วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
นายเปรมชัย กรรณสูต อดีตประธานบริหารบริษัท อิตาเลี่ยนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ถูกศาลฎีกาพิพากษาลงโทษจำคุก 2 ปี 14 เดือน ไม่รอลงอาญา ในคดีล่าเสือดำกับไก่ฟ้าหลังเทา ที่ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร เขตตะวันตก จ.กาญจนบุรี
1. ก่อนหน้านี้ กลุ่มม็อบสามนิ้วพยายามบิดเบือนกล่าวหาดิสเครดิตระบบยุติธรรมของไทย ว่าเสือดำตายฟรี คนล่าเสือดำลอยนวล โดยไม่สนใจคำชี้แจงว่าคดีอยู่ในกระบวนการยุติธรรมแล้ว
แต่เหลือเชื่อ พอศาลฎีกาพิพากษาคดีถึงที่สุด ก็ยังมีคนกลุ่มนี้ พยายามนำไปเทียบกับคดีที่อ้างว่า “ตายายเก็บเห็ด” ซึ่งในคดีนั้น ไม่ใช่ตายาเก็บเห็ดแล้วติดคุก แต่เป็นการตัดไม้ทำลายป่าเป็นบริเวณกว้าง
ตอกย้ำว่า ม็อบสามนิ้วขับเคลื่อนด้วยคำโกหก บิดเบือน โจมตีระบบยุติธรรมการสร้างความเกลียดชัง ชังชาติ ชังระบบสถาบันหลักของชาติ โดยไม่ลืมหูลืมตาดูข้อมูลข้อเท็จจริง
2. เมื่อวานนี้ (8 ธ.ค. 2564) สำนักงานศาลยุติธรรม ได้ออกเอกสารข่าวแจกสื่อมวลชน
ระบุว่า “ศาลฎีกา พิพากษาลงโทษจำคุก “เปรมชัย กับพวก” คดีล่าเสือดำในเขตสงวนพันธุ์สัตว์ป่าฯ พร้อมชดใช้เงิน 2 ล้านบาทและดอกเบี้ยแก่กรมอุทยานฯ”
สาระสำคัญ ระบุว่า
“โดยคดีนี้ พนักงานอัยการจังหวัดทองผาภูมิ เป็นโจทก์
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เป็นผู้ร้อง (ขอให้ชดใช้ค่าเสียหาย)
นายเปรมชัย กรรณสูต จำเลยที่ 1
นายยงค์ โดดเครือ จำเลยที่ 2
นางนที เรียมแสน จำเลยที่ 3
นายธานี ทุมมาศ จำเลยที่ 4
ความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ร.บ.อาวุธปืน ฯ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
จำเลยที่ 1, 2,และ 4 ยื่นฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ซึ่งพิพากษาให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ในความผิดฐานร่วมกันทำให้เสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ จำคุกคนละ ๑ ปี และปรับจำเลยที่ ๓ เป็นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท
ฐานร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากเสือดำซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ ๖ เดือน และปรับจำเลยที่ ๓ เป็นเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท
.png)
ฐานร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากไก่ฟ้าหลังเทาซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ ๒ เดือน และปรับจำเลยที่ ๓ เป็นเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท
ลงโทษจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๔ ฐานร่วมกันล่าเสือดำซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จำคุกคนละ ๑ ปี
เมื่อรวมกับโทษจำคุก ๓ เดือน ของจำเลยที่ ๒ และที่ ๔ ในความผิดฐานร่วมกันมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต กับโทษจำคุก ๖ เดือนของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๔ ในความผิดฐานร่วมกันพาอาวุธฯโดยไม่ได้รับอนุญาต และโทษจำคุก ๔ เดือนของจำเลยที่ ๔ ในความผิดฐานพยายามล่ากระรอกซึ่งเป็นสัตว์ป่าในเขตพันธุ์รักษาสัตว์ป่าตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น (ศาลจังหวัดทองผาภูมิ) คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๒ ปี ๑๔ เดือน จำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๒ ปี ๑๗ เดือน จำคุกจำเลยที่ ๓ มีกำหนด ๑ ปี ๘ เดือน และปรับ ๔๐,๐๐๐ บาท และจำคุกจำเลยที่ ๔ มีกำหนด ๒ ปี ๒๑ เดือน โทษจำคุกจำเลยที่ ๓ ให้รอการลงโทษไว้ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น กับให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดแก่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ผลของคำพิพากษาศาลฎีกา สรุปได้ว่าการที่จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๔ ร่วมกันมีซากเสือดำที่ร่วมกันฆ่าไว้ในครอบครองและสถานที่เกิดเหตุเป็นป่าสงวนแห่งชาติ การกระทำของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๔ จึงเป็นความผิดฐานร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตด้วย จึงให้ลงโทษฐานร่วมกันกระทำด้วยประการใดๆอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตเพียงกรรมเดียว โดยให้การกำหนดโทษเป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๗
ส่วนความผิดฐานร่วมกันรับไว้โดยประการใดๆ ซึ่งซากของไก่ฟ้าหลังเทาซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๕๕ นั้น ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาฯ ได้มี พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.๒๕๖๒ ออกใช้บังคับ และให้ยกเลิก พ.ร.บ. เดิม ซึ่งตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.๒๕๖๒ ไม่ได้บัญญัติให้การกระทำความผิดตามกฎหมายเดิม ในมาตรา ๕๕ นั้น เป็นความผิดอีกต่อไป จำเลยทั้งสี่จึงพ้นจากการเป็นผู้กระทำผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๕๕ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒ วรรคสอง
ดังนั้น จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๔ จึงยังคงมีความผิดฐานร่วมกันมีซากไก่ฟ้าหลังเทาซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตอยู่ ส่วนฎีกาข้ออื่นๆของฝ่ายจำเลยฟังไม่ขึ้น
ทั้งนี้ ศาลฎีกามีคำพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๗ เป็นว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดฐานร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตด้วย เป็นความผิดกรรมเดียวกับความผิดฐานร่วมกันกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ ให้ลงโทษฐานร่วมกันกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติและกำหนดโทษ ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๗
ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยทั้งสี่ในความผิดตาม พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๕๕
สำหรับค่าเสียหายที่จำเลยทั้งสี่ต้องร่วมกันรับผิดชดใช้ให้แก่กรมอุทยานฯ ผู้ร้องให้จำเลยทั้งสี่ชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๔ ก.พ. ๒๕๖๑ ถึงวันที่ ๑๐ เม.ย. ๒๕๖๔ และอัตราร้อยละ ๕ ต่อปีนับแต่วันที่ ๑๑ เม.ย. ๒๕๖๔ เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้ร้อง
อนึ่ง อัตราดอกเบี้ยนับแต่วันที่ ๑๑ เม.ย. ๒๕๖๔ นั้น ถ้ากระทรวงการคลังปรับเปลี่ยนอัตรา โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาเมื่อใด ก็ให้ปรับเปลี่ยนไปตามนั้น แต่ต้องไม่เกินอัตรา ร้อยละ 7.5 ต่อปี ตามที่ผู้ร้องขอ
นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ค่าฤชาธรรมเนียมคดีส่วนแพ่งของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๔ ในชั้นฎีกาให้เป็นพับ ส่งผลในส่วนของคดีอาญามีการลงโทษจำเลยทั้งสี่ดังนี้
จำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๒ ปี ๑๔ เดือน
จำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๒ ปี ๑๗ เดือน
จำคุกจำเลยที่ ๓ มีกำหนด ๑ ปี ๘ เดือน และปรับ ๔๐,๐๐๐ บาท รอการลงโทษมีกำหนด ๒ ปี หากจำเลยที่ ๓ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙,๓๐
จำคุกจำเลยที่ ๔ มีกำหนด ๒ ปี ๒๑ เดือน”
3. นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด และนายประยุทธ เพชรคุณ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงผลคดีของนายเปรมชัย กล่าวโดยสรุป คือ
เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2561 อัยการจังหวัดทองผาภูมิได้ยื่นฟ้องนายเปรมชัย กรรณสูต จำเลยที่ 1, นายยงค์ โดดเครือ จำเลยที่ 2, นางนที เรียมแสน จำเลยที่ 3 และนายธานี ทุมมาศ จำเลยที่ 4 ในข้อหาร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง (เสือดำ) โดยไม่ได้รับอนุญาตและข้อหาอื่นๆ อีกหลายข้อหา
ต่อมา วันที่ 19 มี.ค. 2562 ศาลจังหวัดทองผาภูมิ พิพากษาจําคุกนายเปรมชัย จำคุก 16 เดือน, นายยงค์ จําคุก 13 เดือน, นางนที และนายธานี จำคุก 4 เดือน และปรับ 10,000 บาท รอการลงโทษ 2 ปี จําคุก 2 ปี 17 เดือน โดยยกฟ้องจําเลยบางข้อหา โดยเฉพาะนายเปรมชัยศาลยกฟ้องในข้อหาร่วมกันเก็บของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติและข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (เสือดำ) แต่ลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนในข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (เสือดำ) แทน
ต่อมา วันที่ 24 พ.ค. 2562 อธิบดีอัยการศาลสูงภาค 7 ได้ยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลลงโทษจำเลยตามฟ้องของพนักงานอัยการโจทก์ทุกข้อหาและต่อมาวันที่ 12 ธ.ค. 2562 ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ได้มีคำพิพากษาลงโทษจำเลยทุกคน ตามที่พนักงานอัยการศาลสูงภาค 7 ยื่นอุทธรณ์ โดยจำคุกนายเปรมชัย 2 ปี 14 เดือน จำคุกนายยงค์ 2 ปี 17 เดือนจำคุกนางนที 1 ปี 8 เดือน รอการลงโทษให้ตามศาลชั้นต้น และจำคุกนายธานี 2 ปี21 เดือน
หลังจากศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำพิพากษาลงโทษจำเลยทุกคนตามที่พนักงานอัยการได้ยื่นอุทธรณ์แล้วอธิบดีอัยการศาลสูงภาค 7 จึงมีคำสั่งไม่ฎีกาครั้งต่อมาวันที่ 31 มี.ค. 2563 จำเลย จำนวน 3 ราย ได้แก่ นายเปรมชัย นายยงค์ และนายธานี ได้ยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาและอธิบดีอัยการศาลสูงภาค 7 ได้แก้ฎีกาเรียบร้อยแล้ว
ศาลฎีกาได้พิจารณาแล้วได้มีคำพิพากษา พบว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้นและไม่มีเหตุต่อการรอการลงโทษ ศาลฎีกายกฟ้องเฉพาะข้อหาร่วมกันรับไว้ซึ่งสัตว์ป่า ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ.๒๕๓๕ เพราะมีการแก้ไขเพิ่มเติม ในปีพ.ศ.2562 และยกเลิกกฎหมายเก่า แต่ยังมีความผิดฐานร่วมกันมีซากสัตว์ไว้ในครอบครอง จึงทำให้โทษของจำเลยทั้งสามยังคงเป็นไปตามศาลชั้นอุทธรณ์ คือ
จำคุกจำเลยที่ 1 นายเปรมชัย คงจําคุก 2 ปี 14 เดือน
จำเลยที่ 2 คงจำคุก 2 ปี 17 เดือน (จำเลยที่ 3 เป็นไปตามศาลอุทธรณ์) จำเลยที่ 4 คงจำคุก 2 ปี 21 เดือน และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย 2 ล้านบาทตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แต่ให้ปรับแก้ไขดอกเบี้ยให้เป็นไปตาม
กฎหมายใหม่
นายประยุทธกล่าวว่า จากที่ได้ดูข้อมูลคดีนี้มาแต่ต้น ตั้งแต่สำนักอัยการทองผาภูมิได้รับเรื่อง หลักฐานสำคัญที่ทำให้สำนวนแน่นหนา ประการแรก คือ ประจักษ์พยาน คือผู้ที่เห็นเหตุการณ์ ถูกสอบอย่างละเอียดทุกขั้นตอน ประการถัดมา คือ วัตถุพยาน
ได้แก่ ซากสัตว์ทั้งหลาย อาวุธปืน เครื่องใช้เครื่องครัว ซึ่งทั้งหมดทำให้นำไปสู่การทำสำนวนอย่างละเอียดถี่ถ้วน รอบคอบและรัดกุมและวันนี้ก็ได้พิสูจน์ทั้งสามศาลว่า ศาลได้มีคำพิพากษาตามที่พนักงานอัยการสั่งฟ้อง
4. เป็นอีกครั้ง ที่จำเลยระดับมหาเศรษฐีต้องติดคุกในยุคนี้
ในขณะที่นักการเมืองระดับอดีตนายกฯ ที่อ้างตัวว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ยังหนีคุกอยู่ต่างประเทศ แต่เที่ยวปลุกปั่นสาวกด้วยการแหกปากว่าตนเองไม่ได้รับความยุติธรรม
สารส้ม

ตอกหน้าคนบูลลี่! ปุ้ย L.กฮ. ตัดพ้อ พยายามแทบตาย เพื่อเอาความสามารถกลบหน้าตา
ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ยก 4 ข้อ ทำไม ปิยบุตร เสนอยกเลิกองคมนตรี ถึงอันตรายต่อเสถียรภาพของประเทศ
Meta ร่อนแถลงการณ์ จัดการไลฟ์สตรีมอนาจาร ลั่นละเมิดกฎชุมชน
เอ็ดดี้ เตือน อย่าให้ฝ่ายการเมืองที่ต่อต้านบทบาทสถาบัน ยึดคำว่า ประชาธิปไตย ไปผูกขาดฝ่ายเดียว
กรมควบคุมโรค ออกแถลงการณ์ชี้แจง แอดมินโผล่ชมไลฟ์สยิว เพราะตามเช็กเรื่องร้องเรียน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี