542.jpg
กมธ.ที่ดินฯ เร่งแก้น้ำขุ่น-น้ำเสียข้ามแดน เชียงราย-ระนอง ทวงคืนน้ำสะอาดนริมชายแดย

กมธ.ที่ดินฯ เร่งแก้น้ำขุ่น-น้ำเสียข้ามแดน เชียงราย-ระนอง ทวงคืนน้ำสะอาดนริมชายแดย

วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 20.45 น.
Tag :

"ทวงคืนน้ำสะอาดให้คนริมน้ำชายแดน"! “กมธ. การที่ดินฯ”เร่งแก้ปัญหาน้ำขุ่น-น้ำเสียข้ามแดน "เชียงราย-ระนอง"ยืนเคียงข้างชาวบ้าน ดูแลสุขภาพคนไทยและบ้านเมืองของเรา และจะตามเรื่องนี้จนกว่าจะดีขึ้น

เวลา 15.00 น. วันที่ 24 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา น.ส.กุลวลี นพอมรบดี  สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.)การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร  กล่าวว่า กมธ.ได้มีการพิจารณา ปัญหาน้ำในแม่น้ำหลายสายที่ขุ่นและสกปรกจนชาวบ้านเดือดร้อน ใน  2 พื้นที่ คือ แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง ที่จ.เชียงราย และแม่น้ำกระบุรี ที่จ.ระนอง หลังการประชุมที่ได้เชิญ หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งฝ่ายสิ่งแวดล้อม ฝ่ายสาธารณสุข ฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายต่างประเทศ และผู้นำท้องถิ่น มาให้ข้อมูล และร่วมกันหาทางแก้ปัญหาดังกล่าว เนื่องจาก แม่น้ำที่เคยใส เคยหล่อเลี้ยงชีวิตคนในพื้นที่มาหลายชั่วอายุคน วันนี้กลับขุ่นและสกปรกปนเปื้อน สารพิษจนใช้ไม่ได้ ซึ่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่ความเดือดร้อนจริง ชาวบ้านที่ต้องใช้น้ำกิน น้ำใช้ ทำไร่ทำนา และหาปลา โดยเฉพาะที่ระนอง มีชาวบ้านกว่า  1,250  ครอบครัว  ที่ได้รับความเดือดร้อน น้ำในแม่น้ำกระบุรีขุ่นกว่าเดิมหลายเท่า ส่วนที่ จ.เชียงรายก็ยังตรวจเจอสารพิษ (สารหนู) เกินระดับที่ปลอดภัยในบางจุด กระทบแหล่งน้ำและกิจกรรมต่อเนื่องที่ใช้น้ำนี้ในการเพาะปลูก  เลี้ยงสัตว์ 


ประธาน กมธ.ที่ดินฯ กล่าวต่อว่า ถึงแม้ต้นเหตุจะมาจากการทำเหมืองแร่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ที่อยู่เหนือต้นน้ำ แต่คนที่ต้องรับเคราะห์คือคนไทย การดูแลสุขภาพคนไทยและรักษาแม่น้ำให้สะอาด ก็คือการรักษาบ้านเมืองของเราเอง เราจึงต้องช่วยกันทั้ง 2 ทาง คือ เร่งดูแล แก้ไข และช่วยเหลือชาวบ้านในบ้านเราให้ดีที่สุด พร้อมกับไปพูดคุยกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างหนักแน่นแต่เป็นมิตร เพื่อหยุดปัญหาตั้งแต่ต้นทาง  โดย กมธ. ตั้งใจจะเร่งทำ 4 เรื่องนี้ และจะติดตามอย่างใกล้ชิด ดังนี้ 1.คอยตรวจคุณภาพน้ำอย่างใกล้ชิด ไม่ให้อันตรายแอบแฝง น้ำขุ่นหรือสารพิษบางอย่างที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น จึงขอให้หน่วยงานตรวจน้ำ ตรวจดินกันน้ำ และตรวจปลากับสัตว์น้ำบ่อย ๆ หรือผลักดันงบประมาณให้มีการติดตั้งระบบตรวจสอบอัตโนมัติ เพื่อให้รู้ข้อมูลต่อเนื่องและหาทางป้องกันไม่ให้สารพิษสะสมจนมาถึงอาหารที่เรากิน แล้วแจ้งผลให้ชาวบ้านรู้อย่างตรงไปตรงมา 2.หาน้ำสะอาดให้ทุกบ้านได้ใช้ เร่งให้หน่วยงานจัดหาน้ำสะอาดสำรอง ทำระบบบประปาให้ดี และคอยดูแลสุขภาพคนที่เสี่ยง เพื่อให้ทุกบ้านมีน้ำใช้ได้อย่างสบายใจ

 3.ไม่ทิ้งคนเดือดร้อน ช่วยเหลือให้ทั่วถึง เร่งช่วยเหลือชาวไร่ชาวนา ชาวประมง และคนทำมาหากิน ที่ขาดรายได้ พร้อมพิจารณาประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัย เพื่อให้เบิกเงินช่วยเหลือได้ตามระเบียบ 4.รักษาประโยชน์ของบ้านเมืองเวลาคุยกับเพื่อนบ้าน เดินหน้าพูดคุยกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อหยุดต้นตอของน้ำเสีย โดยถือประโยชน์ของชาวบ้านและของประเทศเป็นหลัก

น.ส.กุลวลี กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังต้องประสานติดตาม การพูดคุยกับเพื่อนบ้าน 3 ทางควบคู่กัน  คือ 1.คุยกันในเวทีผู้ใหญ่นำผลตรวจน้ำเข้าหารือในเวทีคณะกรรมการชายแดนไทย - เมียนมา และตกลงกันเรื่องการช่วยกันดแลต้นน้ำ 2.แลกข้อมูลและตรวจน้ำร่วมกัน ส่งผลตรวจให้กันและกัน และนัดเก็บตัวอย่างน้ำพร้อมกัน เพื่อหาว่าตะกอน และสิ่งสกปรกมาจากจุดไหน 3.ชวนชาวบ้าน 2 ฝั่งช่วยกัน จับมือกันระหว่าง จ.ระนองกับเกาะสอง ปลูกป่าต้นน้ำ และให้ความรู้ชาวบ้านทั้งสองฝั่งให้เข้าใจปัญหาร่วมกัน “กมธ.จะตามเรื่องนี้อย่างไม่ลดละ ในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชน ที่จะคอยส่งเสียงของชาวบ้านไปถึงหน่วยงานและผู้มีอำนาจตัดสินใจ เพื่อให้แก้ปัญหากันอย่างจริงจังและได้ผลในระยะยาว "สุขภาพของพี่น้องประชาชน และความสะอาดของแม่น้ำ น้ำ คือสิ่งที่เราต้องช่วยกันดูแลไว้ให้ดีที่สุด ถึงแม้เราจะไม่ใช่คนก่อปัญหาก็ตาม"  ประธาน กมธ.ที่ดินฯ กล่าว 
///

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top