542.jpg
หมอวรงค์ มอง ระบอบน้ำเงิน-ทักษิณ น่ากลัวทั้งคู่! ต่างกันแค่ ซอฟท์กับก้าวร้าว เตือนกระแสไม่เอามาเร็ว

หมอวรงค์ มอง ระบอบน้ำเงิน-ทักษิณ น่ากลัวทั้งคู่! ต่างกันแค่ ซอฟท์กับก้าวร้าว เตือนกระแสไม่เอามาเร็ว

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.42 น.

หมอวรงค์ มอง ระบอบน้ำเงิน-ทักษิณ น่ากลัวทั้งคู่! ต่างกันแค่ ซอฟท์กับก้าวร้าว ยัน ไม่ต้องการล้มรัฐบาล ต้องการร่วมปราบโกง แนะปรับปรุงตัว ไม่เหิมในอำนาจ-ไม่โกง อยู่ได้ เตือนความรู้สึก ปชช. 3 เดือนเหมือน 3 ปี กระแสไม่เอามาเร็ว

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี แสดงความคิดเห็นเปรียบเทียบความน่ากลัวระหว่างระบอบทักษิณ และระบอบสีน้ำเงินว่าน่ากลัวทั้งคู่ แต่ต้องยอมรับว่าผู้นำของทั้ง 2 ระบอบมีความแตกต่างกันโดยผู้นำระบอบทักษิณมีความก้าวร้าว แต่ผู้นำระบอบสีน้ำเงิน ที่อยู่ในตำแหน่งมีความนุ่มนวลกว่า ซึ่งในเชิงความรู้สึกความนุ่มนวลช่วยได้เยอะ แต่ระบอบสีน้ำเงินมีความน่ากลัวตรงที่เป็นเจ้าของระบบเกือบทั้งหมด รวมถึง สว. องค์กรอิสระ ขณะที่ระบอบทักษิณเพียงแค่พยายามเข้าไปแทรกแซง แต่ระบอบสีน้ำเงินเข้ามาเพื่อเทคโอเวอร์ มีอิทธิพลเหนือกว่ามากๆ ถ้าใช้พฤติกรรมในทางที่ไม่ชอบถือว่าอันตรา


พร้อมจำว่านับวันจะยิ่งทำให้คนกังวลใจ ช่วงแรกๆตนก็ไม่กังวลใจเพราะเห็นว่าไม่น่าจะมีความเลวร้าย แต่ตนเห็นพฤติกรรมในสภาในช่วงหลังๆ เหิมเกริมในอำนาจมากขึ้น จึงขอเตือนว่าให้มีความพอดิบพอดี อะไรที่เป็นประโยชน์และเพื่อประเทศชาติเป็นหลักก็จะสามารถผ่อนหนักเป็นเบาได้ หากเปรียบเทียบทั้งสองอย่างก็แย่ทั้งคู่

ส่วนจะไปถึงจุดจบเดียวกับระบอบทักษิณหรือไม่นั้น นพ.วรงค์ กล่าวว่า จากเหตุ การณ์ปิดใหม่ในสภาเมื่อวานนี้ กระแสประชาชนในโลกออนไลน์มองว่าการปิดไมค์ สส.เป็นการปิดหูปิดตาประชาชน หากยังมีพฤติกรรมเช่นนี้ไปเรื่อยๆก็คงจะไม่จบแตกต่างกันมาก ไปต่อไม่ได้ ส่วนจะจบแบบไหนไม่สามารถคาดเดาได้ เพราะตนเชื่อว่าประชาชนก็ไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติ

เมื่อถามว่าหากระบอบสีน้ำเงินยังคงเดินหน้าต่อในจุดที่สุ่มเสี่ยงจะจบลงแบบไหน นพ.วรงค์ กล่าวว่า หากยังคงเดินหน้าในรูปแบบนี้ ทางเลือกจะออกมาในรูปแบบที่ 1 คือ ประชาชนไม่ยอมรับ โดยผ่านมาแค่ 3 เดือน ก็เกิดกระแสประชาชนไม่ยอมรับเร็วมาก ตั้งแต่เปิดสภามาก็เจอกับสภาวะปัญหาน้ำมัน แล้วมาเจอปัญหาอื่นๆ ก็จะทำให้ประชาชนไม่ยอมรับ หากยังเดินหน้าต่อแรงต้านจากประชาชนจะแรงมาก กระทบต่อความเชื่อมั่นเสื่อมลง  ซึ่งความเสื่อมสลายก็จะเกิดขึ้นในระบบรัฐบาลแพแตก  พรรคภูมิใจไทยอาจจะแตก เพราะสุดท้ายก็อาจจะมีคนบางคนไม่ไหวเพราะมีการปิดกั้นประชาชนหรือโกงมากขนาดนี้ และทางเลือกที่ 2 ที่คนมักจะเกิดคำถามว่าจะนำไปสู่การรัฐประหารหรือไม่ โดยส่วนตัวไม่เชื่อ และมองไม่ออกว่าจะเป็นทางออกของประเทศ แต่ก็คงจะดันกันไปเพราะจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ น่าจะมีทางออกที่จะทำให้ปัญหาของชาติบ้านเมืองได้รับการแก้ไขบ้าง

เมื่อถามย้ำว่ารัฐบาลผ่านมา 3 เดือนยังมีสภาพย่ำแย่และเดินลำบาก หากให้คาดเดาอายุของรัฐบาลว่าจะเดินหน้าได้เท่าไหร่นั้น นพ.วรงค์ กล่าวว่า 3 เดือนเหมือน 3 ปี เพราะความรู้สึกของประชาชนเป็นเช่นนั้นจริงๆ ตนจึงขอเตือนว่าตนไม่คิดมาล้มรัฐบาล ดังนั้นต้องปรับปรุงตัวเอง เพื่อให้เดินหน้าต่อได้

"ต้องให้เครดิตคุณอนุทินนิดนึง บุคลิกเขาซอฟท์ คือ คนไม่ต้านมากด้วยบุคลิก แต่ถ้าปล่อยให้องคาพยพขับเคลื่อนไปในรูปแบบนี้ ผมก็เชื่อว่าไปไม่ได้ แต่จะจบเมื่อไหร่ ไม่มีใครคาดเดาได้ ก็เตือนด้วยความหวังดีเท่านั้นเอง" นพ.วรงค์กล่าว

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top