542.jpg
ด่วน!  ปค. มีคำสั่งให้ ‘รุ่งเรือง’ ปลัดภูเก็ต ออกราชการไว้ก่อน ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง

ด่วน! ปค. มีคำสั่งให้ ‘รุ่งเรือง’ ปลัดภูเก็ต ออกราชการไว้ก่อน ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 20.07 น.

วันที่ 27 มิถุนายน 2569  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นายวิฑูรย์ สิรินุกูล รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการปกครอง ลงนามในคำสั่งกรมการปกครอง ที่ 1899/2569 เรื่องให้ออกจากราชการไว้ก่อน กรณีต้องหาว่ากระทำความผิดทางอาญา 

โดยเอกสารระบุว่า ด้วยนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร  ข้าราชการพลเรือนสามัญ ประเภทอำนวยการ ระดับสูง ตำแหน่ง ปลัดจังหวัด (ผู้อำนวยการสูง) จังหวัดภูเก็ต มีกรณีต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา กรณีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ได้ออกหมายจับ ที่ จ.12/2569 ลงวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ให้กับผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบเพื่อดำเนินการจับกุมนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดอาญาฐาน “เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จูงใจเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล โดยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมาย หรือโดยอิทธิพลของตนให้กระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคคลใด และฐานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจ หรือได้จูงใจเจ้าพนักงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ หรือเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ โดยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมาย หรือโดยอิทธิพลของตนให้กระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณ หรือ เป็นโทษแก่บุคคลใด” และต่อมาได้มีการนำตัวนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งกองกำกับการ 6 กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษไว้เป็นคดีอาญาที่ 8/2569 


กรณีเช่นนี้จึงถือว่านายรุ่งเรือง ธิมาบุตร มีกรณีต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา และโดยที่มีเหตุให้ออกจากราชการไว้ก่อนกล่าวคือ ตำแหน่งปลัดจังหวัดเป็นตำแหน่งสำคัญของกรมการปกครองและกระทรวงมหาดไทย บุคคลที่ดำรงตำแหน่งดังกล่าวย่อมต้องดำรงตนเพื่อให้ได้รับความน่าเชื่อถือ ศรัทธา และความไว้วางใจจากประชาชนในพื้นที่ การที่นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ต้องหาว่ากระทำความผิดอาญาในเรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริต หรือเกี่ยวกับความประพฤติ หรือพฤติการณ์อันไม่น่าไว้วางใจ โดยพนักงานอัยการมิได้รับเป็นทนายแก้ต่างให้ และมิได้เป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ นำมาซึ่งความไม่น่าเชื่อถือ ศรัทธา หรือความไม่ไว้วางใจจากประชาชนในพื้นที่และจากหน่วยงานภายในบังคับบัญชาของกรมการปกครองที่นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปฏิบัติหน้าที่ และโดยที่นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร มีพฤติการณ์เกี่ยวกับ
การปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริต หรือเกี่ยวกับความประพฤติ หรือพฤติการณ์อันไม่น่าไว้วางใจ ถ้ายังคงให้อยู่ในหน้าที่ราชการต่อไปอาจเกิดการเสียหายแก่ราชการ 

กรณีที่นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา นั้น พิจารณาเห็นว่าการดำเนินคดีจะไม่แล้วเสร็จโดยเร็ว สมควรให้ผู้นี้ออกจากราชการไว้ก่อน

ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 57 (5) และมาตรา 101 แห่งพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ประกอบข้อ 78 ข้อ 83 และข้อ 84 ของกฎ ก.พ. ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ. 2556 คำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 251/2565 เรื่อง การมอบหมายอำนาจ หน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยและการอุทธรณ์ ลงวันที่ 27 มกราคม 2565 และคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 820/2568 เรื่อง แต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการปกครอง ลงวันที่ 14 มีนาคม 2568

จึงสั่งให้นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ออกจากราชการไว้ก่อน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่มีคำสั่งเป็นต้นไป

หากท่านประสงค์จะโต้แย้งคำสั่งนี้ ให้ทำคำร้องทุกข์เป็นหนังสือยื่นต่อปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไป หรือยื่นคำร้องทุกข์โดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังปลัดกระทรวงมหาดไทยก็ได้ ภายใน 30 วัน นับแต่วันทราบหรือถือว่าทราบคำสั่งนี้ ตามมาตรา 123 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ประกอบกฎ ก.พ.ค. ว่าด้วยการร้องทุกข์ และการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ พ.ศ. 2551 

ต่อมา นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการปกครอง ปฏิบัติแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เซ็นคำสั่งกรมการปกครอง ที่1898/2569 ลงวันที่ 27มิ.ย.2569 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต หลังปรากฏกรณีอันมีมูลว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง จากพฤติการณ์ถูกกล่าวหาว่าเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่น เพื่อแลกกับการช่วยเหลือให้สอบผ่านและได้รับการบรรจุเข้ารับราชการในพื้นที่ภาคใต้

ทั้งนี้ ตามคำสั่งระบุว่า ผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์เรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบจำนวน 3 ราย รายละ 300,000 บาท รวมเป็นเงิน 900,000 บาท พร้อมกล่าวอ้างว่าจะนำเงินไปมอบให้เจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่ออำนวยความสะดวกในการสอบและการบรรจุเข้ารับราชการ

ต่อมา ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เป็นคดีอาญาที่ 8/2569 ส่งผลให้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ออกหมายจับที่ จ.12/2569 ลงวันที่ 26 มิถุนายน 2569 และเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการจับกุมตัวนายรุ่งเรือง ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว ทั้งนี้ กรมการปกครองได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนจำนวน 7 คน เพื่อดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กำหนดในกฎ ก.พ. ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ.2556 ก่อนเสนอสำนวนให้ผู้มีอำนาจพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป 

โดยหากการสอบสวนพบว่ามีการกระทำผิดในประเด็นอื่น หรือพาดพิงถึงบุคคลอื่น คณะกรรมการสามารถขยายผลดำเนินการตามระเบียบที่เกี่ยวข้องได้

สำหรับคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง จำนวน 7 ราย ประกอบด้วย นายวินัย โตเจริญ รองอธิบดีกรมการปกครอง เป็นประธานกรรมการ นายวีกิจ มานะโรจน์กิจ ร.ต.ต.สิงห์คำ คำยอด และนายตรีรัตน์ หนูแก้วขวัญ เป็นกรรมการ นายอนุชา เรืองอมรวิวัฒน์ เป็นกรรมการ และเลขานุการ ขณะที่นายกิตติธัช พรพุทธพงศ์ และนางสาวฐิติมา แช่มช้อย ทำหน้าที่ผู้ช่วยเลขานุการ เพื่อดำเนินการสอบสวนตามระเบียบ ก.พ. ก่อนเสนอสำนวนให้ผู้มีอำนาจพิจารณาต่อไป

 

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top