533.jpg
ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ยก 4 ข้อ ทำไม ปิยบุตร เสนอยกเลิกองคมนตรี ถึงอันตรายต่อเสถียรภาพของประเทศ

ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ยก 4 ข้อ ทำไม ปิยบุตร เสนอยกเลิกองคมนตรี ถึงอันตรายต่อเสถียรภาพของประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 21.33 น.

ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ยก 4 ข้อ ทำไม ปิยบุตร เสนอยกเลิกองคมนตรี ถึงอันตรายต่อเสถียรภาพของประเทศ

เมื่อวันที่ 24 พ.ค.2569 ณัฏฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูลในยุทธศาสตร์สังคม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า "ท่ามกลางกระแสข่าวที่คุณปิยบุตร แสงกนกกุล ออกมาเสนอซ้ำให้ยกเลิกคณะองคมนตรี โดยอ้างเหตุผลเรื่อง “ภารกิจซ้ำซ้อน” และ “กระทบความเป็นกลางของสถาบันฯ” ในฐานะนักวิเคราะห์ยุทธศาสตร์สังคม ผมมองว่านี่คือการนำเสนอข้อมูลแบบ Selective Truth (เลือกพูดความจริงบางส่วน) เพื่อเป้าหมายทางการเมือง มากกว่าการมองผลประโยชน์ของรัฐในระยะยาว


​วันนี้ผมขอใช้ “ข้อมูล” และ “ตรรกะยุทธศาสตร์” มาตีแผ่ให้เห็นว่า ทำไมข้อเสนอนี้ถึงอันตรายต่อเสถียรภาพของประเทศ

​1. กับดักคำว่า “ซ้ำซ้อน”: หน้าที่ต่างกัน... เพื่อดุลอำนาจที่สมดุล
​คุณปิยบุตรพยายามทำให้สังคมเชื่อว่า องคมนตรีทำงานทับซ้อนกับคณะรัฐมนตรี แต่ในทางยุทธศาสตร์บริหารราชการแผ่นดิน:
​รัฐบาล (ฝ่ายบริหาร): ขับเคลื่อนนโยบายตาม "คะแนนเสียง" และ "วาระทางการเมือง" ซึ่งมักเป็นโครงการระยะสั้น (Short-term focus) ที่เปลี่ยนไปตามตัวบุคคล
​องคมนตรี (เสถียรภาพ): ดูแลยุทธศาสตร์ "ความอยู่ดีมีสุขพื้นฐาน" ผ่านโครงการพระราชดำริกว่า 4,000 โครงการ ซึ่งต้องการความต่อเนื่องระดับ 20-30 ปี (Long-term Impact) เช่น การจัดการน้ำในเขตพื้นที่วิกฤต หรือการส่งเสริมอาชีพบนดอย
​วิเคราะห์: หากยุบองคมนตรี งานยุทธศาสตร์ระยะยาวเหล่านี้จะตกไปอยู่ในมือของ “นักการเมือง” ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกเปลี่ยนทิศทางตามงบประมาณและฐานเสียง ความเสียหายที่เกิดจากความไม่ต่อเนื่องของนโยบายน้ำและที่ดิน มีมูลค่าสูงกว่างบประมาณขององคมนตรีหลายเท่าตัว

​2. ความเป็นกลางที่แท้จริง: “กันชน” ไม่ใช่ “คู่ขัดแย้ง”
​ข้ออ้างที่ว่าการมีองคมนตรีกระทบความเป็นกลางของสถาบันฯ คือการบิดเบือนกลไก Buffer Zone (เขตกันชน):
​การมีองคมนตรีช่วยให้สถาบันฯ ทรงทราบข้อมูลรอบด้านจาก “ผู้เชี่ยวชาญอิสระ” ที่ไม่ได้สังกัดพรรคการเมือง ทำให้ทรงวางตัวอยู่เหนือความขัดแย้งได้จริง
​ลองคิดดูว่า: หากไม่มีองคมนตรี สถาบันฯ จะต้องรับข้อมูลและคำปรึกษาจาก “รัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว” นั่นต่างหากที่จะทำให้สถาบันฯ ถูกลากเข้าไปผูกติดกับ “ขั้วอำนาจทางการเมือง” จนเสียความเป็นกลางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

​3. กลไกอภัยโทษ: ความยุติธรรมที่ต้องมี “ตัวกรองชั้นที่สอง”
​ประเด็นที่อันตรายที่สุดคือการพยายามดึงอำนาจกลั่นกรองการอภัยโทษกลับไปที่ฝ่ายการเมือง 100%
​องคมนตรีทำหน้าที่เป็น Second Filter เพื่อตรวจสอบความถูกต้องตามหลักนิติธรรม ป้องกันไม่ให้การอภัยโทษถูกใช้เป็น “เครื่องมือแลกเปลี่ยนทางการเมือง” หรือเอื้อประโยชน์ให้พรรคพวก (Cronyism)
​การยุบองคมนตรีในส่วนนี้ คือการทำลายระบบ Checks and Balances และทำให้อำนาจบริหารล้นเกินจนยากจะตรวจสอบ

​4. บทเรียนจากอังกฤษ [????????] : สิ่งที่คุณปิยบุตร (ตั้งใจ) ไม่พูด
​คุณปิยบุตรมักอ้างโมเดลอังกฤษเพื่อกดดันไทย แต่ข้อมูลจริงคือ:
​UK Privy Council: มีสมาชิกกว่า 700 คน และมีอำนาจทางกฎหมาย (Orders in Council) ที่กว้างขวางกว่าไทยมาก
​การเลือกยกเฉพาะส่วนที่สนับสนุนทฤษฎีตนเอง (Cherry Picking) แต่จงใจละเลยบริบทที่สะท้อนถึง “ความจำเป็นของที่ปรึกษาองค์ประมุขในระบอบประชาธิปไตย” คือการนำเสนอข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนต่อสังคม

ทางออกเชิงยุทธศาสตร์: Evolution ไม่ใช่ Abolition
​ในฐานะนักวิเคราะห์ ผมขอเสนอทางออกที่สร้างสรรค์กว่าการทำลายโครงสร้างทิ้ง:
​Strategic Transparency: พัฒนาการรายงานผลงานองคมนตรีผ่าน Digital Dashboard ให้ประชาชนเห็นข้อมูลความสำเร็จของโครงการยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนเป็นตัวเลข
​Professional Synergy: เปิดพื้นที่ให้องคมนตรีซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับชาติ ทำงานร่วมกับคนรุ่นใหม่ในมิติสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีมากขึ้น
​Reframing Neutrality: ยืนยันในหลักการ “ที่ปรึกษาอิสระ” เพื่อค้ำจุนดุลอำนาจไม่ให้ฝ่ายบริหารมีอำนาจเบ็ดเสร็จจนเกินไป

บทสรุปทางยุทธศาสตร์ โดย ณัฏฐ์ มงคลนาวิน
การตัด “แขนขา” ของสถาบันหลักทิ้ง ไม่ได้ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น แต่การทำให้แขนขานั้นทำงานสอดประสานกับหัวใจและสมองของประชาชนต่างหาก คือยุทธศาสตร์ที่จะพาประเทศไทยไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน"
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top