วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ยก 4 ข้อ ทำไม ปิยบุตร เสนอยกเลิกองคมนตรี ถึงอันตรายต่อเสถียรภาพของประเทศ
เมื่อวันที่ 24 พ.ค.2569 ณัฏฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูลในยุทธศาสตร์สังคม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า "ท่ามกลางกระแสข่าวที่คุณปิยบุตร แสงกนกกุล ออกมาเสนอซ้ำให้ยกเลิกคณะองคมนตรี โดยอ้างเหตุผลเรื่อง “ภารกิจซ้ำซ้อน” และ “กระทบความเป็นกลางของสถาบันฯ” ในฐานะนักวิเคราะห์ยุทธศาสตร์สังคม ผมมองว่านี่คือการนำเสนอข้อมูลแบบ Selective Truth (เลือกพูดความจริงบางส่วน) เพื่อเป้าหมายทางการเมือง มากกว่าการมองผลประโยชน์ของรัฐในระยะยาว
วันนี้ผมขอใช้ “ข้อมูล” และ “ตรรกะยุทธศาสตร์” มาตีแผ่ให้เห็นว่า ทำไมข้อเสนอนี้ถึงอันตรายต่อเสถียรภาพของประเทศ
1. กับดักคำว่า “ซ้ำซ้อน”: หน้าที่ต่างกัน... เพื่อดุลอำนาจที่สมดุล
คุณปิยบุตรพยายามทำให้สังคมเชื่อว่า องคมนตรีทำงานทับซ้อนกับคณะรัฐมนตรี แต่ในทางยุทธศาสตร์บริหารราชการแผ่นดิน:
รัฐบาล (ฝ่ายบริหาร): ขับเคลื่อนนโยบายตาม "คะแนนเสียง" และ "วาระทางการเมือง" ซึ่งมักเป็นโครงการระยะสั้น (Short-term focus) ที่เปลี่ยนไปตามตัวบุคคล
องคมนตรี (เสถียรภาพ): ดูแลยุทธศาสตร์ "ความอยู่ดีมีสุขพื้นฐาน" ผ่านโครงการพระราชดำริกว่า 4,000 โครงการ ซึ่งต้องการความต่อเนื่องระดับ 20-30 ปี (Long-term Impact) เช่น การจัดการน้ำในเขตพื้นที่วิกฤต หรือการส่งเสริมอาชีพบนดอย
วิเคราะห์: หากยุบองคมนตรี งานยุทธศาสตร์ระยะยาวเหล่านี้จะตกไปอยู่ในมือของ “นักการเมือง” ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกเปลี่ยนทิศทางตามงบประมาณและฐานเสียง ความเสียหายที่เกิดจากความไม่ต่อเนื่องของนโยบายน้ำและที่ดิน มีมูลค่าสูงกว่างบประมาณขององคมนตรีหลายเท่าตัว
2. ความเป็นกลางที่แท้จริง: “กันชน” ไม่ใช่ “คู่ขัดแย้ง”
ข้ออ้างที่ว่าการมีองคมนตรีกระทบความเป็นกลางของสถาบันฯ คือการบิดเบือนกลไก Buffer Zone (เขตกันชน):
การมีองคมนตรีช่วยให้สถาบันฯ ทรงทราบข้อมูลรอบด้านจาก “ผู้เชี่ยวชาญอิสระ” ที่ไม่ได้สังกัดพรรคการเมือง ทำให้ทรงวางตัวอยู่เหนือความขัดแย้งได้จริง
ลองคิดดูว่า: หากไม่มีองคมนตรี สถาบันฯ จะต้องรับข้อมูลและคำปรึกษาจาก “รัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว” นั่นต่างหากที่จะทำให้สถาบันฯ ถูกลากเข้าไปผูกติดกับ “ขั้วอำนาจทางการเมือง” จนเสียความเป็นกลางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
3. กลไกอภัยโทษ: ความยุติธรรมที่ต้องมี “ตัวกรองชั้นที่สอง”
ประเด็นที่อันตรายที่สุดคือการพยายามดึงอำนาจกลั่นกรองการอภัยโทษกลับไปที่ฝ่ายการเมือง 100%
องคมนตรีทำหน้าที่เป็น Second Filter เพื่อตรวจสอบความถูกต้องตามหลักนิติธรรม ป้องกันไม่ให้การอภัยโทษถูกใช้เป็น “เครื่องมือแลกเปลี่ยนทางการเมือง” หรือเอื้อประโยชน์ให้พรรคพวก (Cronyism)
การยุบองคมนตรีในส่วนนี้ คือการทำลายระบบ Checks and Balances และทำให้อำนาจบริหารล้นเกินจนยากจะตรวจสอบ
4. บทเรียนจากอังกฤษ [????????] : สิ่งที่คุณปิยบุตร (ตั้งใจ) ไม่พูด
คุณปิยบุตรมักอ้างโมเดลอังกฤษเพื่อกดดันไทย แต่ข้อมูลจริงคือ:
UK Privy Council: มีสมาชิกกว่า 700 คน และมีอำนาจทางกฎหมาย (Orders in Council) ที่กว้างขวางกว่าไทยมาก
การเลือกยกเฉพาะส่วนที่สนับสนุนทฤษฎีตนเอง (Cherry Picking) แต่จงใจละเลยบริบทที่สะท้อนถึง “ความจำเป็นของที่ปรึกษาองค์ประมุขในระบอบประชาธิปไตย” คือการนำเสนอข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนต่อสังคม
ทางออกเชิงยุทธศาสตร์: Evolution ไม่ใช่ Abolition
ในฐานะนักวิเคราะห์ ผมขอเสนอทางออกที่สร้างสรรค์กว่าการทำลายโครงสร้างทิ้ง:
Strategic Transparency: พัฒนาการรายงานผลงานองคมนตรีผ่าน Digital Dashboard ให้ประชาชนเห็นข้อมูลความสำเร็จของโครงการยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนเป็นตัวเลข
Professional Synergy: เปิดพื้นที่ให้องคมนตรีซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับชาติ ทำงานร่วมกับคนรุ่นใหม่ในมิติสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีมากขึ้น
Reframing Neutrality: ยืนยันในหลักการ “ที่ปรึกษาอิสระ” เพื่อค้ำจุนดุลอำนาจไม่ให้ฝ่ายบริหารมีอำนาจเบ็ดเสร็จจนเกินไป
บทสรุปทางยุทธศาสตร์ โดย ณัฏฐ์ มงคลนาวิน
การตัด “แขนขา” ของสถาบันหลักทิ้ง ไม่ได้ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น แต่การทำให้แขนขานั้นทำงานสอดประสานกับหัวใจและสมองของประชาชนต่างหาก คือยุทธศาสตร์ที่จะพาประเทศไทยไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน"
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี