542.jpg
สรุปไทม์ไลน์มหากาพย์โกงสอบท้องถิ่น จาก 'คลิปเสียงหลุด' สู่การทลายรังแก้คะแนน 4,500 ล้าน

สรุปไทม์ไลน์มหากาพย์โกงสอบท้องถิ่น จาก 'คลิปเสียงหลุด' สู่การทลายรังแก้คะแนน 4,500 ล้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.47 น.

กรณีการทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นประจำปี 2568 ได้ลุกลามกลายเป็นคดีประวัติศาสตร์ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วประเทศ ขบวนการนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การลักลอบโกงข้อสอบแบบทั่วไป แต่เป็นการจัดตั้งเครือข่ายระดับชาติที่มีเงินสะพัดจำนวนมหาศาล วันนี้ แนวหน้าออนไลน์ จะรสรุปเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้

 


จุดเริ่มต้น จากความตั้งใจแก้ปัญหา สู่ช่องโหว่ระดับประเทศ

การสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นคือเวทีสำคัญในการคัดเลือกบุคคลเข้าทำงานในหน่วยงานปกครองทั่วไทย ไม่ว่าจะเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.), องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หรือเทศบาล โดยกระบวนการสอบนั้นเข้มข้นและแบ่งเป็น 3 ด่านหลักคือ การวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก) การทดสอบความรู้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข) และการสอบสัมภาษณ์ (ภาค ค) ผู้ที่ผ่านการประเมินทั้งหมดจะถูกจัดเรียงลำดับคะแนนเพื่อขึ้นบัญชีไว้รอการเรียกตัวเมื่อมีตำแหน่งว่าง ใครทำคะแนนได้ดีก็จะได้รับการบรรจุไว ส่วนคนที่อยู่ท้ายตารางก็อาจต้องรอเก้อและไม่ถูกเรียกเลย

ย้อนกลับไปในอดีต หน่วยงานท้องถิ่นเคยมีอำนาจในการจัดสอบและบรรจุบุคลากรด้วยตนเอง แต่ระบบนี้กลับเต็มไปด้วยปัญหาเส้นสายและการซื้อขายเก้าอี้กันในราคาหลักแสนบาท รัฐบาลในปี 2560 จึงจำเป็นต้องแก้ปัญหาโดยการดึงอำนาจการจัดสอบกลับมาที่ส่วนกลางเพื่อสร้างความโปร่งใส โดยใช้วิธีประมูลจ้างหน่วยงานภายนอกมาเป็นผู้จัดสอบในแต่ละรอบ เช่นที่ผ่านมามี มหาวิทยาลัยบูรพา และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้รับผิดชอบ

สำหรับรอบปี 2568 ผู้ที่ชนะการประกวดราคาคือ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ด้วยมูลค่างบประมาณสูงถึง 133 ล้านบาท ซึ่ง มศว ได้รับมอบหมายให้ดูแลทุกขั้นตอนแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกข้อสอบ การจัดพิมพ์ บริหารการจัดสอบ ไปจนถึงการจัดเก็บรักษากระดาษคำตอบ

 

 

ข่าวลือซื้อเก้าอี้ และคลิปเสียงปริศนา

ก่อนที่สนามสอบจะเปิดม่านขึ้น มักมีข่าวลือหนาหูสะพัดไปทั่วเกี่ยวกับการจ่ายเงินใต้โต๊ะในราคา 5-6 แสนบาท เพื่อการันตีการสอบผ่านและได้บรรจุเข้าทำงานโดยไม่ต้องลงแรงอ่านหนังสือ แม้ว่ากรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) จะออกมายืนกรานปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง แต่ก็ไม่อาจกลบความคลางแคลงใจของผู้คนได้

การสอบเปิดฉากขึ้นในวันที่ 7 ธันวาคม 2568 ท่ามกลางความหวังของผู้เข้าแข่งขันกว่า 4 แสนคน ที่มุ่งมั่นคว้าตำแหน่งงาน 6,669 อัตรา (ใน 87 สายงาน) ซึ่งมีผลตอบแทนเงินเดือนเริ่มต้นราว 15,000 บาท

ทว่าไฮไลต์สำคัญกลับไปตกอยู่ที่วันประกาศผลสอบในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อจู่ๆ มี "คลิปเสียง" บทสนทนาปริศนาหลุดความยาว 6 นาที ออกมาว่อนอินเทอร์เน็ต สร้างความสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง คลิปดังกล่าวเป็นเสียงของบุคคลที่อ้างชื่อว่า "นายกิจ" กำลังคุยโทรศัพท์กับ "นางส้ม" โดยเนื้อหาหลักคือการเจรจาซื้อขายโควตาการสอบบรรจุท้องถิ่น

  • นายกิจอวดอ้างว่าตนได้รับโควตามาจากผู้มีอำนาจในพรรคการเมืองใหญ่ถึง 1,500 ที่นั่ง แต่ตนเองขาดแคลนเด็กที่จะมาสวมรอย จึงมาติดต่อขอเด็กจากเครือข่ายของนางส้ม
  • ในคลิปยังมีการแฉว่า มหาวิทยาลัยชื่อดังเรียกเก็บค่าดำเนินการสูงถึงหัวละ 350,000 บาท โดยอ้างเหตุผลว่ากระบวนการนี้ต้องผ่านทีมงานอื่นและผ่านรัฐมนตรี จึงทำให้ต้นทุนสูงขึ้น
  • นายกิจเผยว่าตั้งใจจะบวกราคาเพิ่มเป็น 6 แสนบาทเพื่อทำกำไรเข้ากระเป๋าตนเอง ขณะที่ทั้งคู่ยังหารือกันว่าในบางโซนเช่น ขอนแก่น อาจมีราคาสูงถึง 7 แสนบาท และโซนลพบุรีพุ่งไปถึง 8 แสนบาท
  • หนำซ้ำ บทสนทนายังมีการพาดพิงถึงการสับเปลี่ยนอธิบดีคนเดิมออก เพื่อนำอธิบดีคนใหม่จากสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็น "คนของเครือข่าย" เข้ามานั่งแท่นแทน

เหตุการณ์นี้ทำให้ สถ. ต้องรีบออกแถลงการณ์โต้แย้งอีกระลอก ทว่าแถลงการณ์นั้นกลับเป็นการตอกย้ำว่าตัวละคร "นายกิจ" และ "นางส้ม" มีตัวตนอยู่จริงในแวดวงข้าราชการ เนื่องจากระบุว่าได้ประสานให้ต้นสังกัดดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงของทั้งสองคนแล้ว

 

ภาพจาก @mew_nsn

พิรุธบนกระดาษ เมื่อผู้สอบได้ศูนย์คะแนนลุกขึ้นสู้

ความผิดปกติเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นหลังจากการประกาศผล เมื่อตัวเต็งหลายคนที่มั่นใจในความรู้ความสามารถของตนเองกลับสอบตก หรือพบกับผลลัพธ์ที่น่าตกใจคือ "ได้ 0 คะแนน" กลุ่มผู้เข้าสอบเหล่านี้จึงรวมตัวกันใช้สิทธิเรียกร้องขอตรวจสอบกระดาษคำตอบของตนเอง

ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2569 ทาง มศว ได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าสอบนับพันรายเดินทางไปตรวจสอบกระดาษคำตอบที่โกดังโรงพิมพ์แห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ โดยทางมหาวิทยาลัยชี้แจงว่า สาเหตุที่ผู้สอบจำนวนมากได้ศูนย์คะแนนนั้น เกิดจากความประมาทในการฝนรหัสประจำตัวผิดพลาด

แต่ผู้สอบหลายคนกลับพบสิ่งผิดปกติในกระดาษของตนและไม่ปักใจเชื่อ พวกเขาสังเกตว่ากระดาษคำตอบที่เห็นมีสภาพดูใหม่เกินไป และรอยลบเพื่อเปลี่ยนคำตอบที่ตนเองเคยทำไว้กลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย ผู้สอบหลายรายเชื่อมั่นว่า กระดาษคำตอบเหล่านี้ถูกลักลอบดัดแปลง โดยใช้วิธีลบการฝนรหัสตัวสุดท้ายทิ้งเพื่อให้ระบบตรวจให้เป็นคะแนนศูนย์ ความคับแค้นใจนี้ได้จุดประกายให้มีการเดินหน้าร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และหน่วยบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เพื่อขอความเป็นธรรม

 

 

ปฏิบัติการทลายแก๊งวีไอพี บุกรังดัดแปลงคะแนนสอบ

การสืบสวนเริ่มเป็นรูปเป็นร่างเมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสชิ้นสำคัญจากพลเมืองดี แจ้งความผิดปกติของบ้านพักหลังหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี บ้านหลังนี้มีผู้คนเข้า-ออกพลุกพล่านอย่างน่าสงสัย โดยกลุ่มคนเหล่านี้มักปรากฏตัวในเวลาประมาณ 17.00 น. และจะออกจากบ้านไปราวสี่ทุ่มตรง บุคคลที่เข้าออกมีทั้งผู้ที่แต่งกายคล้ายติวเตอร์และข้าราชการ พร้อมกับหอบหิ้วโน้ตบุ๊กและถุงเอกสารขนาดใหญ่ติดตัวตลอดเวลา ทำให้เกิดสมมติฐานว่าอาจเป็นฐานทัพของการทุจริต

กระทั่งวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ตำรวจ CIB ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมาย ภาพที่ปรากฏคือพื้นที่ภายในถูกดัดแปลงให้เป็นออฟฟิศขนาดย่อม มีกลุ่มคนจำนวน 11 คน (บางส่วนสวมชุดข้าราชการ) กำลังนั่งประจำหน้าคอมพิวเตอร์ 18 เครื่อง พวกเขากำลังขะมักเขม้นกับการ "ปรับแก้คะแนนสอบผ่านระบบคอมพิวเตอร์" โดยตรงให้กับบรรดาลูกค้าที่จ่ายเงินซื้อที่นั่ง

เจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางเป็นสำเนากระดาษคำตอบกว่า 3,000 รายการ และพบข้อมูลในระบบว่ามีการประมวลผลแก้ไขคะแนนเสร็จสิ้นไปแล้วกว่า 2,000 รายการ รวมถึงพบบัญชีรายชื่อลูกค้าระดับ VIP อย่างชัดเจน ทางการประเมินเบื้องต้นว่าเม็ดเงินที่หมุนเวียนในขบวนการอื้อฉาวนี้อาจสูงลิ่วถึง 4,500 ล้านบาท

ความแนบเนียนของแก๊งนี้คือ พวกเขายังทำหน้าที่อัปเดตและแก้ไขคะแนนย้อนหลังให้กับผู้ที่ได้รับการประกาศให้บรรจุไปแล้ว เพื่อให้ฐานข้อมูลสอดคล้องกับผลลัพธ์ที่ปรากฏต่อหน้าสื่อ หนึ่งในผู้ถูกควบคุมตัวเป็นข้าราชการสาวตำแหน่งนักทรัพยากรบุคคลจาก อบต. แห่งหนึ่ง เธออ้างว่าถูกคนรู้จักชักชวนมารับจ๊อบคีย์ข้อมูลเพื่อหารายได้เสริม โดยไม่ระแคะระคายเลยว่านี่คือเครือข่ายทุจริตข้อสอบระดับชาติ

การขยายผลการสืบสวนยังสาวไปถึงตัวการใหญ่ พบว่าบ้านหลังนี้มีการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล โดยมี "นายพิชิต" ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ ของเทศบาลเมืองวิเชียรบุรี และภรรยาเป็นผู้ถือหุ้น โดยนายพิชิต ตกเป็นผู้ต้องสงสัยสำคัญในคดี

 

นักสืบไซเบอร์

ทันทีที่ ป.ป.ช. และ CIB จัดโต๊ะแถลงข่าวจับกุมขบวนการนี้อย่างเป็นทางการในวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ข่าวการเรียกรับผลประโยชน์ตั้งแต่ 300,000 บาท ไปจนถึง 800,000 บาทสำหรับตำแหน่งที่มีการแข่งขันสูง ก็ได้รับการยืนยันว่าเป็นความจริง

เหตุการณ์นี้ปลุกกระแสความโกรธแค้นในสังคมออนไลน์อย่างรวดเร็ว นักสืบไซเบอร์ชาวไทยได้งัดเอาทักษะการตรวจสอบมาใช้ โดยการขยายภาพกระดาษคำตอบที่สื่อมวลชนเผยแพร่เพื่อแกะรอย "เลขประจำตัวผู้สอบ" จากนั้นนำข้อมูลไปเสิร์ชหาชื่อและประวัติบุคคล นำไปสู่การประจานบนโลกออนไลน์

ปรากฏการณ์ "ทัวร์ลง" เกิดขึ้นกับข้าราชการป้ายแดงหลายคน

  • กรณี "นางสาว ณมล": หญิงสาวที่เพิ่งได้รับการบรรจุเป็นนักวิชาการตรวจสอบภายในของ อบต. แห่งหนึ่งในจังหวัดกระบี่ ชาวเน็ตค้นพบว่าก่อนหน้านี้เธอเคยโพสต์เฟซบุ๊กอวดอ้างความสำเร็จของตัวเองว่า สามารถทำคะแนนภาค ข. ได้สูงถึง 97/100 และทำคะแนนภาคภาษาอังกฤษได้เต็ม 100% เธอภูมิใจนำเสนอว่าตนเองพยายามมาถึง 3 ปีจนสอบได้อันดับที่ 6 จากผู้ท้าชิงกว่า 6,011 คน แต่เมื่อความจริงเริ่มปรากฏ เธอทนแรงเสียดทานจากสังคมไม่ไหวจนต้องระงับบัญชีโซเชียลมีเดียของตนเองทิ้ง
  • กรณี "นางสาวบี": เจ้าพนักงานธุรการที่เพิ่งบรรจุในเทศบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม ชาวเน็ตขุดประวัติพบว่าเธอเคยทำงานอยู่ในหน่วยงานเดียวกับนายหน้าใหญ่คือนายพิชิต การเชื่อมโยงนี้ทำให้เธอตกเป็นเป้าโจมตีอย่างหนักจนต้องปิดโซเชียลหนีไปอีกราย

ขณะเดียวกัน สถ. ก็ต้องออกโรงชี้แจงเพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา โดยย้ำว่ากระดาษคำตอบตัวจริงนั้นถูกเก็บรักษาอย่างเข้มงวดโดย มศว ภายใต้ระบบรักษาความปลอดภัยที่มีกุญแจล็อคถึงสองชั้นและกล้องวงจรปิดคอยจับตาดูตลอด 24 ชั่วโมง

 

 

การตื่นตัวของรัฐบาล

เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 24 มิถุนายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรียกประชุมด่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งตำรวจ CIB, ปลัดกระทรวงมหาดไทย, และ ป.ป.ท.

นายกฯ อนุทิน มีท่าทีแข็งกร้าวและสั่งการเฉียบขาด โดยระบุว่าต้องนำคนผิดมาลงโทษ ยึดทรัพย์สิน และลงโทษผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยเฉพาะคนในกระทรวงมหาดไทย

  • ท่านกล่าวว่า เรื่องการสอบครั้งนี้คงเป็นเรื่องที่ชัดเจนที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยจะต้องยกเลิก แม้จะมีการประกาศผลสอบไปแล้ว แต่ก็ต้องหาวิธีเพราะในเมื่อที่มาไม่ถูกต้อง ใครได้รับความเดือดร้อนก็ต้องไปไล่บี้เอาเอง... เมื่อกระบวนการสอบผิดกฎหมายก็ต้องยกเลิก”
  • นายอนุทิน ยืนยันว่าไม่ต้องกลัวถูกฟ้องร้อง เพราะหากพิสูจน์ด้วยหลักฐานชัดเจน คนที่มาจากกระบวนการนี้ถือว่าไม่มีคุณสมบัติ
  • ท่านยังประณามขบวนการนี้อย่างรุนแรงว่า คนที่ชั่วกว่านั้นคือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ที่ปล่อยให้มีกระบวนการนี้เกิดขึ้น นี่คือสิ่งที่เราต้องปราบปรามป้องกัน... เพราะนี่คือสิ่งที่ทำร้ายประเทศ ขายชาติ”

ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน (13.45 น.) นายกฯ อนุทิน ได้ออกมาชี้แจงเพิ่มเติมเพื่อลดความตื่นตระหนก โดยระบุว่าจะไม่ใช้คำว่า "โมฆะทั้งหมดแบบเหมาเข่ง" แต่จะใช้ "ทฤษฎีผลไม้มีพิษ" คือหากพบว่ามีการทุจริตในส่วนใด ผู้ที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นทางจะต้องถูกถอดถอนทั้งหมด แม้จะได้รับการบรรจุแล้วก็ตาม เพราะเข้ามาทำงานยังไม่ถึงปี

สำหรับประเด็น "คลิปเสียง" ที่มีการพาดพิงถึงอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยนั้น นายกฯ ระบุว่า คลิปเสียงไม่สำคัญเท่าหลักฐาน และต้องตรวจสอบก่อนว่าเป็นของจริงหรือถูกสร้างด้วย AI พร้อมยืนยันว่าหากสืบสวนไปถึงใคร ไม่ว่าจะใกล้ชิดแค่ไหนก็ต้องถูกลงโทษโดยไม่มีข้อยกเว้น

 

คำชี้แจงจากอดีต รมช. มหาดไทย และ มศว

วันที่ 24 มิถุนายน 2569 นายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก ยืนยันความบริสุทธิ์ของตน

  • ระบุว่าตนเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ซึ่งเป็นเวลาหลังจากที่ สถ. (เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2568) ได้ประกาศให้ มศว เป็นผู้ชนะการเสนอราคาไปเรียบร้อยแล้ว
  • นายเดชอิศม์อ้างว่า ระหว่างดำรงตำแหน่ง ได้รับข้อร้องเรียนเรื่องความไม่โปร่งใส จึงได้เสนออธิบดี สถ. คนใหม่ให้ยกเลิกผลการประมูลและเปิดแข่งขันใหม่ รวมถึงประสานกระทรวงยุติธรรมและ DSI ให้เข้ามาตรวจสอบ แต่เรื่องยังค้างอยู่ที่กรมบัญชีกลาง ก่อนที่ตนจะพ้นจากตำแหน่งในวันที่ 19 กันยายน 2568

ขณะที่ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ และอดีต รมช.มหาดไทยอีกท่าน ก็ออกมายืนยันชัดเจนว่า ไม่ใช่ รมช. ในคลิปเสียงแน่นอน พร้อมระบุว่ารู้สึกตกใจกับเหตุการณ์นี้ เพราะสมัยที่ตนดูแล ได้กำชับและถึงขั้นทำ MOU กับหลายหน่วยงานเพื่อปิดช่องโหว่ทุจริตอย่างรัดกุมมาโดยตลอด

ด้าน มศว ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ยืนยันว่าทางมหาวิทยาลัยได้ดำเนินการจัดสอบอย่างเคร่งครัด ภายใต้กรอบกฎหมาย ยึดมั่นในความโปร่งใส และการจัดการข้อสอบเป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพขั้นสูง พร้อมแสดงจุดยืนว่าจะไม่สนับสนุนการกระทำที่ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม และยินดีให้ความร่วมมือในการตรวจสอบอย่างเต็มที่

 

การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

ในวันที่ 25 มิถุนายน 2569 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวย้ำถึงแนวทางการแก้ปัญหาว่า คำสั่งชะลอการบรรจุในวันที่ 1 กรกฎาคม เป็นความจำเป็น เพื่อเร่งกระบวนการตรวจสอบและคัดแยกคนที่ "สอบได้ด้วยตนเอง" ออกจากกลุ่มคนที่ "ทุจริต"

  • ต้องปกป้องสิทธิของผู้บริสุทธิ์ที่ตั้งใจอ่านหนังสือสอบ
  • ยืนยันว่า แม้ว่านายพิชิต (ผอ.พ.) จะพยายามชิงลาออกจากราชการ ก็จะไม่มีผลต่อการหนีความผิด หากสืบพบว่าทำผิดจริงก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

หากข้อกล่าวหาทั้งหมดได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นจริง คดีนี้จะไม่ใช่แค่ความผิดพลาดของระบบ แต่คือการทุจริตครั้งมโหฬารที่กัดกินความหวังและระบบการคัดเลือกข้าราชการของชาติไทย ประชาชนทั่วประเทศกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดว่า บทสรุปของการล้างบางคอร์รัปชันครั้งนี้ จะสามารถนำความยุติธรรมกลับคืนสู่สังคม และลงโทษผู้กระทำผิดได้จนถึงรากเหง้าหรือไม่

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top