วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ตร.จับคดีโกงสอบ
วิน-น้องสาว
หนีกบดานฝั่งลาว
เอาผิดคดีอั้งยี่-ซ่องโจร
เร่งไล่ล่าจ่าพิชิตกับพวก
ถกโละขรก.ขี้โกง15ก.ค.
ตำรวจกองปราบฯจับ ดร.วิน-น้องสาว คดีโกงสอบท้องถิ่น พ่วงอั้งยี่ซ่องโจร หนีซุก สปป.ลาว เผยประวัติเป็นขาใหญ่ ฝั่งรัฐบาลนั่งตำแหน่งสำคัญในกระทรวงเกรดเอ เร่งล่า “จ่าพิชิต” พร้อมผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ ปลัด มท.ระบุ กสถ.ชี้ชะตาขรก.ท้องถิ่น เอี่ยวทุจริตสอบที่บรรจุแล้ว15 ก.ค.นี้ ส่งต้นสังกัดยกเลิกคำสั่งบรรจุแต่งตั้ง
เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2536 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการการตรวจสอบทุจริตเลือกตั้งท้องถิ่นหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทยเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ารายงานเมื่อวันที่ 11 ก.ค.ว่านายกฯได้เรียกให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อ อาทิ คณะกรรมการตรวจสอบวินัยร้ายแรง และผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) มารายงานความคืบหน้าเรื่องดังกล่าว ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบวินัยร้ายแรงจะดำเนินการตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้อง 5 รายชื่อที่ถูกให้ออกจากตำแหน่งเดิมก่อนหน้านี้ โดยจะดำเนินการตรวจสอบทุกเรื่องเพื่อให้ได้ข้อมูลที่จะพิจารณาเสนอในเรื่องของวินัยร้ายแรงอย่างไร ส่วน สถ.ได้ตรวจสอบใบคะแนนดิบกับคะแนนที่ประกาศผลที่พบว่ามีไม่ตรงกัน การดำเนินการขั้นต่อไป รองอธิบดี สถ.คนใหม่ ซึ่งเข้ามาทำหน้าที่เลขาธิการของที่ประชุม คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ซึ่งรองอธิบดีจะนำเรื่องตรวจคะแนนที่ไม่ตรงกันเข้าสู่การพิจารณาของ กสถ. ก่อนนำผลการพิจารณาเสนอไปยัง คณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก กลาง) เพื่อพิจารณาหากสิ่งเหล่านี้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องจะมีการแจ้งไปยังจังหวัดให้ทางจังหวัดแจ้งต่อไปยังนายกองค์กรปกครองท้องถิ่นนั้นๆ ที่มีข้าราชการซึ่งมีปัญหาเข้าไปบรรจุแล้วเพิกถอนคำสั่งการบรรจุ
ถก กสถ.ถอนบรรจุ15กค.
สำหรับกรอบเวลาที่จะส่งถึงจังหวัดได้นั้น ได้รายงานนายกฯไปว่าวันที่ 15 ก.ค. จะมีการประชุม กสถ. ก่อนจะส่งข้อมูลต่อตามขั้นตอนข้างต้น ซึ่งนายกฯอยากให้ทำให้เร็วที่สุด เพราะขณะนี้กระบวนการของกระทรวงมหาดไทยจบสิ้นแล้ว แต่ยังมีขั้นตอนของหน่วยงานอื่น เช่นที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ที่ทราบดีว่า ป.ป.ช.ประกาศรายชื่อ 6,014 คน ที่ยังไม่ได้ชี้ว่าเป็นผู้ไม่บริสุทธิ์ทั้งหมด เมื่อสอบเสร็จใครไม่เกี่ยวข้อง ก็ไม่ต้องอยู่ในกระบวนการที่ต้องดำเนินการต่อ ส่วนผู้เกี่ยวข้องต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย ตรงนี้ป.ป.ช.จะทำหน้าที่ขยายผลต่อไป เชื่อว่าป.ป.ช.ทำได้รวดเร็วเพราะเคยบอกว่าอาจจะเร็วกว่า 3-6 เดือน นอกจากนี้ยังมีส่วนของตำรวจ ที่ขณะนี้มีข้อมูลว่าใครมีเส้นทางการเงินก็จะสืบค้นต่อไปเรื่อยๆเพื่อแจ้งความดำเนินคดี เชื่อว่าตามพยานหลักฐานทั้งหมดจะสามารถดำเนินการได้
เมื่อถามว่า ความเห็นของ กสถ.กับ ก กลาง จะไม่แย้งกันแล้วใช่หรือไม่ นายอรรษิษฐ์กล่าวว่า คณะกรรมการต้องดูข้อมูลข้อเท็จจริง หากแย้งไปเขาก็ต้องดูความเสียหายเองในเรื่องที่เขาแย้ง ข้อมูลหลักฐานที่แท้จริงย้ำว่าหลักฐานที่แท้จริงก็คือหลักฐาน ใครที่มีความเห็นไม่ตรงก็ต้องมีเหตุผลว่าทำไมไม่เชื่อสิ่งเหล่านี้ ตนเชื่อมั่นว่าทุกอย่างจะสำเร็จไปได้ด้วยดีเพราะเป็นการสร้างความกระจ่างให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด
เมื่อถามว่าตามรายงานข่าวระบุว่าจะมีข้าราชการถูกสอบเพิ่มเติมอีก 3 คนจริงหรือไม่ นายอรรษิษฐ์กล่าวว่าป.ป.ช.ก็พูดอย่างนั้นคงต้องรอดูต่อไป ตนเชื่อมั่นว่าป.ป.ช.จะทำให้ถึงที่สุดเพียงแต่ขณะนี้อาจเป็นช่วงของล็อต แรก หากมีการสอบปากคำและดูเรื่องพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงใครอีกก็ต้องรับผิดชอบ ใครทำก็ต้องรับผลของสิ่งที่ทำ
หมายจับ3ผู้ต้องหา
ที่กองบังคับการปราบปราม ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้าคดีการทุจริตสอบเข้าเป็นข้าราชการสังกัดกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) กระทรวงมหาดไทย หลังจาก สถ.เข้าแจ้งความกก.2 บก.ป. ให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องหรือผู้ที่กระทำความผิดในคดีนี้
โดยมีรายงานว่า เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป. งการให้พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. รวบรวมหลักฐานขออนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้แล้ว หลังพบหลักฐานการทุจริตในการสอบดังกล่าว โดยศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับตามคำร้องขอขอพนักงานสอบสวน ไปเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2569 รวม 3 ราย ประกอบด้วย 1. นายวิน ธนพชรโภคิน หรือวิน นายอัศวิน โชติพนัง ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
2. น.ส.ศตพร ธนพชรโภคิน น้องสาวนายวิน และ 3.จ่าสิบตรี ดร.พิชิต ทั้งพรม หรือ จ่าพิชิต ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ทั้งหมดถูกออกหมายจับกุมรวม 3 ข้อหา ประกอบด้วย มีพฤติกรรมเป็นอั้งยี่และซ่องโจร, ม.อาญา 188 ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพินัยกรรมหรือเอกสารใดของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และ ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ฐานนำเข้าสู่ระบบซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ
ดร.วิน จนมุมที่ลาว
ล่าสุดมีรายงานว่า ชุดสืบสวนของ กก.2 บก.ป. ได้จับกุม ผู้ต้องหาในคดีนี้ไว้ได้แล้ว 2 ราย คือ นายวิน ที่ก่อนหน้านี้ชุดสืบสวนได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สปป.ลาว ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สปป.ลาว สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาเอาไว้ได้เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการประสานงานรับตัวข้ามแดน คาดว่าจะนำตัวเข้ามาสอบปากคำที่กองบังคับการปราบปรามได้ภายในช่วงเย็นของวันนี้ (13 ก.ค.)
ส่วนอีกรายคือ น.ส.ศตพร น้องสาวของนายวิน ถูกจับกุมได้เมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่ผ่านมาภายใน มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ซึ่งตอนนี้ควบคุมตัวอยู่ที่กองปราบฯ แล้ว
ปปช.ร่วมสอบปากคำ
ทั้งนี้มีรายงานด้วยว่า ในวันที่ 14 กค. เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ ป.ป.ช. จะเดินทางมาสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 2 คน เพื่อนำข้อมูลใบประกอบสำนวนการสอบสวนในส่วนของ ป.ป.ช. สำหรับผู้ต้องหาอีกหนึ่งรายที่ยังเหลือคือ จ่าพิชิต นั้น ล่าสุดมีรายงานว่า มีความพยายามติดต่อขอเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดสืบสวนพบว่าในอีกส่วนผู้ต้องหารายนี้มีความเคลื่อนไหวทางการเงินตลอดเวลา คาดว่าจะจับกุมตัวได้ในเร็วๆนี้ นอกจากนี้คาดว่าภายองสามวันนี้จะมีการออกหมายจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีกจำนวนหนึ่งด้วย
สำหรับ นายวิน มีรายงานว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เพิ่งมีมติ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 แต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในสถาบันการบินพลเรือนซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ ในสังกัดกระทรวงคมนาคม ที่มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นรัฐมนตรีว่าการฯ และเป็นรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งตามสายงานนายพิพัฒน์ต้องเป็นผู้เสนอชื่อนายวินต่อคณะรัฐมนตรี แต่ล่าสุดมีการเอารูป นายวิน ในตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ออกไปแล้ว พร้อมขึ้นข้อความว่า อยู่ระหว่างการสรรหา ด้วย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี