วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ดีเดย์รื้อภูเก็ต
รีสอร์ทหรูรุกหาด
สุชาติลุยแน่ก.ค.นี้
“สุชาติ” ดีเดย์รื้อถอนรีสอร์ทหรู รุกอุทยานฯสิรินาถ-หาดนุ้ยภูเก็ต เดือนกรกฎาคม หลังตีตกคำอุทธรณ์ผู้ประกอบการลั่นไม่มีผู้มีอิทธิพล ขอเคลียร์ ขณะที่รองโฆษกรัฐบาลโต้ครม.เงาย้ำแก้ไขปัญหาภูเก็ต คืบหน้าเป็นรูปธรรม ยืนยันเดินหน้าแก้ไขปัญหาต่อเนื่อง ไม่มีระบอบสีน้ำเงิน ชี้ทุกอย่างทำเพื่อ แก้ไขปัญหาให้ประชาชน
เมื่อวันที่ 23มิถุนายน2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงความคืบหน้าในการรื้อถอนรีสอร์ทรุกที่อุทยานที่จังหวัดภูเก็ต ว่าผู้ที่บุกรุกก็มีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ แต่ขณะนี้กระทรวงได้ ตีตกคำอุทธรณ์ไปหมดแล้ว แต่เมื่อวันก่อน เจ้าหน้าที่ได้ไปติดหมายสิ่งปลูกสร้างที่บริเวณหาดนุ้ย ซึ่งตามขั้นตอนจะครบกำหนดในเดือนกรกฎาคม ซึ่งหลังจากนี้ กระทรวงก็จะเริ่มดีเดย์ในการรื้อถอน ก็จะมีในพื้นที่อื่น เช่น หาดฟรีด้อม หรือหาดอื่นๆ ซึ่งการดำเนินการในส่วนนี้อยู่ในส่วนของกรมป่าไม้ แต่จะมีการดำเนินการของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช อีก เช่น อุทยานสิรินาถ จังหวัดภูเก็ต ที่พบว่ามีหลายโรงแรมบุกรุก และขณะนี้ดำเนินการทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ในการประสานขอโฉนด ซึ่งจุดดังกล่าวศาลพิพากษาแล้ว ว่ามีการนำส.ค.1 บิน หรือ เอกสารสิทธิที่ดินที่ไม่มีตัวตนอยู่จริง มาครอบ หรือ โฉนดไม่ถูกต้อง
ส่งกรมที่ดินเพิกถอนโฉนด
ขณะนี้ตนอยู่ในระหว่างการรวบรวม คำพิพากษาศาลฎีกาประกอบกับเลขที่โฉนด มอบให้กับกรมที่ดิน เพื่อดำเนินการเพิกถอน ซึ่งเมื่อมีการเพิกถอนแล้วกระทรวงถึงจะติดหมายเพื่อรื้อถอนได้ ไม่เช่นนั้น ก็จะมีความผิดฐานทำลายทรัพย์สิน
เมื่อถามว่า มีนายทุนหรือมีผู้มีอิทธิพลในพื้นที่มาวิ่งเต้นต่อรองไม่ให้รื้อถอนและไม่ดำเนินคดีหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ไม่มีผู้มีอิทธิพล ไม่มีใครใหญ่กว่าประชาชน.
รบ.โต้ครม.เงาพรรคส้ม
น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจง กรณี“ครม.เงา”โดย นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน(ปชน.) กล่าวช่วงหนึ่งในที่ประชุม ครม.เงา เกี่ยวกับเรื่องการโยกย้ายข้าราชการในพื้นที่ภูเก็ต และการลงพื้นที่ของรมว.มหาดไทย ว่า วันนี้ปัญหาของจ.ภูเก็ต ไม่ใช่แค่การย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด(ผวจ.) รองผู้ว่าฯ และย้ายผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 แต่มันส่อถึงระบอบสีน้ำเงิน ที่พยายามหยั่งรากลึกในพื้นที่ และจ.ภูเก็ตไม่ใช่แค่ปัญหารายบุคคล แต่เป็นปัญหาของโครงสร้างผู้มีอิทธิพลที่หยั่งรากลึกลงในระบบในพื้นที่
รบ.เดินหน้าแก้ปัญหา
น.ส.พลอยทะเล กล่าวว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัญหาในพื้นที่จ.ภูเก็ต โดยเฉพาะผู้มีอิทธิพล เป็นปัญหาที่หยั่งลึก และสะสมมายาวนาน รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ต้องการแก้ไขปัญหา ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ซึ่งจะเห็นได้จากผลการบูรณาความร่วมมือ ของทุกหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนตามข้อสั่งการของนายกฯ โดยล่าสุดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)จัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่จ.ภูเก็ต ตรวจพบบริษัทที่มีพฤติการณ์เป็นนอมินี จำนวน 10 บริษัท ที่ดิน 4 แปลง จำนวน 2 ไร่ 1 งาน 50.5 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 116 ล้านบาท และศาลอนุมัติหมายจับชาวต่างชาติ 12 คน /หมายจับ 13 หมายจับ และบริษัทที่ครอบครองที่ดิน ซื้อและครอบครองที่ดิน ซึ่งมีจำนวนคนต่างชาติถือหุ้นมากกว่ากึ่งหนึ่ง จำนวน 39 บริษัท ที่ดิน 52 แปลง เนื้อที่รวมประมาณ 12 ไร่ 2 งาน 62.5 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 115 ล้านบาท ศาลอนุมัติหมายค้น 29 หมายค้น รวมที่ดินกลุ่มที่ 1 และ 2 จำนวน 56 แปลง เนื้อที่ 15 ไร่ 13 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 231 ล้านบาท
ดำเนินคดีคนทำผิด
น.ส.พลอยทะเล กล่าวอีกว่า จะเห็นได้ว่ารัฐบาลมีความตั้งใจ ที่จะแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นนายกฯ และรมช.มหาดไทย ต่างลงพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนการ แก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้สร้างสร้างภาพ และไม่ได้เพิกเฉย ต่อปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้มีอิทธิพลระดับไหน ถ้าหากตรวจสอบแล้วพบดำเนินการที่ผิดต่อกฎหมาย จะต้องดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด ไม่มีการละเว้น ทุกอย่างทำงานอย่างเป็นขั้นตอน ผ่านการบูรณาความร่วมมือ ทุกส่วนราชการ ทุกระดับ ส่วนการโยกย้ายผวจ. ชัดเจนว่าเป็นการย้าย เพื่อให้การแก้ไขปัญหาดีขึ้น เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนจ.ภูเก็ต ไม่ได้เป็นการวางตัวข้าราชการ เพื่อสนองพรรคการเมือง ขอย้ำว่า ไม่มีระบอบสีน้ำเงินอย่างที่พรรคปชน.กล่าวหาลอยๆ เพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมือง หากมีข้อมูลการเก็บส่วยหรือมีข้อมูลมาเฟีย ขอให้ส่งข้อมูลให้รัฐบาล รัฐบาลพร้อมดำเนินการตามกฎหมาย ให้ถึงที่สุด ไม่ว่าใครก็ไม่มีการละเว้นโทษ” น.ส.พลอยทะเล กล่าว
ตรวจแอปอาหารสัญชาติจีน
วันเดียวกัน นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับแพลตฟอร์มสัญชาติจีนที่ให้บริการสั่งอาหารและบริการผ่านระบบดิจิทัลในประเทศไทย หลังมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของแพลตฟอร์มสัญชาติจีนในประเทศไทย และเพื่อพิจารณาว่าการดำเนินธุรกิจเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องหรือไม่
ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า แพลตฟอร์มที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ได้แก่ Gokoo, Feixiang และ E-Gets จดทะเบียนในรูปแบบบริษัทจำกัด โดยบริษัท โกคูออนไลน์ จำกัด ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Gokoo มีผู้ถือหุ้นไทยร้อยละ 80 และบริษัท เดอะ ฟลาย โฮลดิ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Feixiang มีผู้ถือหุ้นไทยร้อยละ 51 จึงมีสถานะเป็นนิติบุคคลไทย ขณะที่บริษัท อี-เก็ตส์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน E-Gets มีผู้ถือหุ้นเป็นนิติบุคคลสัญชาติกัมพูชาถือหุ้นร้อยละ 90 จึงมีสถานะเป็นนิติบุคคลต่างด้าวตามกฎหมาย
เช็คแหล่งที่มาเงินทุน
อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า การตรวจสอบในขั้นต่อไปจะมุ่งพิจารณาแหล่งที่มาของเงินลงทุน อำนาจการบริหารจัดการ การลงนามผูกพันบริษัท และความสัมพันธ์ระหว่างผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาว่ามีการใช้คนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติหรือไม่ โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าผู้ถือหุ้นไทยของบางบริษัทมีความเชื่อมโยงกับนิติบุคคลอื่นหลายแห่ง และมีการร่วมลงทุนกับชาวต่างชาติ สำหรับนิติบุคคลไทย กรมฯ จะตรวจสอบว่ามีการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางหรือ “นอมินี” เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือไม่ ส่วนกรณีนิติบุคคลต่างด้าว จะตรวจสอบการได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจตามกฎหมาย โดยหากพบการฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 3ปี หรือปรับตั้งแต่100,000-1,000,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมีโทษปรับรายวันเพิ่มเติมจนกว่าจะยุติการกระทำผิด ทั้งนี้ บริษัท อี-เก็ตส์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ในกิจการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อให้บริการดิจิทัลและได้รับหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวแล้ว
หวั่นกระทบผู้ประกอบการไทย
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า กรมฯ จะติดตามตรวจสอบธุรกิจที่มีความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย ระบบเศรษฐกิจของประเทศ และการแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม พร้อมยืนยันว่าระหว่างการตรวจสอบยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย โดยต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากผลการตรวจสอบพบว่าดำเนินธุรกิจถูกต้องตามกฎหมายก็ถือเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจและการจ้างงาน แต่หากพบการฝ่าฝืนกฎหมาย กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และขยายผลตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป.
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี