542.jpg
ศาลฯไม่อนุมัติหมายจับ  ‘ภาวุธ’ยังรอด

ศาลฯไม่อนุมัติหมายจับ ‘ภาวุธ’ยังรอด

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ศาลฯไม่อนุมัติหมายจับ

‘ภาวุธ’ยังรอด

ให้DSIออกหมายเรียกก่อน

ป้องกัน'เครื่องมือการเมือง'

“รุทธพล” เผย ดีเอสไอ จ่อเสนอศาลออกหมายจับ “คดีฟอเร็กซ์” 30 ราย ทั้งบุคคล-นิติบุคคล มีชื่อ “ภาวุธ” ด้วย ขณะที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ยันหลักฐานแน่นพบธุรกรรมการเงินมียอดโอน-รับกว่า 833ล้านบาท ศาลอาญาไม่ออกหมายจับ“ภาวุธ”คดี Forex หลังพิจารณาพยานหลักฐาน ชี้ผู้ถูกกล่าวหา 22 ราย ยังอยู่ในวิสัยที่จะออกหมายเรียกได้ หวั่นตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง ขณะที่อนุมัติหมายจับเพียง 2 ราย มีพยานหลักฐานชัดเจน และไม่ใช่”ภาวุธ”

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์  รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าขบวนการหลอกลวงให้ลงทุนในธุรกิจเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศ หรือฟอเร็กซ์ ภายหลังเคยระบุว่า มีการสอบสวนผู้เสียหาย 100 ปาก และจะสรุปผลการสอบสวนก่อนปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 30 ราย ซึ่งมีทั้งบุคคลและนิติบุคคล


เมื่อถาม มีนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน รวมอยู่ด้วยหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า มีด้วย เมื่อถามอีกว่าหากศาลออกหมายจับแล้ว จะดำเนินการอย่างไร พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า จะคุมตัวมาสอบปากคำ ส่วนจะมีการยื่นขอประกันตัวหรือไม่ ให้เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย

ด้านแหล่งข่าวระดับสูงในดีเอสไอเปิดเผยว่า หลังจากคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ในคดีซื้อฟอเร็กซ์ ได้สืบสวนสอบสวนขยายผลทางคดี และรวบรวมพยานหลักฐานหลายรายการที่ได้จากการตรวจยึดไว้ นำไปวิเคราะห์ ตรวจสอบไม่ว่าจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ แท็บเลต โทรศัพท์มือถือ Hardware Wallet สินทรัพย์ดิจิทัลประเภท Bitcoin และสกุล USDT เอกสารและข้อมูลเกี่ยวกับ
โครงสร้างการดำเนินงานของเครือข่ายการลงทุน ซึ่งจากการขยายผลเส้นทางการเงิน พบว่ามีกลุ่มบุคคลเกี่ยวข้องจำนวนมาก ซึ่งพบชื่อนายภาวุธ ปรากฏหลักฐานการรับโอนเงินจากบริษัท สปาร์ก
ดิจิทัล จำกัด 28 ล้านบาท โดยรับโอนครั้งละ 2 ล้านบาท รวม 14 ครั้ง ซึ่งเป็นการรับโอนเงินภายในวันเดียว

ทั้งนี้ นายภาวุธ ชี้แจงต่อสื่อมวลชนว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินที่ได้มาจากการเทรดทองคำ และนำเอกสารหลักฐานบางส่วน เข้าชี้แจงกับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะพยาน ไปแล้วเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังพบชื่อ นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ดาราชื่อดัง เกี่ยวข้องรับโอนเงินจากบริษัทกลุ่มโบรกเกอร์ ซึ่งเป็นบริษัทที่มีผู้เสียหายกว่า 500 ราย ความเสียหายรวมนับพันล้านบาท ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ ซึ่งคณะพนักงานสอบสวนได้ขยายผลและสอบปากคำพยานผู้เสียหายอีกกว่า 300 ราย เกี่ยวกับแผนประทุษกรรม การลงทุน รวมถึงมูลค่าความเสียหาย กระทั่งสามารถรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออำนาจศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ออกหมายจับรวม 30 หมาย แบ่งเป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ในฐานความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 ซึ่ง 1 ใน 30 หมายจับ มีชื่อของนายภาวุธ รวมอยู่ด้วย

นอกจากนี้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ยังอยู่ระหว่างพิจารณาฐานความผิดอื่นเพิ่มเติมด้วย เช่น พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 หรือแชร์ลูกโซ่ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และ
ตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 พ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ.2546 เป็นต้น ซึ่งหากพบพยานหลักฐานอันเป็นการกระทำความผิด ก็สามารถพิจารณาดำเนินคดีแจ้งข้อกล่าวหาตามพยานหลักฐานได้ เพื่อให้ครอบคลุมการกระทำความผิดที่ตรวจพบทั้งหมด

แหล่งข่าวรายดังกล่าว เปิดเผย ด้วยว่า สำหรับพฤติการณ์ทางคดีที่ทำให้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษรวบรวมหลักฐานเสนอศาลอาญาออกหมายจับนั้น เป็นข้อมูลธุรกรรมทางการเงินและพฤติกรรมในการธุรกรรมการเงิน ผ่านการทำธุรกรรม 3 กลุ่ม คือกลุ่มโบรกเกอร์ (Broker), กลุ่มผู้ชักชวน (IB) และกลุ่มช่องทางการรับชำระเงิน (Payment Gateway) ดังนี้ 1.กลุ่มนิติบุคคลที่เป็นช่องทางชำระเงิน (Payment Gateway) ตามที่ดีเอสไอแถลงพบว่า บริษัท เรนนี่ คอปเปอเรชั่น จำกัด และบริษัท เพย์ โซลูชั่น จำกัด ทำหน้าที่เป็นนิติบุคคลบังหน้า เพื่อเป็นทางผ่านของเงิน ข้อมูลธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งพบการเชื่อมโยงจากกลุ่มนิติบุคคลเหล่านี้ไปยังบัญชีของบุคคลในเครือข่ายอย่างมีนัยสำคัญ

2.กลุ่มนิติบุคคลที่ทำหน้าที่ส่งต่อกระแสเงินสด โดยตรวจพบการโอนเงินทอดถัดมาจากกลุ่มรับชำระเงินผ่าน บริษัท เอแอลพีเอฟเอ็กซ์ พลัส จำกัด (ALPFX) และบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด ก่อนจะเข้าสู่บัญชีส่วนบุคคล และ 3.กลุ่มที่มีพฤติการณ์การแปรสภาพทรัพย์สิน ซึ่งพบข้อมูลการทำธุรกรรมโอนเงินจากบัญชีธนาคารเข้าสู่ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล อาทิ บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ในช่วงปี 2564-2567

ทั้งนี้ รายงานข่าวระบุว่า ส่วนธุรกรรมทางการเงินของบุคคลที่เชื่อมโยงกับกลุ่มเครือข่ายจากเส้นทางการเงินระหว่างบุคคลตามรายชื่อที่ถูกตรวจสอบ พบบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการรับและส่งต่อกระแสเงินสด คือนายภาวุธ โดยตรวจพบรายการรับโอนเงินจากบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับระบบการโอนเงินของเครือข่าย โดยพบรายการรับโอนเงิน 14 รายการ รายการละ 2,000,000 บาท รวม 28,000,000 บาท ภายในวันเดียว คือวันที่ 18 กรกฎาคม 2567 และจากการตรวจสอบฐานข้อมูลเพิ่มเติม ยังพบยอดรวมมูลค่าธุรกรรมการโอนเงิน และรับโอนเงินสะสม รวมทั้งสิ้น 833,217,192.60 บาท

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top