วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 พรรคประชาชน นำโดยนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรค พร้อมด้วยว่าที่ ส.ก. จำนวน 22 คน แถลงเปิดตัว นางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ว่าที่ ส.ก.เขตบางซื่อ เป็นแคนดิเดตประธานสภากรุงเทพมหานคร โดยมีเป้าหมายหลักคือการขับเคลื่อนสภา กทม. ให้มีความโปร่งใส เปิดเผย ตรวจสอบได้ และมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมุ่งเน้นการผลักดันวาระเร่งด่วนเพื่อผลประโยชน์ของชาวกรุงเทพฯ ภายในช่วง 6 เดือนแรกของการทำงาน
การผลักดัน 2 ข้อบัญญัติเร่งด่วนเพื่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิต
พรรคประชาชนเตรียมเสนอข้อบัญญัติสำคัญ 2 ประการ ได้แก่ 1) ข้อบัญญัติไซต์ก่อสร้างปลอดภัย ซึ่งจะบังคับให้ทุกพื้นที่ก่อสร้างต้องเปิดเผยข้อมูลกล้องวงจรปิดและสัญญาประกันภัย เพื่อลดอุบัติเหตุและรับประกันการชดเชยที่รวดเร็วหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน
และ 2) ข้อบัญญัติการควบคุมอาคาร มุ่งตรวจสอบและปรับปรุงอาคารเก่าให้ได้มาตรฐานความปลอดภัย เพื่อนำมาใช้ประโยชน์สาธารณะ เช่น การจัดทำศูนย์อาหารราคาย่อมเยา รวมถึงการกำหนดให้อาคารขนาดใหญ่ต้องจัดสรรพื้นที่จอดรถสาธารณะเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาการจราจร
การแก้ไขข้อบังคับสภาฯ และการตั้งคณะกรรมการวิสามัญ 2 ชุด
นอกจากข้อบัญญัติแล้ว พรรคจะเร่งผลักดัน การแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภา กทม. เพื่อสร้างความโปร่งใส ให้ประชาชนรับรู้ทุกมติการประชุม รวมถึงรู้ว่ามีโครงการใดเกิดขึ้น ใช้งบประมาณเท่าไร และใช้อย่างไร พร้อมทั้งเสนอตั้งคณะกรรมการวิสามัญ 2 ชุดทันที ได้แก่
.jpg)
การยกระดับความโปร่งใสด้านงบประมาณปี 2570 และการตรวจสอบ
ในส่วนของการบริหารงบประมาณปี 2570 ส.ก. พรรคประชาชนทั้ง 22 คน เตรียมนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยคัดกรองและตรวจสอบโครงการต่างๆ เพื่อป้องกันความผิดปกติ พร้อมทั้งจะเปิดเผยข้อมูลโครงการในแต่ละพื้นที่อย่างละเอียด ทั้งงบประมาณ ชื่อผู้รับเหมา และสถานะงาน เพื่อป้องกันปัญหาการทิ้งงานและเร่งรัดการคืนพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนได้กลับมาใช้ชีวิตและทำมาค้าขายตามปกติ
ชู 'ภัทราภรณ์' นั่งประธานสภา กทม. หวังขับเคลื่อนวาระเมือง
นายวิโรจน์ ย้ำว่า การจะขับเคลื่อนวาระของพรรคในช่วง 6 เดือนแรกให้สำเร็จอย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพต่อเนื่องตลอด 4 ปีนั้น สภา กทม. จำเป็นต้องมีประธานสภาที่เข้าใจวาระของเมือง และยึดมั่นอุดมการณ์ในการสร้างสภาที่โปร่งใส ซึ่งทางผู้บริหารพรรคและ ส.ก. ทั้ง 22 คน มีมติเห็นพ้องตรงกันว่า น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ว่าที่ ส.ก.เขตบางซื่อ คือบุคคลที่มีความเหมาะสมที่สุดที่จะก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานสภา กทม. เพื่อผลักดันเป้าหมายเหล่านี้ให้เป็นจริง

วิสัยทัศน์แคนดิเดตประธานสภา กทม. สู่การทำงานเชิงรุก
นางสาวภัทราภรณ์ แคนดิเดตประธานสภา กทม. ได้นำเสนอแนวทางการปฏิรูปการทำงานของสภา โดยจะคืนความปกติด้วยการผลักดันให้มีการเปิดเผยผลการลงมติของ ส.ก. และสถิติการเข้าประชุมทั้งคณะสามัญและวิสามัญโดยอัตโนมัติ รวมถึงแก้ไขข้อบังคับให้จัดการถ่ายทอดสด (Live) การประชุมคณะกรรมการทุกคณะ (แต่สามารถปิดการถ่ายทอดสดได้บางช่วง หากวาระนั้นมีชื่อบริษัทที่มีความเสี่ยงหรือเกี่ยวกับความมั่นคง)
นอกจากนี้ จะกำหนดให้เอกสารงบประมาณที่ฝ่ายบริหารส่งมาต้องอยู่ในรูปแบบที่คอมพิวเตอร์อ่านได้ (Machine Readable) พร้อมทั้งเตรียมจัดตั้ง "สำนักงานวิชาการและงบประมาณ" เพื่อเป็นผู้ช่วย ส.ก. ในการวิเคราะห์งบประมาณล่วงหน้า เปรียบเทียบราคากลาง และตรวจสอบประวัติย้อนหลังของบริษัทที่เสนอโครงการ และท้ายสุดคือการจัดตั้ง "คณะกรรมการวิสามัญตรวจสอบสัญญาผูกขาด" เพื่อทบทวนสัญญาระยะยาวของ กทม. ที่มีมูลค่าเกิน 100 ล้านบาทขึ้นไป โดยเฉพาะสัญญาที่เกี่ยวกับการจัดการขยะ การให้สัมปทานพื้นที่ และการจัดซื้อจัดจ้างระบบ IT ระยะยาวที่เสี่ยงต่อการทุจริต
น.ส.ภัทราภรณ์ ได้กล่าวทิ้งท้ายเชิญชวนเพื่อนสมาชิก ส.ก. ในสภา กทม. ที่เห็นตรงกันกับวาระเหล่านี้ ให้เข้ามาร่วมกันผลักดันสภา กทม. ให้โปร่งใส ประชาชนเข้าถึงได้ และมีประสิทธิภาพ
เดินหน้าหาพันธมิตร ส.ก. ชู "วาระเมือง" สยบข่าวลือสกัดขา
นายวิโรจน์ ตอบคำถามสื่อมวลชนเรื่องการหาพันธมิตร ส.ก. เพิ่มเติมเพื่อขับเคลื่อนวาระต่างๆ ว่า ขณะนี้ได้เสียงสนับสนุนเพิ่มอย่างน้อย 4 คนแล้ว (โดยได้ขอบคุณ ดร.จร เป็นพิเศษ) และเตรียมจะเปิดตัวร่วมกันในภายหลัง การพูดคุยกับ ส.ก. ท่านอื่นๆ เป็นไปอย่างสร้างสรรค์โดยยึด "วาระเมือง" หรือวาระการทำงานเป็นตัวตั้ง พรรคไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องตำแหน่ง แต่ต้องการเสียง ส.ก. ทั้ง 50 คนในสภาฯ เพื่อให้มีพลังพอในการแก้ปัญหาใหญ่ที่กระทบทุกเขต เช่น ปัญหาบัตรทอง
นอกจากนี้ นายวิโรจน์ยังปฏิเสธข่าวลือเรื่องการถูกสกัดขาทางการเมือง โดยระบุว่าหากยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก วาระที่พรรคเสนอล้วนเป็นสิ่งที่ดีต่อชาวกรุงเทพฯ ทั้งสิ้น จึงไม่เชื่อว่าจะมีการขัดขวาง และมั่นใจว่าเมื่อนำการทำงานมาเป็นตัวตั้ง จะมี ส.ก. ที่เห็นตรงกันมาร่วมสนับสนุนการทำงานมากกว่า 4 คนอย่างแน่นอน

ข้อความฝากถึงผู้ว่าฯ ชัชชาติ: ย้ำจุดยืนตรวจสอบงบประมาณอย่างมืออาชีพ
ในช่วงท้าย นายวิโรจน์ได้กล่าวฝากถึง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ด้วยความสบายใจ โดยยืนยันหลักการทำงานร่วมกันว่า หากโครงการใดของ กทม. เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง มีการตั้งราคาที่เหมาะสมสอดคล้องกับราคาตลาด มีกระบวนการดำเนินงานที่โปร่งใส และไม่มีข้อสังเกตที่มีพิรุธใดๆ ทางพรรคประชาชนและ ส.ก. ของพรรคพร้อมที่จะร่วมปกป้องงบประมาณในส่วนนั้น และจะไม่ตัดลดงบประมาณของโครงการนั้นเลยแม้แต่บาทเดียว
ในทางกลับกัน หากโครงการใดมีข้อสังเกตหรือพบความไม่ชอบมาพากล นายวิโรจน์เน้นย้ำว่า “ผู้ว่าฯ มีแค่สองตา แต่พวกเรามี 22 คน 44 ตา” ที่จะเข้ามาช่วยเป็นหูเป็นตา หากพบสิ่งผิดปกติ ส.ก. ของพรรคจะทำหน้าที่ปกป้องเงินภาษีของประชาชนอย่างตรงไปตรงมา โดยจะใช้วิธีการอภิปรายชี้แจงด้วยเหตุผลหากจำเป็นต้องปรับลดงบประมาณ ซึ่งทุกกระบวนการจะดำเนินการอย่างเปิดเผยกลางสภา กทม. มีการเปิดเผยเนื้อหาการอภิปรายและมติการลงคะแนนทั้งหมด เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมตรวจสอบและปกป้องเงินภาษีของชาวกรุงเทพมหานครให้คุ้มค่าครบถ้วนทุกบาททุกสตางค์อย่างเป็นมืออาชีพ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี