542.jpg
สภา มีมติเอกฉันท์ 462 เสียงเห็นชอบร่างพ.ร.บ.โอนงบ เอกนิติ ย้ำความจำเป็นสำรองเพื่อรับมือ ‘วิกฤตพลังงาน-ภัยแล้ง’

สภา มีมติเอกฉันท์ 462 เสียงเห็นชอบร่างพ.ร.บ.โอนงบ เอกนิติ ย้ำความจำเป็นสำรองเพื่อรับมือ ‘วิกฤตพลังงาน-ภัยแล้ง’

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.51 น.

’สภาฯ‘ เอกฉันท์462เสียงไฟเขียวรับหลักการ ‘ร่างพ.ร.บ.โอนงบฯ‘ กว่าหมื่นล้าน ตั้งกมธ.วิสามัญ25คน ดันกลับมาพิจารณาวาระสอง-สาม 2ก.ค.นี้ ด้าน ‘อภิสิทธิ์’ เซ็งรับหลักการอย่างผิดหวัง อัดล่าช้า - โอนได้น้อยนิด ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไร รับห่วงประเทศ หาก ‘การคลัง‘ พ่าย ’การเมือง‘ ขณะที่ ’เอกนิติ‘ ย้ำความจำเป็นสำรองเพื่อรับมือ ‘วิกฤตพลังงาน-ภัยแล้ง’ โวที่ผ่านมา ศก.ไทยฟื้นตัวกว่าที่หลายคนคาดการณ์-อัตราเบิกจ่ายโตกว่า 10% 

25มิ.ย.2569 เมื่อเวลา13.15น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วน ร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ...  ที่ ครม. เสนอ วงเงิน10,328 ล้านบาท โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า พรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนและพร้อมรับหลักการ ร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณ ด้วยความผิดหวังอย่างยิ่ง ย้อนไปช่วงรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ขณะนั้นมีความชัดเจนเรื่องวิกฤติสงครามตะวันออกกลาง ตนสนับสนุนให้รัฐบาลออกร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณ และรมว.คลัง ยังไม่ได้คิดเรื่องการกู้เงิน พรรคประชาธิปัตย์เชื่อว่า ถ้ารัฐบาลตั้งใจลดต้นทุนพลังงาน และเร่งโอนงบประมาณเพื่อรองรับสถานการณ์ วันนี้ก็ไม่ต้องกู้เงิน 4 แสนล้านบาท สิ่งที่คาดหวังคือ การใช้พ.ร.บ.โอนงบประมาณเป็นเครื่องมือสำคัญ แต่สุดท้ายจากที่จะโอนงบ 1แสนล้านบาท เหลือแค่ 1หมื่นล้านบาท ฟังคำอธิบายความล่าช้าการโอนงบแล้วแปลกใจ อ้างต้องรอจัดงบประมาณปี2570ก่อน ทั้งที่หากย้อนกลับไปไม่เคยมีปีไหนติดขัดเรื่องนี้ เมื่อทำช้าก็ได้เงินน้อย


นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาเกือบทุกปี มีเงินไม่ได้เบิกจ่ายเกินแสนล้านตลอด เป็นไปได้อย่างไรการที่รัฐบาลตั้งใจจะโอนงบมาตั้งแต่เดือนเม.ย. แต่กลับโอนได้แค่หมื่นล้าน แทบไม่เห็นการสั่งการให้หน่วยงานรัฐทบทวนการใช้งบประมาณอย่างจริงจัง แค่บอกว่า ถ้าโครงการใดยังไม่เซ็นสัญญา ให้โอนงบกลับมาก เหมือนส่งสัญญาณให้หน่วยงานรัฐเร่งเบิกจ่ายการใช้งบประมาณ งบที่โอนได้แค่นี้ ไม่มีความหมายแก้วิกฤติ รัฐบาลไม่พร้อมบริหารสถานการณ์วิกฤติ อยากโอนงบให้ได้น้อยๆ เพื่อให้กู้เงินได้มากๆ หวังผลทางการเมืองในอนาคตหรือไม่ พรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนการโอนงบด้วยความผิดหวัง เพราะความล่าช้า และโอนได้น้อยนิด จนไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไร สิ่งที่นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า การคลังพ่ายการเมือง ถ้าพ่ายการเมืองเรื่อยๆก็เป็นห่วงรมว.คลัง แต่ตนเป็นห่วงประเทศมากกว่า

ต่อมาภายหลังสมาชิกอภิปรายกัยอย่างกว้างขวางและครบจำนวนแล้วนั้น นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ชี้แจงว่า ที่ผ่านมาประเทศไทย และหลายประเทศ ประสบวิกฤตเศรษฐกิจ ตั้งแต่สงครามตะวันออกกลาง ความผันผวนราคาพลังงาน ซึ่งเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต ทำให้ค่าครองชีพ และต้นทุนสูง ประชาชนได้รับผลกระทบ จนเป็นวิกฤตปากท้อง และเมื่อปีที่แล้ว ประเทศไทยประสบวิกฤตชายแดน และวิกฤตน้ำท่วม รวมถึงปีนี้ก็ได้ส่อว่า จะวิกฤตภัยแล้งแล้ว แต่ด้วยงบประมาณที่จำกัด รัฐบาลจึงได้พยายามบริหารจัดการ ใช้ทุกเครื่องมือ ดูแลและเยียวยาประชาชน แต่งบประมาณ มีจำกัดและต้องพยายามรักษาความสมดุล แต่การที่มูดี้ส์ยก ไทย เป็นประเทศรับมือภาวะเศรษฐกิจโลกได้ดี พร้อมปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือเศรษฐกิจไทยจากเชิงลบสู่ มีเสถียรภาพ ก็พิสูจน์แล้วว่า การดำเนินการเป็นไปตามวินัยการเงินการคลัง 

นายเอกนิติ  กล่าวต่อว่า ตัวเลขที่เศรษฐกิจไทยเติบโต และงบประมาณที่ตนเร่งรัดการเบิกจ่าย ข้อมูลได้พิสูจน์แล้วว่า อัตราการเบิกจ่ายสูงกว่าหลายปีที่ผ่านมา และตัวเลขเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 การลงทุนภาครัฐโดย  ร้อยละ 13 ไตรมาสที่ 2 โต  ร้อยละ 9.4 และข้อมูลล่าสุด โตกว่า  ร้อยละ 10 ดังนั้น จึงต้องรักษาสมดุลการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และดูแล เยียวยาประชาชน พร้อมย้ำว่า งบประมาณเม็ดเงินที่เหลือ จำเป็นต้องโอนงบประมาณมาเป็นงบกลางสำรองฉุกเฉิน สำหรับวิกฤตพลังงานและภัยแล้ง ที่รัฐบาลต้องมีงบประมาณดูแลประชาชน และย้ำว่า ช่วงที่ตนได้ดำเนินการไปพิสูจน์แล้วว่า เศรษฐกิจไทยกลับมาฟื้นตัวกว่าที่หลาย ๆ คนคาดการณ์ และทำให้ขีดความแข่งขันประเทศไทยดีขึ้น

“ผมขอขอบคุณทุกข้อสังเกต และยืนยันว่า รัฐบาลจะใช้งบประมาณขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ฟื้นฟูการแข่งขันของประเทศ ดูแลเยียวยาประชาชน ซึ่งกรรมาธิการฯ จะได้นำความเห็นไปประกอบการพิจารณาในการปรับแก่ต่อไป” นายเอกนิติ กล่าว

จากนั้นที่ประชุมมีมติเอกฉันท์รับหลักการร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ….  ด้วย คะแนน 462 เสียง ต่อ 0 งดออกเสียง 1 จากนั้นได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ จำนวนทั้งหมด 25 คน  แบ่งตามสัดส่วน ได้แก่ คณะรัฐมนตรี(ครม.) จำนวน 6 คน สส.พรรคภูมิใจไทย 8 คน พรรคประชาชน 5 คน พรรคเพื่อไทย 3 คน พรรคกล้าธรรม 2 คน พรรคประชาธิปัตย์ 1 คน โดยจะนำกลับเข้ามาสู่การพิจารณาวาระ 2 และวาระ 3 ในวันที่ 2 ก.ค.นี้ 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top