วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
“สีหศักดิ์” เตือนเขมร หยุดใช้เวทีระหว่างประเทศใส่ร้ายไทย หลังโจมตีไทยกลางวง UNSC ชี้ไม่เกิดประโยชน์ หวังเขมรจะเปลี่ยนแนวทางมองไปข้างหน้าพลิกความสัมพันธ์-เดินหน้าแก้ปัญหาชายแดนร่วมกัน
เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ เปิดเผยว่า หลังจบภารกิจตามนายกรัฐมนตรีเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสแล้ว ตนจะเดินทางต่อไปยังนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เนื่องจากได้รับเชิญจากนายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อให้ไปร่วมการประชุมพิเศษของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ที่จีนเป็นประธาน
ซึ่งโอกาสนี้ได้พบกับ นายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา โดยในการพบกันเพื่อเป็นการสานต่อในสิ่งที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาได้พบกันที่การประชุมสุดยอดอาเซียน ที่เมืองเซบู ฟิลิปปินส์ หลังได้หารือว่า จะสร้างบรรยากาศที่ดีขึ้นให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ และสร้างบ้านต่อการไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน ที่เป็นจุดเริ่มต้นในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่แท้จริงระหว่าง 2 ประเทศ ทั้งเขตแดนทางทะเลและเขตแดนทางบก รวมถึงสถานการณ์ชายแดนนี่ก็ความตั้งใจจริงของประเทศไทย ซึ่งการแก้ไขปัญหานี้ ต้องสร้างบรรยากาศที่ดีให้มีความไว้เนื้อเชื่อใจ เรื่องนี้เรามีการพูดคุยกันแล้ว ว่าจะพลิกหน้าใหม่ในความสัมพันธ์ระหว่างระหว่างกัน โดยประเทศไทยยึดแนวทางที่ตกลงกันมาโดยตลอดที่ตกลงกันที่เซบู
นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวว่า แต่ล่าสุด ที่ตนเองรู้สึกไม่สบายใจ เพราะมีความเคลื่อนไหวบางอย่างของฝ่ายกัมพูชา จากกรณีที่ นายแก้ว เชีย เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรกัมพูชาประจำ สหประชาชาติ ที่นิวยอร์ก กล่าวในการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) วาระ “การคุ้มครองพลเรือนจากภัยสู้รบ” เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่จำเป็นต้องไปพูดเรื่องทวิภาคี ในเมื่อเราตกลงกันแล้วว่าจะไม่นำประเด็นทวิภาคีระหว่างไทยกับกัมพูชาไปสู่เวทีระหว่างประเทศ เราจะมุ่งแก้ไขปัญหาโดยการพูดคุยระหว่างสองฝ่าย แต่ผู้แทนถาวรกัมพูชาฯ ยังพูดเรื่องเดิม ว่า ประเทศไทยรุกล้ำ ผลกระทบจากสงคราม ขัดกับแถลงการณ์ร่วมที่ได้ตกลงกันเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2568 เพื่อนำไปสู่การหยุดยิง ตนเห็นว่าการกลับไปสู่การให้ร้าย ใส่ร้ายประเทศไทย ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร
“ตอนนี้เราต้องการคุยกันด้วยความจริงใจ และประเทศไทยมาด้วยท่าทีเช่นนี้ เพราะถืว่าผู้นำได้พูดคุยกันแล้วไม่ใช่การพูดอย่างทำอย่าง เราต้องมองไปข้างหน้า อยากเรียนให้ทราบด้วยความห่วงใย และความหวังว่าฝ่ายกัมพูชาจะเปลี่ยนแนวทางไปสู่การมองไปข้างหน้า และร่วมมือกับประเทศไทยในการหาทางสร้างบรรยากาศที่ดีขึ้น สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ เพื่อจะแก้ปัญหาที่ไม่ได้แก้ได้ง่าย และไม่ใช่ว่าจะแก้ได้ภายในวันเดียว ต้องให้เวลา ต้องมีการหารือหลายรอบ”นายสีหศักดิ์ กล่าว
นายสีหศักดิ์ ยังย้ำว่า เรื่องเขตแดนทางทะเล ท่าทีของไทยไม่ใช่การกลับไปเจรจาทวิภาคีแบบเดิม แต่เราเห็นว่าทั้งไทยและกัมพูชา อยู่ในรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS โดยไทยจะใช้กรอบดังกล่าวเนื่องจากเราได้ยกเลิกMOU44 แล้ว จึงควรพูดคุยกันก่อนและต้องมาดูกันว่าหนทางข้างหน้าเป็นอย่างไร ถ้าเป็นไปไม่ได้ภายใต้การพูดคุยในอนุสัญญา UNCLOS ก็มาดูกันว่าจะมีกลไกอื่น เช่น การประนีประนอมโดยบังคับหรือโดยสมัครใจ แต่ต้องไปถึงจุดที่เราได้ลองคุยกันแล้ว ไม่ควรจะไปสรุปว่าการเจรจาสองฝ่ายเกิดประโยชน์อะไร ทำไมถึงไม่ลองดู
เมื่อถามว่า หากท่าทีของกัมพูชา ยังไม่เปลี่ยน ไทยจะดำเนินการอย่างไร นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ก็อยู่ที่เขาว่าหากยังมีอย่างนี้ สิ่งที่เราคุยกันระหว่างผู้นำที่เซบู ก็เดินหน้าไม่ได้ เขาจะเสียประโยชน์ เราก็เสียประโยชน์ในแง่ที่อยากจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น มันอยู่ที่ฝ่ายกัมพูชาทั้งนั้น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี