วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
.jpg)
กลุ่มธุรกิจที่เติบโตต่อเนื่อง มีลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ
โดยเฉพาะระยะหลัง กลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติก็เติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ
ยิ่งในยุคที่สื่อสังคมออนไลน์ การตลาดออนไลน์มีผลมาก ก็ยิ่งเติบโตอย่างรวดเร็ว
นั่นคือ “ตลาดสายมู” (มูมาร์เก็ตติ้ง)
มีบทความที่น่าสนใจ นำเสนอโดย Bangkok Bank SME เรื่องราวความเชื่อและความศรัทธา หลอมรวมกลายเป็นวิถีการดำเนินชีวิต ประเพณี วัฒนธรรม และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล
บทความนี้ พาไปทำความรู้จักกับ“ตลาดสายมู” (มูมาร์เก็ตติ้ง) พร้อมกลยุทธ์การปั้นแบรนด์ด้วย Storytelling โดยผูกความเชื่อเข้ากับโอกาสทางธุรกิจ
ทันสมัยมาก และเห็นภาพชัดเจนมาก
ขอสรุปความที่น่าสนใจ ดังนี้
1. สายมู หรือ มูเตลู คืออะไร
คำว่า “มูเตลู” หรือ “สายมู” สันนิษฐานว่าเป็นคำที่ผวนมาจากชื่อภาพยนตร์ของอินโดนีเซีย เรื่อง Penangkal limu Teluh (ภาษาอังกฤษชื่อว่า Antidote for witchcraft)
ชื่อไทยคือ “เมเตลู ศึกไสยศาสตร์” กำกับโดย S.A Karim ออกฉายเมื่อปี ค.ศ.1979
ปรากฏการณ์เหล่านี้ คือความเชื่อที่ดำรงอยู่ในวิถีชีวิตของคนยุคปัจจุบัน พบเห็นได้ในหลายสังคม เช่น
ในประเทศฮ่องกง มีการไหว้พระขอโชคลาภที่วัดแชกง หมิว ขอพรเรื่องการเรียนและการงานที่วัดหมั่นโหม่
ในไต้หวัน มีการไหว้พระขอเนื้อคู่จากเทพเฒ่าจันทราที่วัดหลงซาน
ในญี่ปุ่น มีการนิยมพกเครื่องรางนำโชคที่เรียกว่าโอมาโมริ (Omamori) เป็นถุงผ้าไหมขนาดเล็กปักลวดลายสวยงาม ภายในถุงมีเครื่องรางทำด้วยกระดาษ ไม้ ผ้าและเหล็ก
ในประเทศไทย มีการไหว้พญานาค ท้าวเวสสุวรรณ ไอ้ไข่ การพกปลัดขิก เป็นต้น
ในสังคมตะวันตก มีความเชื่อในเครื่องรางนำโชค เช่นสัญลักษณ์รูปเกือกม้า เครื่องรางตาข่ายดักฝันร้าย และเครื่องรางดวงตาปีศาจ
2. ความเชื่อเฉพาะบุคคลอย่าง “มูเตลู” ซึ่งเป็นความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับดวงชะตา คนไทยและคนเอเชียมาช้านาน และยังได้รับความสนใจอยู่เสมอ
ทุกวันนี้รอบตัวผู้บริโภคถูกล้อมด้วยคอนเทนต์ที่สื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้งรายการโทรทัศน์, YouTube, Facebook, ทวิตเตอร์ และอีกมากมาย ซึ่งความเชื่อ โชคลางความศักดิ์สิทธิ์ ได้ถูกหยิบยกมาสร้างการรับรู้ในวงกว้างมากขึ้น เพื่อเป็นสิ่งที่ใช้ยึดเหนี่ยวจิตใจ ทั้งจากสภาพเศรษฐกิจ และปัญหาอื่นๆ หากธุรกิจนำมาปรับใช้ เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดสำหรับสายมูโดยเฉพาะ ก็น่าสนใจไม่น้อย
วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือ ซีเอ็มเอ็มยู (CMMU) เผยข้อมูลงานวิจัย “Marketing in the Uncertain World การตลาดของคนอยู่เป็น” พบหลากหลายปัจจัยที่ทำให้คนไทยเกิดความกังวลและรู้สึกถึงความไม่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็น โรคอุบัติใหม่และโรคระบาด เช่น โควิด-19 อันตรายจากปัญหาสิ่งแวดล้อม ขยะล้นโลก ฯลฯ ซึ่งทำให้เกิดปรากฏการณ์ 3 สิ่ง ได้แก่
คนไทยหันหน้าพึ่งสายมู หรือมีความเชื่อโชคลาง (Superstitious)
เกิดความเชื่อในอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer)
และนิยมพูดคุยคลายเหงาในคอมมูนิตี้ออนไลน์ (Online Community
ดร.บุญยิ่ง คงอาชาภัทร หัวหน้าสาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) กล่าวว่า เมื่อโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะด้านใดๆ ก็ตาม โดยธรรมชาติของมนุษย์ก็จะมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตให้สอดคล้องไปกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นเพื่อความอยู่รอด อันจะเห็นได้จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นไปทั่วโลกได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในหลากหลายด้าน ส่งผลให้ภาคธุรกิจต้องเผชิญความท้าทายอย่างต่อเนื่อง ภาคธุรกิจต่างๆ ต้องมีการปรับกลยุทธ์การตลาดให้เท่าทันไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น
จากความกังวลและความไม่แน่นอนดังกล่าว ทำให้คนไทยในทุกกลุ่มเจเนอเรชั่นต้องหาวิธีจัดการกับความรู้สึกซึ่งพบว่าคนไทยหันหน้าพึ่งความเชื่อโชคลาง (Superstitious)
3. 5 อันดับความเชื่อโชคลางที่มีผลต่อคนไทยมากที่สุดคือ
1.พยากรณ์ โหราศาสตร์ ลายมือไพ่ยิปซี
2.พระเครื่องวัตถุมงคล
3.สีมงคล
4.ตัวเลขมงคล
และ 5.เรื่องเหนือธรรมชาติ ตามลำดับ
4. คุณอนัญญา โตแสงชัย ผู้ก่อตั้ง และผู้บริหาร บจ.โฮโรโซไซตี้ กล่าวถึงพฤติกรรมของผู้บริโภค และการทำตลาดสายมูว่า การตลาดสายมู (Muketing) เป็นรูปแบบการตลาดที่สามารถครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายได้ในทุกระดับฐานะ ทุกเพศทุกวัย ทุกสายอาชีพ คอนเทนต์ประเภทนี้มักได้รับความนิยมและมี Engagement ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับคอนเทนต์ประเภทอื่น
นอกจาก การตลาดสายมู (Muketing) ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดแล้ว การตลาดที่ใช้นักพยากรณ์มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ หรือ KOL (Key Opinion Leader) สามารถสร้างกระแสความนิยม (Trend) สร้างอัตราการรักษาลูกค้า (Customer Retaining Rate) และดึงดูดกำลังซื้อของผู้บริโภคได้อย่างมหาศาล
กรณีศึกษาจากเครือข่ายมือถือ 3 ยักษ์ใหญ่ ที่หลายปีมานี้ต่างก็แข่งขันกันด้วยกลยุทธ์ “เบอร์มงคล” โดยใช้นักพยากรณ์ชื่อดังของเมืองไทยมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ซึ่ง แมน-การิน ศตายุส์ก็เป็นหนึ่งคนที่โด่งดัง และประสบความสำเร็จจากแคมเปญ “เบอร์เสริมชีวิต” ของเอไอเอส ที่คัดสรรเบอร์มงคลให้กับผู้ใช้งานกว่า 2 ล้านเบอร์ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา
โดยเบอร์มงคลนั้นยังคงเป็น Segment ใหญ่ของ “การตลาดสายมู” (Muketing) ที่สามารถสร้างมูลค่าสูงขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง
5. “ศรัทธา.online”
เว็บไซต์ “ศรัทธา.online” ซึ่งเป็นผู้ชนะในการแข่งขัน “Line hackathon”
โดยลูกค้าสามารถขอพร - แก้บน - เช็คดวง ฯลฯ ได้ง่ายๆ ผ่านแพลตฟอร์มนี้
ถือเป็นการปรับตัวรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคได้น่าสนใจ โดยเป็นการทำความเข้าใจ pain point ของคน ด้วยแนวคิดว่า โลกที่หมุนไปตามอินเตอร์เนต จะทำอย่างไรให้มาผูกกับความเชื่อเหล่านี้ได้ จึงเป็นที่มาของธุรกิจดังกล่าว
บนเว็บไซต์ “ศรัทธา.online” ประกอบด้วยบริการสิ่งที่ผู้ใช้งานอยากขอพร หรือบนกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่น แพ็กเกจเน้นความรัก, การงาน, การเงิน ไปจนถึงการแก้ปีชง เป็นต้น
6. ในต่างประเทศ
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ รายงานว่า หลังจากที่เมื่อช่วงกลางเดือนตุลาคม 2566 University of Exeter ของอังกฤษได้ประกาศเปิดหลักสูตรระดับปริญญาโทในสาขา Magic and Occult Science (ศาสตร์แห่งเวทมนตร์และไสยศาสตร์) ทำให้กระแสเกี่ยวกับเวทมนตร์และไสยศาสตร์ได้รับความสนใจไปทั่วโลกรวมถึงในไต้หวันด้วย
โดยมีการประมาณการว่ามูลค่าอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น การดูดวง และการซื้อขายสินค้าเครื่องรางของขลัง คิดเป็นมูลค่ารวมทั่วโลกสูงถึง 2,300 ล้านเหรียญสหรัฐในขณะที่มีผลการวิจัยในต่างประเทศชี้ว่า เมื่อ 20 กว่าปีก่อน จำนวนผู้ที่มีความเชื่อในเวทมนตร์และไสยศาสตร์ในสหรัฐฯ มีจำนวนประมาณ 134,000 คนเท่านั้น แต่ในปัจจุบัน ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 2 ล้านกว่าแล้ว
บนแพลตฟอร์ม Etsy ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซสำหรับสินค้าออกแบบและไลฟ์สไตล์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ก็มีผู้ขายที่เน้นการขายสินค้าเกี่ยวกับ Magic Industry มากกว่า 36,000 ราย ในขณะที่ #WitchTok ก็มียอดคลิกชมสะสมเกือบ 50,000 ล้านครั้งบน TikTok ด้วย
รศ.ดร.หนิ่วเจ๋อสวิน ประจำภาควิชาการโฆษณาของมหาวิทยาลัย Chinese Culture University ในไทเป ชี้ว่า หากพิจารณาจากมุมมองด้านการตลาดแล้ว การประกาศเปิดหลักสูตรด้านเวทมนตร์และไสยศาสตร์ของ University of Exeter ถือเป็นการสร้างเอกลักษณ์และเป็นจุดขายที่สำคัญของทางมหาวิทยาลัย อีกทั้งยังเป็นการต่อยอดจากการที่ J.K. Rowling เป็นศิษย์เก่าของสถาบันแห่งนี้ จึงสามารถสร้างความเชื่อมโยงได้อย่างกลมกลืน
ในงานแสดงสินค้า PINKOI Design Fest 2023 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าเกี่ยวกับสินค้าออกแบบที่จัดขึ้นในไทเป ระหว่างวันที่ 17-19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ก็มีผู้ร่วมจัดแสดงที่เป็นหมอดูไพ่ทาโรต์ คือ Alp Kirin ซึ่งออกผลิตภัณฑ์เทียนหอมและน้ำหอมของตัวเอง และได้รับความสนใจจากผู้มาเยี่ยมชมงานเป็นจำนวนมาก โดยสินค้าของ alp-prophet มีวางจำหน่ายบนแพลตฟอร์มของ PINKOI ที่เป็นแพลตฟอร์มอี-คอนเมิร์ซชื่อดังของไต้หวันสำหรับสินค้าไลฟ์สไตล์ของไต้หวันด้วย (ที่มา : TVBS / Business Weekly November 20, 2023)
ที่ผ่านมา ชาวไต้หวันซึ่งได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมจีนที่มีทั้งการทรงเจ้าและไหว้เจ้า และนิยมไปไหว้พระพรหมเอราวัณในยามที่เดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศไทย ทำให้มีการตั้งศาลพระพรหมทั่วไต้หวันเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้วัตถุมงคล เช่น พระเครื่องและตะกรุด ของไทยได้รับความนิยมในหมู่ชาวไต้หวันจำนวนไม่น้อยเช่นกัน
ดังจะพบเห็นร้านให้เช่าวัตถุมงคลของไทยเป็นจำนวนมาก
ทั้งช่องทางออนไลน์ คือ แพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซและช่องทางออฟไลน์ คือ ร้านค้าที่ตั้งอยู่ใกล้กับศาลพระพรหมตามที่ต่างๆ และร้านค้าที่อยู่ตามตลาดนัดกลางคืนใหญ่ๆ
การที่ไทยมีรากฐานทางวัฒนธรรมและมีความเชื่อท้องถิ่นที่สอดคล้องกับกระแสของ Magic Economy ทำให้หากสามารถสร้างแบบแผนและมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในเชิงวิชาการได้
เชื่อว่า จะกลายเป็นอีกหนึ่ง Soft Power ที่มีศักยภาพของไทยในตลาดไต้หวันและตลาดเอเชียได้
7. ข้างต้นนั้น คือเนื้อหาสาระสำคัญจากบทความที่นำเสนอโดย Bangkok Bank SME
เมื่อมองไปที่ “วัตถุดิบ” หรือ “ปัจจัยการผลิต” สินค้าและบริการด้านนี้ในบ้านเราจะพบว่า มีมากมาย หลากหลาย กว้างขวาง และกระจายอยู่ทุกภูมิภาคเลยก็ว่าได้
น่าสนใจต่อยอด ขยายผล ต่อไปอย่างยิ่ง
สารส้ม

ตอกหน้าคนบูลลี่! ปุ้ย L.กฮ. ตัดพ้อ พยายามแทบตาย เพื่อเอาความสามารถกลบหน้าตา
ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ยก 4 ข้อ ทำไม ปิยบุตร เสนอยกเลิกองคมนตรี ถึงอันตรายต่อเสถียรภาพของประเทศ
Meta ร่อนแถลงการณ์ จัดการไลฟ์สตรีมอนาจาร ลั่นละเมิดกฎชุมชน
เอ็ดดี้ เตือน อย่าให้ฝ่ายการเมืองที่ต่อต้านบทบาทสถาบัน ยึดคำว่า ประชาธิปไตย ไปผูกขาดฝ่ายเดียว
กรมควบคุมโรค ออกแถลงการณ์ชี้แจง แอดมินโผล่ชมไลฟ์สยิว เพราะตามเช็กเรื่องร้องเรียน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี