่งเศส หารือ"มาครง-ผอ.ยูเนสโก"ดึงลงทุนเพิ่ม พร้อมต่อยอด 9 เมืองสร้างสรรค์ไทย เปลี่ยนประเทศสู่ Creative Economy แนะสร้างความสัมพันธ์"ผอ.IEA"เปิดทางหาแหล่งน้ำมันใหม่ พร้อมชง 3 เรื่องถึง"ศุภจี" เดินหน้าดีลในวง"APEC MRT"หนุนไทยร่วมซัพพลายเชน
22 พฤษภาคม 2569 ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยควรใช้โอกาสจากการเดินทางไปเยือนประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 22 - 25 พ.ค.2569 ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมคณะ ในการสร้างความร่วมมือและต่อยอดการสนับสนุนเชิงเศรษฐกิจ ตลอดจนนำเสนอมาตรการทางเศรษฐกิจเพื่อดึงดูดการลงทุนเพิ่มเติม เนื่องจากการเดินทางครั้งนี้นอกจากจะได้พบกับนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสแล้ว ยังมีบุคคลสำคัญ อาทิ ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (UNESCO) ผู้อำนวยการทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ฯลฯ และนักธุรกิจอีกหลากหลายประเทศ
ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ กล่าวว่า ในส่วนของประเด็นที่สามารถพูดคุยได้ทันที เช่น การหารือร่วมกับผู้อำนวยการใหญ่องค์การยูเนสโกเพื่อต่อยอด 9 เมืองสร้างสรรค์ของไทย ซึ่งยูเนสโกได้รับรองให้เป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก ให้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักทางเศรษฐกิจ ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ต สุโขทัย เพชรบุรี สุพรรณบุรี เชียงราย สงขลา และน่าน โดยตั้งเป้าผลักดันให้เป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวระดับโลก ซึ่งหากทำสำเร็จจะช่วยทั้งเมืองหลักและเมืองที่อยู่รอบๆ ในแง่เศรษฐกิจ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม รวมถึงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ของประเทศด้วย
"พิสูจน์แล้วว่าเศรษฐกิจที่เน้นการผลิตและอุตสาหกรรมจะอ่อนไหวต่อปัจจัยทางเศรษฐกิจโลก ซึ่งขณะนี้เศรษฐกิจไทยจึงกำลังเจ็บหนักจากการเป็นเศรษฐกิจการผลิต การขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้กลายเป็นอีกเครื่องยนต์ของไทยจึงสำคัญมาก เพราะสิ่งที่ส่งออกจะไม่ใช่สิ่งของ แต่คือวัฒนธรรม หรือความคิดสร้างสรรค์ การเน้นไปที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์จะทำให้ไทยไม่เจ็บหนักเช่นนี้ในอนาคต" ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ กล่าว
ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนการเข้าพบผู้อำนวยการ IEA นั้น ถึงแม้ว่า IEA จะไม่มีอำนาจในการกำหนดราคาพลังงานโลก แต่การสร้างความสัมพันธ์อันดีกับ IEA จะมีส่วนช่วยในการเปิดประตูให้ไทยเชื่อมโยงไปสู่แหล่งพลังงาน หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ ตลอดจนการได้รับคำแนะนำ หรือแนวทางดีๆ ที่ไทยสามารถนำมาปรับใช้เพื่อรับมือกลับวิกฤตพลังงาน และช่วยบรรเทาปัญหาพลังงานในประเทศได้
นักวิชาการธรรมศาสตร์ ยังกล่าวถึงการเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค (APEC Ministers Responsible for Trade : MRT) ประจำปี 2569 ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 22 - 23 พ.ค.2569 ของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ตอนหนึ่งว่า สิ่งที่ควรดำเนินการมี 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.หาช่องทางในการพูดคุยเพื่อผลักดันให้ไทยเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมในประเทศต่างๆ ให้ได้ ไม่ว่าจะผลิตและส่งออก หรือการดึงดูดการลงทุนเข้าในประเทศ 2.การแสดงจุดยืนและท่าทีทางการเมืองเรื่องความเป็นกลางของไทยในเวทีโลก และ 3.การสื่อสารถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และแผนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่างๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศต่างๆ เช่น แผนในการใช้เงินกู้เงินจำนวน 4 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ เนื่องจากขณะนี้เป็นจังหวะที่ทุกประเทศกำลังมองหาพื้นที่ในการลงทุนใหม่ๆ เพื่อปรับเปลี่ยนให้สอดรับกับสถานการณ์โลกที่มีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งทำให้การตัดสินใจลงทุนจะพิจารณาจากพื้นที่ที่ความเสี่ยงน้อย ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว และไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความน่าสนใจ ฉะนั้น หากมีการวางมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจชัด ประกอบกับการเชิญชวนนักลงทุนในเวทีโลก จะช่วยให้ไทยสามารถสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้ ซึ่งหากใช้เวทีนี้ในการตกลง หรือวางแผนในการขับเคลื่อนต่อได้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้ว
"การเดินทางไปพบปะหารือและร่วมประชุมของรัฐบาลไทยในครั้งนี้จะเป็นหมุดหมายสำคัญของไทยในการจะขยับนโยบายต่างๆ ทางเศรษฐกิจ เนื่องจากทำให้โลกมองเห็นประเทศไทยอยู่ในสายตา ท่ามกลางโลกที่มีความวุ่นวายในปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการนำไปสู่ความร่วมมืออื่นๆ นอกจากนี้ ยังช่วยส่งเสริมบทบาทของไทยในเวทีเศรษฐกิจโลกจากการมีตำแหน่งแห่งที่ที่ชัดเจนในทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) โดยเฉพาะหากสามารถวางตัวได้เหมาะสม และหาสมดุลระหว่างความวุ่นวายทางการเมืองกับโอกาสทางเศรษฐกิจได้ดี" นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าว
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี