วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
พท.กระทุ้งหนู
ค่าครองชีพชาวบ้านพุ่ง
บีบแห้สูตรพลังงานใหม่
“พร้อมพงศ์” อดีตโฆษกเพื่อไทย กระทุ้งรัฐบาล ไม่เข้าใจราคาน้ำมันไทยไม่ลดตามตลาดโลก เสนอ 3 วาระเร่งด่วน จี้รื้อสูตรพลังงานทั้งระบบ ย้ำกมธ.งบฯ 70 ตรวจสอบการใช้เงินภาครัฐอย่าอิงแค่เอกสารต้องพุ่งเป้าตอบโจทย์ชีวิตจริง ทำค่าครองชีพปชช.ลดลง โฆษก ปชป.โร่เคลียร์แทน “อภิสิทธิ์” ย้ำชูปฏิรูประบบงบประมาณเพื่อความยั่งยืน ปัดตัดบำนาญข้าราชการ หลังถูกนำไปบิดเบือน ขณะที่ “เอกนิติ”ไม่ทราบกระแสนายกสำรอง “ศ” รอเสียบ หากเกิดอุบัติเหตุการเมือง กล่าวติดตลก “เศกนิติ”
เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสถานการณ์ค่าครองชีพของประชาชนในปัจจุบันว่าราคาน้ำมันในตลาดโลก มีแนวโน้มอ่อนตัวลง แต่ประชาชนยังตั้งคำถามว่า เหตุใดค่าน้ำมัน ค่าเดินทาง ค่าขนส่งและราคาสินค้าในชีวิตประจำวัน ยังไม่ลดลงประเทศไทยมีระบบบริหารจัดการด้านพลังงานที่ครบถ้วน ถึงเวลาที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรทบทวนโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ
“ขอเสนอ 3 วาระเร่งด่วน เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน 1.การรื้อสูตรราคาพลังงานทั้งระบบ วางมาตรการเชิงรุกเพื่อให้เมื่อราคาพลังงานโลกปรับตัวลง คนไทยจะได้รับประโยชน์อย่างเหมาะสมและรวดเร็ว ภายใต้กรอบกฎหมายและวินัยการเงินการคลัง 2.การเปิดเผยข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ปรับปรุงโครงสร้างข้อมูลราคาพลังงานที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่ายและสื่อสารต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่องเพื่อความโปร่งใส”นายพร้อมพงศ์ ย้ำ
ทบทวนจัดงบพุ่งเป้าลดต้นทุนชีวิต
3.การผูกงบประมาณเข้ากับปากท้อง ในจังหวะที่ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ.2570 ผ่านความเห็นชอบวาระแรกและกำลังอยู่ในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ทุกฝ่ายควรทบทวนนโยบายจัดสรรงบประมาณให้พุ่งเป้าไปที่การลดต้นทุนชีวิตของประชาชนเป็นอันดับแรก เพราะงบประมาณที่ดีต้องตอบโจทย์ชีวิตจริง ไม่ใช่เพียงตัวเลขในเอกสาร
กระทุ้งงบลดค่าครองชีพปชช.
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า การเมืองที่ดี ไม่ใช่การเมืองที่แข่งกันพูด แต่คือการเมืองที่แข่งกันลดต้นทุนชีวิตของประชาชน งบประมาณที่ดีที่สุด ไม่ใช่งบที่ใช้หมด แต่คือ งบที่ทำให้ค่าครองชีพของประชาชนลดลงอย่างเป็นรูปธรรม
“ความเชื่อมั่นของประชาชนไม่ได้เกิดจากคำชี้แจงที่ยาวขึ้น แต่ต้องทำให้ประชาชนรู้สึกว่าชีวิตดีขึ้นจริง ประชาชนไม่ได้คาดหวังให้รัฐบาลกับฝ่ายค้านเอาชนะกัน แต่คาดหวังให้ทุกฝ่ายร่วมกันเอาชนะปัญหาค่าครองชีพของประชาชน ท้ายที่สุดแล้ว ผู้ตัดสินผลงานของนักการเมือง ไม่ใช่เวทีอภิปราย หรือวาทกรรมทางการเมือง แต่คือคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน” นายพร้อมพงศ์ กล่าว
ปชป.ยัน’มาร์ค’ชงปฏิรูประบบงบฯ
ขณะที่ นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ชี้แจงถึงกรณีที่มีสำนักข่าวนำข้อความไปบิดเบือนกับเนื้อหาการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ. 2570จากการอภิปรายของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยยืนยันว่าพรรคให้ความสำคัญกับสวัสดิการของบุคลากรภาครัฐและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศมาโดยตลอด โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการปรับสวัสดิการ สิทธิรักษาพยาบาล และบำนาญของข้าราชการ สิ่งที่นายอภิสิทธิ์ได้อภิปรายในสภาผู้แทนฯเป็นการเสนอแนะวิสัยทัศน์ด้วยความปรารถนาดีโดยมองว่าการจะไปเปลี่ยนแปลงสิทธิของข้าราชการในปัจจุบันที่พวกเขาได้ตัดสินใจมารับราชการตั้งแต่วันแรก ย่อมเป็นสิ่งที่ไม่เป็นธรรมแต่เพื่อเป็นการวางรากฐานและประหยัดงบประมาณของประเทศในระยะยาวจึงได้เคยเสนอแนวคิดในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่าควรคิดค้น“ระบบใหม่สำหรับผู้ที่จะเข้ามารับราชการในอนาคต”ซึ่งน่าเสียดายที่แนวคิดเชิงสร้างสรรค์นี้ไม่ได้มีการสานต่อในรัฐบาลชุดต่อๆมา
“ในการอภิปรายของท่านอภิสิทธิ์ก็ไม่ได้มีการพูดว่าจะตัดบำนาญของข้าราชการเลย หากแต่มีการนำไปบิดเบือนเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง พวกเราไม่ได้นิ่งเฉย เราได้ให้ความคิดและข้อสังเกตไว้ในคณะรัฐมนตรีแล้ว และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหลังจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำแนวคิดนี้ไปพัฒนาต่อยอดเพื่อสร้างระบบที่เป็นธรรมและยั่งยืนกับทุกฝ่าย”นายพงศกร ย้ำ
ห่วงใยการใช้กู้เงิน4แสนล้าน
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ยังได้สะท้อนมุมมองเชิงสร้างสรรค์เกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณในภาพรวม โดยระบุว่าการลงทุนของประเทศไม่ควรพึ่งพาเพียงงบประมาณแผ่นดินอย่างเดียว แต่ต้องมุ่งเน้นการหารายได้เพิ่มและการร่วมทุนกับภาคเอกชน(PPP) ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มีความห่วงใยต่อการกู้เงินล่าสุด 400,000 ล้านบาท ซึ่งครึ่งหนึ่งถูกนำไปใช้ในโครงการแจกเงิน ส่วนอีกครึ่งหนึ่งกลับเป็นเพียงการส่งเสริมการนำเข้าโซลาร์เซลล์และยานยนต์ไฟฟ้า ในขณะที่โครงการใหญ่อย่าง Land Bridge มูลค่า1ล้านล้านบาทก็ยังไม่มีความคืบหน้าที่คุ้มค่า สะท้อนว่าประเทศกำลังติดหล่มงบประมาณที่บานปลาย และรอคอยการสะสางอย่างจริงจังเพื่อนำเงินภาษีของประชาชนไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
จี้รัฐลงทุนป้องกันภัยพิบัติเร่งด่วน
ขณะที่ในแง่ของความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน นายพงศกร แสดงความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อภัยพิบัติว่าในฐานะที่เคยลงพื้นที่ช่วงน้ำท่วมหาดใหญ่ ก็มีความคาดหวังที่จะให้รัฐบาลได้ลงทุนเพื่อป้องกันภัยพิบัติอย่างเร่งด่วน ไม่ใช่ให้ประชาชนต้องรอคอยรับเงินเยียวยา เพราะเมื่อถึงวันนั้นก็ถือว่าประเทศไทยและพี่น้องประชาชนได้เกิดความสูญเสียขึ้นแล้ว ที่สำคัญที่สุด หากไม่มีแผนการดำเนินการอะไร รัฐบาลปล่อยไปเช่นนี้จะทำให้กระทบกับสิทธิของผู้พิการ ผู้สูงอายุ และเด็กอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จนสุดท้ายรัฐบาลต้องใช้วิธีการกู้อีก หรือขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มทำให้ประชาชนเดือดร้อนเป็นวงกว้าง.
‘เอกนิติ’ไม่ทราบ‘นายกฯสำรอง’
ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ เขตบางพลัด กทม. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง หนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวว่ารัฐบาลมีนายกฯสำรองอักษรย่อ “ศ”รอเสียบ หากเกิดเหตุการณ์ผิดพลาดว่า”การเมือง ผมไม่ทราบจริงๆ”ก่อนเดินออกจากวงสัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวจึงแซวว่าอาจจะเป็น อักษรย่อ“อ”ก็ได้ นายเอกนิติ หัวเราะพร้อมติดตลกว่า “เศกนิติ”
ภท.ซัด‘ไอติม’เลิกกล่าวหารมต.
ด้าน นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐมนตรีหลีกเลี่ยงการตอบกระทู้สดในสภาว่าพรรคฝ่ายค้านควรหยุดการนำประเด็นดังกล่าวมาเล่นเกมการเมือง เพราะที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี(ครม.)ให้ความสำคัญกับการตอบกระทู้ของสภาอย่างต่อเนื่อง และรัฐมนตรีหลายคนก็เข้าชี้แจงเป็นประจำ อีกทั้งเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีก็ได้กำชับ ครม. มาโดยตลอดให้ความสำคัญกับการตอบกระทู้ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้น การกล่าวหาว่ารัฐมนตรีหนีกระทู้ จึงไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะในกรณีกระทู้ถามสด ซึ่งรัฐมนตรีได้รับแจ้งล่วงหน้าเพียงไม่กี่ชั่วโมงในช่วงเช้าของวันประชุม ทำให้บางครั้งอาจติดภารกิจราชการสำคัญที่ไม่สามารถเลื่อนออกไปได้
นายอัครเดช กล่าวว่าคดีฮั้วเลือกสว.นั้น รัฐมนตรีได้เคยให้สัมภาษณ์ ชี้แจงต่อสาธารณะ รวมถึงตอบกระทู้ในสภาเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง อีกทั้งคดียังอยู่ในกระบวนการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)และอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวนจึงควรปล่อยให้เป็นไปตามกลไกของกระบวนการยุติธรรม และที่ผ่านมา รมว.ยุติธรรมก็มาตอบกระทู้ในสภาเป็นประจำ การติดภารกิจในบางครั้ง จึงเป็นเรื่องที่ควรเข้าใจ เพราะกระทู้ถามสดแตกต่างจากกระทู้ทั่วไปที่มีการกำหนดวาระล่วงหน้า
“ฝ่ายค้านควรเลิกนำประเด็นรัฐมนตรีไม่มาตอบกระทู้สดไปดิสเครดิตรัฐมนตรีหรือรัฐบาล เพราะเป็นการเมืองที่ไม่สร้างสรรค์ นายพริษฐ์ในฐานะนักการเมืองรุ่นใหม่ ควรทำการเมืองอย่างตรงไปตรงมา ไม่ควรทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่ารัฐมนตรีจงใจหลีกเลี่ยงการตอบกระทู้ ทั้งที่ข้อเท็จจริงคือกระทู้ถามสดมีข้อจำกัดด้านเวลา” นายอัครเดช กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี