533.jpg
ยศชนัน ลุยเชียงใหม่ พร้อมปั้นเป็นฮับเทคโนโลยีแห่งอนาคต

ยศชนัน ลุยเชียงใหม่ พร้อมปั้นเป็นฮับเทคโนโลยีแห่งอนาคต

วันเสาร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.16 น.

“ยศชนัน” ลุยเชียงใหม่! ชูยุทธศาสตร์ยกระดับ อว. เป็น "มินิ ครม. ด้านวิทยาศาสตร์" ผุด Sandbox แก้ปัญหาโครงสร้างชาติ ดันไทยสู่ประเทศรายได้สูง พร้อมปั้น "เชียงใหม่" เป็นอีกหนึ่งฮับเทคโนโลยีแห่งอนาคต

วันที่ 23 พ.ค.69 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมงานสัมมนาผู้บริหารมหาวิทยาลัย ประจำปี 2569 ณ สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมี ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้การต้อนรับคณะผู้บริหาร มีการแสดงปาฐกถาจาก ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ได้ฉายภาพ “การเปลี่ยนแปลงภูมิรัฐศาสตร์ของโลก ที่ส่งผลกระทบต่อมหาวิทยาลัยในประเทศไทย” จากนั้น ศ.ดร.ยศชนัน ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “นโยบายกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม” เพื่อมอบหมายนโยบายและชี้แนะแนวทางการดำเนินงานที่สำคัญ


ยศชนัน

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ในปัจจุบันกระทรวงไม่ได้ต้องการยุทธศาสตร์ใหม่ แต่ต้องการการเติมเต็มช่องว่าง และการทำงานแบบ Synergy โดยมองว่ากระทรวง อว. เปรียบเสมือน "มินิ ครม. ด้านวิทยาศาสตร์" ที่มีพร้อมทั้งองค์ความรู้และบุคลากรระดับหัวกะทิ ซึ่งสามารถสร้างพื้นที่ Sandbox นำร่องในการแก้ปัญหาใหญ่ของประเทศได้ในทุกมิติ โดยต้องนำงานวิจัยไปเชื่อมโยง กับภาคเศรษฐกิจ การต่างประเทศ ความมั่นคง การจัดการภัยพิบัติ และการบริหารภาครัฐ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่หน่วยงานรับผิดชอบสามารถนำไปขยายผล (Scale up) ได้จริง นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำว่าเป้าหมายสำคัญที่สุดคือการผลักดันให้ไทยเป็น "ประเทศรายได้สูง" ผ่านเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) ซึ่งจะเป็นรากฐานในการแก้ปัญหาอื่นๆ ที่ฝังรากลึกในสังคมอย่างยั่งยืน

"ผมตั้งเป้าว่าเป็นประเทศรายได้สูง คนอาจจะหัวเราะ แต่ทุกอย่างจะกลับมาที่ปากท้อง ทุจริตคอร์รัปชัน พี่ไปแก้ปัญหาคอร์รัปชันดิ พี่แก้อีก 100 ปีก็ไม่หมด พี่ให้คนมีตังค์ ใครจะอยากคอร์รัปชันครับ เพราะพื้นฐานความเป็นคน ถ้าเรามั่นใจในประชาชน ยังไงเขาก็ไม่โกงอยู่แล้ว ดังนั้นจึงต้องมีโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ ที่มี New growth engine ถึงจะเป็นทางรอดของประเทศ"

ยศชนัน

ในด้านการพัฒนาระบบนิเวศทางนวัตกรรม (Ecosystem) รมว.อว. ได้หยิบยกกรอบการทำงานของ World Bank ที่ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อน 3 เสาหลัก ได้แก่ การศึกษา การวิจัย และนวัตกรรม ให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างสมดุล หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง วงล้อเศรษฐกิจจะไม่สามารถหมุนต่อไปได้ พร้อมแนะว่าหากวิทยาการใดล้าสมัย (Obsolete) สถาบันการศึกษาไม่ควรอุ้มเทคโนโลยีนั้นไว้ แต่ต้องหันมา "อุ้มคน" ด้วยการ Reskill และ Upskill ให้บุคลากรสามารถก้าวทันเทคโนโลยีใหม่ได้

นอกจากนี้ ยังแนะให้นักวิจัยก้าวออกจากห้องแล็บเพื่อสร้างเครือข่าย และเปลี่ยนแนวคิดในการทำงานวิจัยให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด และกลุ่มทุนอย่าง Venture Capital (VC) โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการสร้างทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ที่มีมูลค่าและต่อยอดได้จริง

ยศชนัน

"ทรัพย์สินที่อยู่ในหัวเรา คือสิ่งที่ Google มี value ขึ้นมาตอนนี้ Elon Musk สามารถรวยเข้ามาได้กับเรื่องนี้ และในบางครั้งแล้วทรัพย์สินทางปัญญาถึงผมมีปริญญา 4-5 ใบ โดนรถชนตายข้างหน้านี้ ลูกหลานไม่ได้เลย แต่ถ้าผมมี IP ผมสามารถที่จะส่งเรื่องนี้ให้ลูกให้หลานผมได้ เพราะฉะนั้นพี่จะจด IP แบบยิบๆ ย่อยๆ ใครจะอยากได้ประโยชน์ แล้วเมื่อไหร่จะเอา IP ไปเปลี่ยนเป็นเงินได้ ซึ่งเรื่องนี้สำคัญมาก"

ศ.ดร.ยศชนัน แนะให้มหาวิทยาลัยปรับกระบวนทัศน์การจัดการศึกษาใหม่ โดยยึดประสบการณ์ของผู้ใช้งาน (User Experience) เป็นศูนย์กลาง การศึกษาในยุคหน้าจะต้องครอบคลุมทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็กแรกเกิด 100 วันแรก วัยรุ่น วัยทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุในระดับ Hospice Care มหาวิทยาลัยต้องเปิดกว้างและยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น การมองว่าบริษัท Startup ที่เข้ามาอบรมเพียงครึ่งวันก็ถือเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัย หรือการจับคู่ผู้สูงอายุวัยเกษียณที่มีประสบการณ์สูงมาเป็น Venture Builder ร่วมกับนักศึกษาปริญญาตรี พร้อมกันนี้ยังสนับสนุนให้เกิดการเชื่อมโยงพื้นที่อย่าง TK Park เข้ากับอุทยานวิทยาศาสตร์ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กที่ขาดแคลนทุนทรัพย์สามารถเข้าถึงแหล่งบ่มเพาะนวัตกรรมระดับประเทศได้

ยศชนัน

ในช่วงท้าย รมว.อว. ได้กล่าวชื่นชมอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) ว่าเป็นหนึ่งในระบบนิเวศการบ่มเพาะ Startup ที่ดีที่สุดและเป็นเสมือนศูนย์ฝึกงานด้านนวัตกรรมของประเทศ โดยเน้นย้ำว่าเชียงใหม่ไม่ได้อยู่ห่างไกล แต่เป็น "ศูนย์กลาง" ที่เชื่อมต่อระหว่างอินเดียและจีน อีกทั้งไทยยังมีจุดแข็งด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ซึ่งเป็นต้นน้ำที่สำคัญในการต่อยอดสู่อุตสาหกรรมการแพทย์ (MedTech) และการผลักดันแนวคิด Nature Positive ควบคู่ไปกับ Net Zero รวมถึงศักยภาพด้านวิทยาการหุ่นยนต์ (Robotics) ที่ไทยเป็นอันดับ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ท้ายสุด ศ.ดร.ยศชนัน มองว่าความเปลี่ยนแปลงของโลกหรือ Technology Disruption ไม่ใช่วิกฤต แต่เป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะก้าวกระโดด โดยกล่าวว่า

ยศชนัน

"หลายประเทศเขาเจริญไปละ พอ Technology disruption เกิดขึ้น เขาออกไปเลย เขากำลังถอยหลังมาใหม่ ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำก็คือ ไม่ใช่ช้าแล้วยังเข้าไปอีก คือในเมื่อเราช้าแล้วเราก็ต้องไปให้ถูก นี่คือโอกาสของเรา เพราะเรากำลังเดินมาช้าๆ มาถึงแยกพอดี ยังไม่หลงทาง วันนี้มันเป็นโอกาสจริงๆ ที่เราจะเลือกก้าวไปในทิศทางที่ถูกต้อง เพื่ออนาคตของประเทศเรา“

ทั้งนี้ ภายในงานสัมมนาดังกล่าวมีคณะผู้บริหารระดับสูงและผู้ทรงคุณวุฒิให้เกียรติเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ประกอบด้วย ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม , นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง , ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. , นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ตลอดจนคณะผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวง อว. ผู้บริหารมหาวิทยาลัย และผู้สมัคร สส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

ยศชนัน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top