542.jpg
มทภ.2 วางคิวเยี่ยมกลุ่มปราสาทชายแดน เผยทำลายบันไดขึ้นปราสาทคนาสิ้นสภาพ

มทภ.2 วางคิวเยี่ยมกลุ่มปราสาทชายแดน เผยทำลายบันไดขึ้นปราสาทคนาสิ้นสภาพ

วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.58 น.

มทภ.2 วางคิวเยี่ยมกลุ่มปราสาทชายแดน เผย ทำลายบันไดขึ้นปราสาทคนาสิ้นสภาพ ย้ำ บางอย่างต้อง ลับลวงพราง พร้อมเกาะติดรถถังล็อตใหม่กัมพูชา ชี้ทุกพื้นที่ล่อแหลม ต้องเตรียมพร้อมทุกมิติ ใครไวกว่า อาวุธมากกว่า โอกาสรบชนะสูง

19 มิถุนายน 2569 ที่ปราสาทคนา อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ พล.ท.วีระยุทธ์ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ให้สัมภาษณ์ว่ากองทัพภาคที่ 2 โดยกองกำลังสุรนารี มีพื้นที่ในความรับผิดชอบกว่า 400 กิโลเมตร ตั้งแต่ช่องบก จ.อุบลราชธานีไปจนถึง หลักเขต28 อ.ละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์


สําหรับปราสาทคนาเป็นโบราณสถานที่อยู่ในพื้นที่ชายแดน ไล่เรียงมาจาก ประสาทตาเมือน ประสาทตาควาย อําเภอพนม ดงรัก จังหวัดสุรินทร์ รวมไปถึงพื้นที่ภูโคกใหญ่ ช่องบก จ. อุบลราชธานี

สำหรับ ปราสาทคนาเป็นที่หมายแรก ในการยึดพื้นที่เข้าปฏิบัติการทางทหารควบคุมพื้นที่ตามยุทธการศตวรรษ และมีกําลังพลสละชีวิต1นาย และตนได้เดินทางไปเยี่ยมครอบครัววานนี้ เพื่อดูแลความเป็นอยู่ ส่วนบันไดที่เป็นทางเชื่อมมาบนปราสาทคนาของฝ่ายกัมพูชานั้น ที่ผ่านมาทางไทยได้ทำลายไปแล้ว บางอย่างเราไม่ได้บอกไปทั้งหมด เพราะต้องลับลวงพราง พูดไปหมดไม่ได้มันเป็นการปฏิบัติการทางยุทธวิธี แต่เราต้องมีวิธีการตอบโต้ต่อต้าน

นอกจากนี้ตนเตรียมตรวจเยี่ยมปราสาทภูโคกใหญ่ช่องบก ซึ่งมีลักษณะคล้ายปราสาทคนา และถือเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี ที่เราสามารถสร้างถนนไปถึงปราสาท และนำกำลังพลขึ้นไปควบคุมพื้นที่ ซึ่งการสร้างถนนทางกองทัพบกได้มอบงบประมาณมาส่วนหนึ่ง และส่วนที่เหลือเป็นการช่วยเหลือจากประชาชน

พลโทวีรยุทธ ย้ำว่า ปัจจุบันได้ยึดควบคุมพื้นที่เอาไว้ทั้งหมด ตลอดแนว พร้อมทั้งยืนยันว่ากำลังพลทั้งหมดทุกเหล่าทัพ ประชาชนต่างเข้ามามีส่วนร่วมปกป้องพื้นที่ ถือเป็นความภาคภูมิใจในความเป็นไทยของเรา ในขณะที่สื่อมวลชนก็เป็นกระบอกเสียง ได้เห็นถึงความสามัคคีของทุกภาคส่วน รวมถึงการสร้างถนนหนทาง นอกจากเป็นการดําเนินการของเหล่าทัพแล้ว ประชาชนก็ยังได้เข้ามามีส่วนร่วม เพื่ออํานวยความสะดวกในการปฏิบัติภารกิจทางทหาร นอกจากนี้เรื่องปฏิบัติการสงครามข่าวสาร ถือว่าเป็นเรื่องสําคัญ ที่เราต้องปฏิบัติร่วมกัน เพื่อตอบโต้ต่อต้านข่าวบิดเบือน เกิดจากการสื่อสารของฝ่ายตรงข้าม 

พล.ท.วีระยุทธ์ ยังระบุต่อว่า ตามภาพข่าว เราอาจจะได้เห็นภาพทหารกัมพูชามีการเคลื่อนย้ายรถถัง หรือยุทธโธปกรณ์ต่างๆ แต่นัยสำคัญในพื้นที่เราได้เฝ้าติดตามสถานการณ์ ซึ่งอาวุธยุทธโธปกรณ์ทุกชนิดต้องได้รับการฝึก และต้องใช้เวลาทั้งเรื่องการเตรียมความพร้อมของกำลังพล ซึ่งต้องมีองค์ประกอบครบถ้วน ถึงจะสามารถเคลื่อนย้ายมาได้ เช่น มีถนนลำเลียงและน้ำมันมีเติมหรือไม่

 

ทั้งนี้ย้ำว่าเราติดตามสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา หากเกิดการปะทะรอบ3 ทุกพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นกองทัพภาคที่ 1 กองทัพภาค2 และพื้นที่จันทบุรี-ตราดของกองทัพเรือ ล้วนมีความสำคัญ เพราะเป็นพื้นที่ล่อแหลมทั้งหมด เราต้องรวบรวมข่าวสารเพื่อประเมินสถานการณ์ ในการเตรียมความพร้อม ทั้งด้านกำลังพล ทรัพยากร การฝึก ใครพร้อมกว่า ไวกว่า มีอาวุธมากกว่า ไปถึงที่หมายได้ไวกว่าก็มีโอกาสตอบโต้เอาชนะได้ 

พล.ท.วีระยุทธ์ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการสร้างอ่างเก็บน้ำที่ห้วยตามาเรีย จ.ศรีสะเกษ อยู่ในขั้นตอนของการวางแผนกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งการทำงบประมาณเสนอโครงการที่จะต้องเตรียมการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล

อย่างไรก็ตามได้มีการกำชับกำลังพลให้อยู่ใน ระเบียบวินัย ระมัดระวังเรื่องการตอบโต้หากมีการยั่วยุ ต้องมีการสั่งการ และควบคุมแต่ไม่ใช่ห้าม ต้องมีมาตรการตอบโต้ที่เหมาะสม ผู้บังคับหน่วยทุกระดับมีอำนาจในการตัดสินใจ แต่ต้องมีการควบคุม เนื่องจากการยั่วยุบางอย่างอาจจะไม่ใช่ที่จะต้องยิงหรือปะทะหรือปะทะเลย อาจจะเป็นการไร้ระเบียบวินัยของฝ่ายตรงข้าม

ดังนั้นเราต้องมีวินัยมากกว่าเพราะหากเราปฏิบัติแล้วจะต้องมีผลสำเร็จ และต้องเหนือกว่าคู่ต่อสู้ หากดำเนินการแล้วไม่มีการควบคุม จะทำให้เกิดความเสียหาย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top