542.jpg
'ชัชชาติ' เยี่ยมมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม ดึงเอกชนขยายศูนย์เด็กเล็ก-เพิ่มเงินเดือนครู-เตรียมพ่อแม่ก่อนตั้งแต่ตั้งครรภ์

'ชัชชาติ' เยี่ยมมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม ดึงเอกชนขยายศูนย์เด็กเล็ก-เพิ่มเงินเดือนครู-เตรียมพ่อแม่ก่อนตั้งแต่ตั้งครรภ์

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.41 น.

วันที่ 15 มิ.ย.69 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม (ซอยเสือใหญ่) เขตจตุจักร พูดคุยกับ ครูต้อ ศีลดา รังสิกรรพุม ผู้จัดการมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม ถึงนโยบายขยายการดูแลเด็กอ่อน โดยนายชัชชาติได้กล่าวถึงนโยบายการดูแลเด็กอ่อน-เด็กเล็กในกรุงเทพฯ ระบุว่า เรื่องนี้ถือว่าเป็นปัญหาสำคัญของเมือง เพราะพ่อแม่ต้องทำงานไม่มีใครดูแลเด็ก ทำให้หลายคนไม่อยากมีลูก และมีแล้วไม่รู้ว่าจะให้ใครดูแล ที่ผ่านมาสภา กทม.ได้เข้ามาช่วยเหลือ แต่ตามหลักการแล้วเราไม่สามารถใช้หน่วยงานของรัฐมาดูแลเด็กทั้งหมดได้ เนื่องจากเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 0-6 ปี ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 250,000 คน จะต้องมีหน่วยงานเอกชนเข้ามาช่วยและเราก็สนับสนุนค่าอาหารและค่าผู้ดูแล

 


สภา กทม.ได้มีการแก้ข้อบัญญัติให้สามารถสนับสนุนหน่วยงานเอกชนที่ดูแลเด็กก่อนวัยเรียนได้ การดูแลเด็กมีความละเอียดอ่อนจะต้องมีแนวทางในการดำเนินการต่อไป เชื่อว่าแคนดิเดตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหลายคนก็มีนโยบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องสำคัญ

 

 

นายศานนท์ หวังสร้างบุญ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงทีมชัชชาติ กล่าวว่า นโยบายดูแลเด็กอ่อน แบ่งออกเป็น 3 หมวด  หมวดแรกคือ การขยายการดูแลเด็กให้มากขึ้น ขณะนี้ปริมาณการเกิดของเด็กน้อยลง 17% แต่ที่ผ่านมาเด็กในการดูแลของ กทม.เพิ่มขึ้นจาก 50,000 คน เป็น 60,000 คน  เราตั้งเป้าไว้ว่าอยากจะดูแลเด็กให้ได้ถึง 80,000 คน ซึ่งการดูแลเพิ่มจะมาจากการขยายการดูแลผ่านเอกชน ซึ่งอาจจะเป็นการขยายศูนย์เด็กเล็กของเอกชน การขยายบ้านย่ายายหรือคนที่สูงอายุในชุมชนให้มาช่วยกันดูแล การขยายโรงเรียนอนุบาล  เพื่อให้มีการดูแลเพิ่มมากขึ้น และการเพิ่มศูนย์บริการสาธารณสุข ที่ปัจจุบันมีศูนย์เด็กอ่อนอยู่ 3 แห่ง จะเพิ่มเป็น 13 แห่ง

 

หมวดที่ 2 คือ การดูแลครูและประเด็นกายภาพของศูนย์เด็กเล็ก โดยข้อบัญญัติ กทม.ฉบับใหม่จะมีการอุดหนุนครู ดูแลเงินเดือนครูที่มีวุฒิการศึกษาให้เพิ่มมากขึ้น ค่าอุดหนุนอาหารเด็กก็จะมากขึ้น และจะมีการปรับปรุงโรงเรียนอนุบาลในสังกัด กทม.ให้ครบทั้ง 50 เขต และจะมีโครงการร่วมกับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ในการผลิตครู

 

หมวดที่ 3 การสนับสนุนผู้ปกครอง เราจะเปิดพื้นที่การเรียนรู้ให้กับเด็กตามสวนสาธารณะทั้ง 53 สวนในพื้นที่กรุงเทพฯ และจะมีวัน Play Day ให้เด็กมาเล่นได้อย่างอิสระ การเปิดห้องสมุดของเล่น ทำห้องเรียนพ่อแม่ เพื่อเรียนรู้วิธีการดูแลเด็กตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์

 

นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า เด็กคือทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของเมือง สุดท้ายแล้วเด็กก็จะเติบโตมาเป็นผู้ที่ดูแลเมืองนี้ ซึ่งโครงการต่าง ๆ ก็มีหลายเรื่องที่สอดประสานกัน กทม.ไม่สามารถทำเองได้ทั้งหมดจะต้องมีเอกชนก็จะเข้ามาช่วย โดยเราเป็นฝ่ายเสริม ซึ่งจะใช้งบประมาณน้อยลง เพราะมีแรงบวกจากหน่วยงานต่าง ๆ  เข้ามา 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top