533.jpg
เปิด 16 คำชี้แจง สนข. ต่อโครงการแลนด์บริดจ์ ยันไม่ใช่คลองไทย ลุยพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่สิ่งแวดล้อม

เปิด 16 คำชี้แจง สนข. ต่อโครงการแลนด์บริดจ์ ยันไม่ใช่คลองไทย ลุยพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่สิ่งแวดล้อม

วันเสาร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.31 น.

เปิด 16 คำชี้แจง “สนข.” ต่อโครงการแลนด์บริดจ์ ยืนยันไม่ใช่คลองไทย เดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่สิ่งแวดล้อม

โครงการ “แลนด์บริดจ์” หรือโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน กำลังกลายเป็นหนึ่งในโครงการยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศไทย ที่รัฐบาลผลักดันเพื่อยกระดับประเทศสู่ศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาคเอเชีย


อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความคาดหวังด้านเศรษฐกิจ โครงการดังกล่าวก็เผชิญข้อกังวลจากประชาชนในหลายมิติ ทั้งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน ประมง วิถีชีวิต และทรัพยากรธรรมชาติ

สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จึงออกมาชี้แจงข้อสงสัยสำคัญของประชาชนรวม 16 ประเด็น เพื่อสร้างความเข้าใจต่อแนวทางพัฒนาแลนด์บริดจ์ในระยะต่อไป

1. เหตุใดไม่ขุด “คลองไทย” แทนแลนด์บริดจ์

สนข. อธิบายว่า แนวคิดขุดคลองเชื่อมอ่าวไทยและอันดามัน แม้จะทำให้เรือเดินทางผ่านได้โดยไม่ต้องขนถ่ายสินค้า แต่มีต้นทุนก่อสร้างและบำรุงรักษาสูงมหาศาล อีกทั้งยังอาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ การแบ่งแยกพื้นที่ รวมถึงทำให้เกิดการโยกย้ายชุมชนจำนวนมาก

นอกจากนี้ การขุดคลองยังเสี่ยงต่อผลกระทบสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง ทั้งต่อระบบนิเวศ น้ำทะเล และวิถีชีวิตของชุมชนภาคใต้

ด้วยเหตุนี้ รัฐจึงเลือกแนวทาง “แลนด์บริดจ์” ที่ใช้ระบบรางและมอเตอร์เวย์เชื่อมท่าเรือทั้งสองฝั่งแทน

2. แลนด์บริดจ์จะช่วยลดต้นทุนและเวลาได้อย่างไร

โครงการแลนด์บริดจ์จะเชื่อมท่าเรือน้ำลึกสองฝั่งด้วยรถไฟและทางหลวงพิเศษ ทำให้การขนส่งสินค้าระหว่างมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิกไม่ต้องอ้อมผ่านช่องแคบมะละกา

สนข. ประเมินว่า จะช่วยลดระยะเวลาขนส่งได้ประมาณ 5 วัน และช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้านโลจิสติกส์ของไทย

โครงการมีมูลค่าลงทุนรวมประมาณ 1 ล้านล้านบาท และจะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP

3. จะมีโรงกลั่นน้ำมันหรืออุตสาหกรรมปิโตรเคมีหรือไม่

หนึ่งในข้อกังวลสำคัญ คือการเปลี่ยนพื้นที่ภาคใต้ให้เป็นฐานอุตสาหกรรมหนัก

สนข. ยืนยันว่า แผนแม่บทโครงการไม่ได้กำหนดให้มีโรงกลั่นน้ำมัน โรงแยกก๊าซ หรืออุตสาหกรรมปิโตรเคมี แต่จะเน้นอุตสาหกรรมต่อยอดจากทรัพยากรในพื้นที่ เช่น

ยางพารา
ปาล์มน้ำมัน
อาหารทะเล
อาหารฮาลาล
AI และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ

อย่างไรก็ตาม ภายในท่าเรือจะมีบริการเติมน้ำมันเรือ (Bunkering Service) สำหรับเรือสินค้า ซึ่งหากเอกชนจะลงทุนเพิ่มเติม ต้องผ่าน EIA และการอนุญาตตามกฎหมาย

4. สินค้าหลักที่จะใช้บริการแลนด์บริดจ์คืออะไร

สินค้าที่จะผ่านแลนด์บริดจ์มาจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ทั้ง EEC ภาคกลาง และภาคใต้ รวมถึงสินค้าทรานซิตจากจีนตอนใต้

ประเภทสินค้า ได้แก่

สินค้าเกษตร
ยางพารา
ผลไม้
อาหารทะเล
สินค้าอุตสาหกรรมแปรรูป
สินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง

5. เหตุใดต้องถมทะเลจำนวนมาก

สนข. ชี้แจงว่า การถมทะเลเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาท่าเรือน้ำลึก รองรับเรือสินค้าขนาดใหญ่ที่ต้องใช้ร่องน้ำลึกมากกว่า 18 เมตร

พื้นที่ถมทะเลจะใช้สำหรับ

ลานตู้คอนเทนเนอร์
พื้นที่พักสินค้า
ระบบราง
ถนนขนส่ง
ศูนย์โลจิสติกส์

6. มีการทำ SEA หรือไม่

สนข. ระบุว่า ได้มีการศึกษาผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (SEA) ตั้งแต่ปี 2559 ครอบคลุมการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว เกษตรกรรม และสิ่งแวดล้อม เพื่อใช้เป็นกรอบประกอบการตัดสินใจโครงการขนาดใหญ่

7. รับมือปัญหาน้ำมันรั่วอย่างไร

โครงการเตรียมแผนป้องกันเหตุรั่วไหลของน้ำมัน พร้อมจัดตั้งทีมปฏิบัติการฉุกเฉิน และประสานกับหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเล เพื่อควบคุมสถานการณ์หากเกิดอุบัติเหตุ

8. ผลกระทบต่อป่าชายเลนและสัตว์ทะเล

ในการจัดทำ EIA และ EHIA มีการสำรวจข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมทั้งระบบนิเวศทางทะเล ป่าชายเลน สัตว์น้ำหายาก และพื้นที่อุทยานแห่งชาติ

สนข. ระบุว่า จะมีมาตรการป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างละเอียด

9. ปัญหาตะกอนทะเลและการกัดเซาะชายฝั่ง

มีการใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ศึกษาการฟุ้งกระจายของตะกอนและการเปลี่ยนแปลงกระแสน้ำ เพื่อประเมินพื้นที่เสี่ยงต่อการกัดเซาะชายฝั่ง

ผลศึกษาจะถูกนำไปกำหนดมาตรการควบคุมในช่วงก่อสร้าง

10. ผลกระทบต่อสัตว์ทะเลและนกชายฝั่ง

ขณะนี้มีการศึกษาคุณภาพอากาศ เสียง แสง และระบบนิเวศทางทะเล รวมถึงแนวปะการัง หญ้าทะเล สัตว์ทะเลหายาก และนกอพยพ

การสำรวจดำเนินทั้งฤดูฝนและฤดูแล้ง เพื่อให้ครอบคลุมช่วงผสมพันธุ์และอพยพของสัตว์

11. การนำดินและหินมาถมทะเลจะกระทบสิ่งแวดล้อมหรือไม่

โครงการกำหนดให้ติดตั้งม่านกันตะกอนรอบพื้นที่ก่อสร้าง เพื่อควบคุมการแพร่กระจายของตะกอน พร้อมมีระบบติดตามตรวจสอบผู้รับเหมาอย่างต่อเนื่อง

12. หลักเกณฑ์เวนคืนที่ดิน

การชดเชยที่ดินจะอ้างอิงตาม พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2562 โดยคำนึงถึงราคาตลาดจริง ค่าก่อสร้าง และค่าขนย้าย ไม่ใช่ราคาประเมินราชการที่ต่ำกว่าความจริง

สำหรับพื้นที่ ส.ป.ก. จะมีแนวทางช่วยเหลือ เช่น

จัดหาที่ดินใหม่
ชดเชยพืชผล
เงินเยียวยา

13. การเยียวยาชาวประมงและชุมชน

สนข. เสนอให้ตั้งคณะกรรมการกลางตรวจสอบผลกระทบ และหากพิสูจน์ได้ว่าชุมชนหรือชาวประมงได้รับผลกระทบจากโครงการ จะต้องได้รับการชดเชยอย่างเป็นธรรม

พร้อมกันนี้ จะจัดตั้ง “กองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิต” โดยให้ผู้รับเหมาและผู้รับสัมปทานท่าเรือร่วมสมทบเงินต่อเนื่องตลอดอายุสัมปทาน 50 ปี

14. การใช้น้ำจะกระทบชุมชนหรือไม่

มีการสำรวจแหล่งน้ำเดิมในพื้นที่ เพื่อวางระบบใช้น้ำไม่ให้กระทบประชาชน พร้อมกำหนดมาตรการติดตามการใช้น้ำของภาคอุตสาหกรรม

15. หลักเกณฑ์ชดเชยต้นไม้และพืชผล

การประเมินค่าชดเชยต้นไม้จะอ้างอิงบัญชีราคากลางของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ซึ่งครอบคลุมไม้ยืนต้น 412 ชนิด และไม้ล้มลุก 154 ชนิด

หากไม่มีชนิดไม้ในบัญชี จะใช้การเทียบเคียงกับชนิดใกล้เคียง

16. โครงการจะทำลายวิถีชีวิตชุมชนหรือไม่

สนข. ยืนยันว่า โครงการจะยึดหลัก “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ให้เศรษฐกิจ ชุมชน และสิ่งแวดล้อมสามารถอยู่ร่วมกันได้

แนวทางสำคัญคือ

สนับสนุนอาชีพท้องถิ่น
กิจกรรม CSR
กองทุนชุมชน
การมีส่วนร่วมของประชาชนในระยะยาว

แม้แลนด์บริดจ์จะถูกมองว่าเป็นโครงการเปลี่ยนโฉมเศรษฐกิจไทย แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็ยังเป็นบททดสอบสำคัญว่า ประเทศจะสามารถพัฒนาเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่ โดยรักษาสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตชุมชนได้มากน้อยเพียงใด

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top