วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ชัยวัฒน์ หอบข้อมูลกว่า 200 หน้า แจง กมธ.ที่ดินฯ ค้านปรับแนวเขต อุทยานแห่งชาติทับลาน ติง มติ ครม. แค่นโยบายไม่ใช่กฎหมาย ลั่นยอมคืนพื้นที่ทับซ้อนจริง 5.2 หมื่นไร่ แต่ส่วนต่าง 8 หมื่นไร่ที่โผล่มา เอื้อทุนสร้างบ้านพักตากอากาศขอค้านชนฝา จวกแรง พูดแบบนี้โกงกันชัดๆ
เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ถึงกรณีผลการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ว่าฝ่ายนิติบัญญัติจะให้ความเป็นธรรม พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่นำมาอ้างอิงกันนั้น เป็นเพียงนโยบายของรัฐบาล ไม่ใช่กฎหมาย การแก้ไขปัญหาให้ราษฎรจึงจะยึดมติ ครม. ทั้งหมดไม่ได้ และการที่ชาวบ้านอ้างว่าอยู่มาก่อนอุทยานฯ ก็อาจจะไม่ถูกต้องทั้งหมด
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า วันนี้ตั้งใจนำข้อกฎหมายหลักและหลักฐานทางราชการมาไล่เรียงให้เห็นว่า ป่าเกิดเมื่อไหร่ คนเข้ามาอยู่ตอนไหน และเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เข้ามาช่วงใด พร้อมทั้งตั้งคำถามถึงกรณีการทุจริตต่อหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐและ ส.ป.ก. ที่ปล่อยปละละเลยให้เกิดปัญหา รวมถึงประเด็นที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ซึ่งดูแลเรื่องแนวเขตที่ดินรัฐแนวใหม่ (One Map) ดีที่สุด แต่ทำไมกลับไม่ใช้อำนาจตัวเองในการบริหารจัดการ แล้วโยนพื้นที่ไปให้ ส.ป.ก. ดูแล
“ส.ป.ก. รู้อยู่แล้วว่ามันสามารถร่วมทุน ร่วมหุ้น หรือเปลี่ยนมือได้ แล้วก็นำคนใหม่ที่ไม่ใช่คนพื้นถิ่นเดิม ไม่ใช่อัตลักษณ์เดิมเข้ามาอยู่ วันนี้มันไม่ใช่เรื่องความมั่นคงหรือการช่วยคนยากจนแล้ว แต่เป็นเรื่องของการเล่นแปรธาตุ เอาที่ดินไปแปลงสินเป็นทุน” นายชัยวัฒน์ กล่าว
อดีตหัวหน้าอุทยานฯ แก่งกระจาน ระบุอีกว่า ตนมีหลักฐานทางราชการที่ยืนยันชัดเจนในส่วนต่างของพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่กว่า 80,000 ไร่ ที่มีการผนวกเข้าไป ซึ่งพบว่าชาวบ้านในพื้นที่เองก็คัดค้านและไม่เห็นด้วย หน่วยงานรัฐจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะพฤติกรรมดังกล่าวเปรียบเสมือนการฟอกขาวให้กลุ่มทุนและเจ้าหน้าที่รัฐที่เคยกระทำความผิดและถูกดำเนินคดีไปแล้ว ให้กลับกลายเป็นผู้ถูกกฎหมาย ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มี พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 64 และ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 121 รองรับอยู่แล้ว ซึ่งกฎหมายนี้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อให้คนอยู่ร่วมกับป่าและสัตว์ป่าได้ โดยให้สิทธิทำกินและที่อยู่อาศัย ตกทอดสู่ทายาทได้ดีที่สุด เพื่อไม่ให้ราษฎรต้องอพยพไปเป็นแรงงานในเมืองใหญ่ แต่มีข้อห้ามสำคัญคือ “ห้ามซื้อขายเปลี่ยนมือ”
“วันนั้นคุณบอกอยู่กับป่าได้ แต่วันนี้พอแก้กฎหมายเสร็จ กลับบอกว่าไม่อยากอยู่กับป่าแล้ว แต่อยากได้ ส.ป.ก. อยากได้โฉนดที่ดินแทน พูดแบบนี้มันโกงกันชัดๆ ถ้าอยู่มาก่อนปี 2497 และมีเอกสารสิทธิจริง กรมที่ดินหรือ กมธ. ก็ต้องออกโฉนดให้ไปนานแล้ว แต่ประเภทที่เพิ่งมาซื้อเปลี่ยนมือ สร้างบ้านพักตากอากาศเต็มไปหมด แล้วพอพื้นที่เจริญจะมายกผลประโยชน์ให้ แบบนี้ไม่แฟร์ เห็นแก่ตัวเกินไป” นายชัยวัฒน์ กล่าว
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ในส่วนของพื้นที่ทับซ้อนจริงประมาณ 52,000 ไร่ ยอมรับว่าอุทยานฯ ไม่ได้ติดใจและพร้อมยกให้ ส.ป.ก. ไปบริหารจัดการ แต่ส่วนที่งอกเกินมาพร้อมกับการออกเอกสารย้อนหลังในช่วงปี 2562–2567 ตนคัดค้านเต็มที่ โดยเตรียมเนื้อหาข้อมูลและสไลด์ชี้แจงกว่า 200 หน้า ซึ่งคัดย่อเหลือประมาณ 80 หน้า มาชี้แจงต่อ กมธ. เพื่อยืนยันว่าตนไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย มีแต่เสียกับเสีย แต่ออกมาพูดเพื่อปกป้องผืนป่าของประเทศ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี