542.jpg
โลกเปลี่ยนไทยต้องเปลี่ยน รัฐบาลเร่งปรับโครงสร้างพลังงาน เพิ่มพลังงานหมุนเวียนรับยุค ไฟฟ้าสะอาด

โลกเปลี่ยนไทยต้องเปลี่ยน รัฐบาลเร่งปรับโครงสร้างพลังงาน เพิ่มพลังงานหมุนเวียนรับยุค ไฟฟ้าสะอาด

วันเสาร์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 09.43 น.

โลกเข้าสู่ยุคไฟฟ้าสะอาด รัฐบาลเร่งปรับโครงสร้างพลังงานไทย ลดฟอสซิล เพิ่มพลังงานหมุนเวียน สร้างความมั่นคงทางพลังงานและโอกาสเศรษฐกิจใหม่

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่การแข่งขันครั้งใหม่ ที่ไม่ได้แข่งขันกันเพียงด้านเทคโนโลยีหรือการผลิต แต่แข่งขันกันว่าใครจะสามารถผลิตไฟฟ้าสะอาดได้มากกว่า เพราะพลังงานสะอาดกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดการลงทุน การส่งออก และการสร้างงานในอนาคต รัฐบาลจึงเร่งปรับโครงสร้างพลังงานของประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันได้ในเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว


รัชดา ธนาดิเรก

ข้อมูลจากรายงานทบทวนสถิติโลกด้านพลังงาน (Statistical Review of World Energy) ฉบับล่าสุดของสถาบันพลังงาน (Energy Institute) ระบุว่า ในปี 2025 (พ.ศ. 2568) พลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์รวมกันกลายเป็นแหล่งพลังงานใหม่ที่เพิ่มเข้าสู่ระบบไฟฟ้าของโลกมากที่สุดเป็นครั้งแรก ขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วโลกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และกำลังผลิตใหม่ส่วนใหญ่มาจากพลังงานคาร์บอนต่ำ โดยพลังงานลมและแสงอาทิตย์เติบโตถึงร้อยละ 18.3 ในปีเดียว สะท้อนว่าโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคไฟฟ้าสะอาดอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไม่ใช่เพียงเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เป็นเรื่องของความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพราะอุตสาหกรรมยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นดาต้าเซ็นเตอร์ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ไฟฟ้า อุตสาหกรรมอาหาร หรือภาคการส่งออก ต่างต้องการไฟฟ้าที่มั่นคง มีต้นทุนเหมาะสม และสอดคล้องกับมาตรฐานการลดการปล่อยคาร์บอนที่เข้มงวดขึ้นทั่วโลก หากประเทศไทยเตรียมความพร้อมไม่ทัน ก็อาจสูญเสียโอกาสในการดึงดูดการลงทุนและขยายตลาดส่งออกในอนาคต

ไฟฟ้าสะอาด

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

นายกรัฐมนตรีจึงให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ และมอบหมายให้ทุกหน่วยงานเร่งขับเคลื่อนมาตรการอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน การผลักดันโครงการโซลาร์ภาคประชาชน การสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า การพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) ระบบกักเก็บพลังงาน ระบบบริหารจัดการพลังงาน รวมถึงการเตรียมใช้เงินตามพระราชกำหนดกู้เงินด้านพลังงาน เพื่อสนับสนุนโครงการที่ลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่วัดผลได้

พร้อมกันนี้ รัฐบาลยังเดินหน้าวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานยุคใหม่ ซึ่งไม่ได้หมายถึงเพียงการสร้างโรงไฟฟ้า แต่รวมถึงการพัฒนาระบบสายส่งอัจฉริยะ ระบบกักเก็บพลังงาน โครงสร้างพื้นฐานรองรับยานยนต์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีบริหารจัดการพลังงาน เพื่อให้ประเทศไทยมีระบบไฟฟ้าที่มั่นคง มีประสิทธิภาพ และรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

 

นางสาวรัชดา ย้ำว่า “รัฐบาลต้องการให้การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ไม่ใช่เฉพาะภาครัฐหรือภาคธุรกิจขนาดใหญ่ ประชาชนสามารถเริ่มต้นจากการติดตั้งโซลาร์ภาคประชาชนเพื่อลดค่าไฟ ชุมชนสามารถพัฒนาระบบพลังงานของตนเอง ภาคธุรกิจสามารถลดต้นทุนและยกระดับมาตรฐานการผลิต ขณะที่ภาครัฐจะเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เพื่อให้ประเทศไทยมีระบบพลังงานที่มั่นคง ทันสมัย และแข่งขันได้ในระยะยาว”

“โลกไม่ได้กำลังจะเปลี่ยนในอีกสิบปีข้างหน้า แต่กำลังเปลี่ยนอยู่ในเวลานี้ ประเทศที่เตรียมระบบไฟฟ้าสะอาดได้ก่อน จะเป็นประเทศที่ดึงดูดการลงทุน สร้างงาน และแข่งขันได้มากกว่า รัฐบาลจึงเร่งปรับโครงสร้างพลังงานของไทยตั้งแต่วันนี้ เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางพลังงาน ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนให้กับคนไทยในระยะยาว” นางสาวรัชดา กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top