วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569
กรรมสิทธิ์ที่ดินเขากระโดง 5,083 ไร่ ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลอิสาน และตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ กลับมาเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองอีกครั้ง เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เดินทางไปยังบริเวณหน้าบ้านพักของนายเนวิน ชิดชอบ ที่จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อทวงถามเรื่องการคืนที่ดินของรัฐ และเตรียมแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการถือครองที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)
ต่อมา ในวันที่ 2 มิถุนายน นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ออกมายืนยันความมั่นใจในเอกสารสิทธิ์ที่ครอบครัวรวมถึงประชาชนชาวบุรีรัมย์ถือครองอยู่
ในขณะเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ระบุถึงกรณีดังกล่าวว่า คดีที่ดินเขากระโดงอยู่ในกระบวนการยุติธรรม และไม่มีใครสามารถอยู่เหนือกฎหมายหรือฝ่าฝืนกฎหมายได้
อย่างไรก็ตาม นายอนุทินได้ให้ความเห็นทางกฎหมายว่า คำพิพากษาของศาลมีความผูกพันเฉพาะรายแปลง การที่ศาลตัดสินไม่ให้ออกโฉนดในคดีที่ชาวบ้านฟ้อง รฟท. นั้น ไม่สามารถนำมาตีความได้ว่าที่ดินแปลงอื่นผิดกฎหมายทั้งหมด ดังนั้น รฟท. จึงต้องดำเนินการฟ้องร้องเป็นรายแปลงต่อไป ท่าทีและการตีความกฎหมายที่แตกต่างกันนี้ ทำให้สังคมตั้งคำถามถึงทิศทางของคดีที่ยืดเยื้อมานานกว่า 100 ปี
จุดเริ่มต้นแห่งข้อพิพาท (พ.ศ. 2462 - 2552)
เพื่อทำความเข้าใจปัญหา ต้องย้อนกลับไปในช่วง พ.ศ. 2462 ถึง 2464 ซึ่งรัฐได้ออกพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตสร้างทางรถไฟหลวง เส้นทางนครราชสีมาถึงอุบลราชธานี กระบวนการนี้มีการเวนคืนที่ดินจำนวน 5,083 ไร่ เพื่อนำไปสร้างทางรถไฟ ในช่วงเวลาต่อมา มีชาวบ้านทยอยเข้าไปตั้งถิ่นฐานและใช้ประโยชน์ในที่ดินผืนดังกล่าว
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2513 เมื่อ รฟท. ได้ทำการเจรจากับชาวบ้านในพื้นที่เขากระโดง รวมถึงนายชัย ชิดชอบ โดย รฟท. ยินยอมให้ชาวบ้านทำหนังสือขออยู่อาศัยภายใต้กรรมสิทธิ์ของ รฟท. แต่ในทางปฏิบัติ ชาวบ้านบางส่วนได้นำที่ดินไปขอออกโฉนด หรือมีการซื้อขายเปลี่ยนมือโดยไม่ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานะของพื้นที่
ล่วงเลยมาถึงปี พ.ศ. 2539 รฟท. เริ่มดำเนินการตรวจสอบและเรียกร้องสิทธิในที่ดินเขากระโดงอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม ในปี พ.ศ. 2552 นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น มีหนังสือตอบ รฟท. ระบุว่าที่ดินเขากระโดงไม่ได้อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะเป็นที่ดินของ รฟท.
4 คดีชี้ชะตา (พ.ศ. 2554 - 2567)
ความไม่ชัดเจนเรื่องกรรมสิทธิ์นำไปสู่กระบวนการยุติธรรมที่ยืดเยื้อ โดยสามารถสรุปการต่อสู้ทางกฎหมายออกเป็น 4 คดีหลัก ดังนี้
คดีที่ 1 การสกัดการออกโฉนดใหม่
ในปี พ.ศ. 2554 ชาวบ้านจำนวน 35 รายที่มีเอกสาร ส.ค.1 ยื่นฟ้องขอให้กรมที่ดินออกโฉนดที่ดินจำนวน 40 แปลง โดย รฟท. ได้ยื่นฟ้องแย้งเพื่อคัดค้าน
ปี พ.ศ. 2557 ศาลจังหวัดบุรีรัมย์มีคำพิพากษาให้ชาวบ้านแพ้คดี สั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและส่งมอบที่ดินคืน รฟท.
ปี พ.ศ. 2560 ศาลฎีกามีคำพิพากษาเป็นที่สิ้นสุด ยืนยันว่าที่ดินเขากระโดงเป็นกรรมสิทธิ์ของ รฟท. อย่างสมบูรณ์
คดีที่ 2 การเพิกถอนเอกสาร น.ส.3
ชาวบ้านอีกกลุ่มนำที่ดินที่มีเอกสาร น.ส.3 ไปขอออกโฉนดกับกรมที่ดิน และ รฟท. เข้าคัดค้าน ในปี พ.ศ. 2561 ศาลฎีกาตัดสินว่าที่ดินนี้เป็นของการรถไฟฯ จึงไม่สามารถออกโฉนดได้ ส่งผลให้กรมที่ดินต้องเพิกถอนเอกสารดังกล่าว
คดีที่ 3 การฟ้องผู้รุกล้ำบริเวณทางแยก
รฟท. ฟ้องชาวบ้านที่รุกล้ำที่ดินบริเวณทางแยก 8 กิโลเมตร (จากสถานีบุรีรัมย์ไปเขากระโดง) ศาลจังหวัดบุรีรัมย์และศาลอุทธรณ์ภาค 3 ตัดสินว่าที่ดินเป็นของ รฟท. และให้กรมที่ดินเพิกถอนโฉนด
คดีที่ 4 รฟท. ปะทะ กรมที่ดิน
ช่วงปี พ.ศ. 2561-2564 รฟท. เริ่มฟ้องร้องเพิ่มเติมกับผู้บุกรุก แต่ไม่มีความคืบหน้าเนื่องจากขัดแย้งกับกรมที่ดิน กรมที่ดินปฏิเสธที่จะเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่เหลือในพื้นที่ 5,083 ไร่ โดยอ้างว่า รฟท. ไม่สามารถนำส่งพยานหลักฐานที่น่าเชื่อถือได้ โดยเฉพาะแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. 2462 รฟท. จึงยื่นฟ้องอธิบดีกรมที่ดินต่อศาลปกครองกลาง กล่าวหาว่าละเลยต่อหน้าที่
ในปี พ.ศ. 2566 ศาลปกครองกลางวินิจฉัยว่าอธิบดีกรมที่ดินละเลยต่อหน้าที่จริง และมีคำสั่งให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อพิจารณาเพิกถอนสิทธิที่ออกโดยมิชอบ ศาลปกครองกลางยังระบุด้วยว่า กรมที่ดินต้องเพิกถอนเอกสารที่ออกผิดกฎหมาย โดย รฟท. ไม่ต้องฟ้องทุกแปลงเพื่อให้ศาลตัดสิน การที่กรมที่ดินไม่เพิกถอนเอกสารจึงถือว่าผิดกฎหมายและขัดคำตัดสินของศาล
ในปี พ.ศ. 2567 คณะกรรมการสอบสวนฯ กลับมีมติไม่เพิกถอนโฉนดที่ดิน โดยอ้างว่า รฟท. ไม่มีพยานหลักฐานที่น่าเชื่อถือ
สถานการณ์ล่าสุด (พ.ศ. 2568 - ปัจจุบัน)
ความพยายามในการทวงคืนพื้นที่เขากระโดงกลับมามีความคืบหน้าอีกครั้งในปี พ.ศ. 2568 คณะกรรมการกฤษฎีกามีมติว่าที่ดินบริเวณเขากระโดงเป็นกรรมสิทธิ์ของ รฟท. ตามกฎหมายจัดวางการรถไฟฯ นายภูมิธรรม เวชยชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่าที่ดินเขากระโดงเป็นของรัฐ พร้อมสั่งการให้กรมที่ดินเพิกถอนโฉนดที่ออกโดยมิชอบตามคำพิพากษาศาล
สำหรับสถานการณ์ในปัจจุบัน ข้อพิพาทนี้ก็ยังคงมีการเดินหน้าดำเนินคดีและสู้รบกันทางกฎหมายอย่างต่อเนื่อง ดังเช่นการลงพื้นที่ทวงถามกรรมสิทธิ์และการเตรียมแจ้งความเอาผิดกลุ่มผู้ถือครองที่ดินโดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส รวมถึงการตีความข้อกฎหมายเพื่อต่อสู้คดีของฝั่งรัฐบาลตามที่ได้กล่าวไว้ในตอนต้น
อนาคตที่ยังต้องจับตา
มหากาพย์ 100 ปีของที่ดินเขากระโดงยังคงเต็มไปด้วยความคลุมเครือ ทั้งในแง่ของการบังคับใช้กฎหมายและอิทธิพลทางการเมือง ท้ายที่สุดแล้ว บทสรุปของการทวงคืนพื้นที่ 5,083 ไร่จะจบลงอย่างไร และชะตากรรมของชาวบ้านในพื้นที่จะได้รับการดูแลด้วยวิธีใด จึงเป็นเรื่องสำคัญที่สังคมยังคงต้องติดตามความคืบหน้า และรอดูกระบวนการตรวจสอบของหน่วยงานรัฐกันต่อไปอย่างใกล้ชิด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี