วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569
“มึงรู้จักกูน้อยไป” นายสุชาติ ชมกลิ่น หรือ“เสี่ยเฮ้ง” นักการเมืองบ้านใหญ่ชลบุรีของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีอารมณ์เดือด หลังจากถูกนักข่าวสายทำเนียบรัฐบาลจี้ถามเรื่องผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ ที่ระบุว่ากรมควบคุมมลพิษ คือหน่วยงานของรัฐที่มีมูลค่าสินบนเฉลี่ยสูงสุดเฉลี่ยต่อครั้ง 102,160 บาท
ผลสำรวจดังกล่าวที่มีการแถลงเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมาเป็นงานวิจัยของภาคเอกชน โดยความร่วมมือกันหลายภาคส่วน อาทิ “กกร.” คือ สภาหอการค้าฯ, สภาอุตสาหกรรมฯ, สมาคมธนาคารไทย และภาควิชาการ เช่น TDRI (สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย), จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยหอการค้า, สถาบันเพื่อการยุติธรรม ฯลฯ และภาคีเครือข่าย ซึ่ง“คณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อน ไม่ทน” ได้ร่วมกันสำรวจความเห็นจากผู้ประกอบการทุกด้านที่เคยถูกเรียกสินบน เพื่อนำผลสรุปสะท้อนภาพให้รัฐบาลเร่งแก้ไข
ทั้งนี้ ก่อนที่นายสุชาติ ชมกลิ่น จะปะทุอารมณ์ จากการให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมวานนี้ ที่ทำเนียบรัฐบาลก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีประจำสัปดาห์ทุกวันอังคารนั้น ช่วงต้นก็ยังตอบคำถามเป็นปกติ-โดยกล่าวว่า
“การทำโพลหรือการวิจารณ์สามารถทำได้หมด แต่ถ้าทำโพลแล้วมีผลกระทบ ทำให้เขาเสื่อมเสียชื่อเสียง หรือเสียขวัญกำลังใจ โดยที่ไม่มีข้อมูล หลักฐาน ถามว่า จ่ายเพื่ออะไร และทุจริตแล้วได้อะไร คุณต้องการอะไรจากเขา สำหรับผมในฐานะหัวหน้าครอบครัวก็ต้องปกป้อง ผมมีหน่วยงานที่ต้องควบคุมทั้งหมด 9 กรม เหมือนมีลูก 9 คน เราเลี้ยงลูกมาทำไมเราจะไม่รู้ว่า ลูกเราคนไหนเป็นอย่างไร การจะตีลูกเราต้องมีหลักฐาน ถ้าจะมาฟ้องลูกเราก็ต้องมีหลักฐานว่า ลูกเราเกเรอย่างไร ถึงจะตีหรือลงโทษลูกเราได้ หรือถ้ามีการดำเนินคดีทางกฎหมายก็ต้องลงโทษตามกฎหมาย ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นกับกรมควบคุมมลพิษหลังจากเป็นข่าววันแรก ผมได้ให้อธิบดีกรมควบคุมมลพิษเป็นผู้ชี้แจง”
พร้อมกันนี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น ได้กล่าวเปรียบเปรยว่า ตนในฐานะหัวหน้าครอบครัว วันนี้ได้มอบหมายให้พี่สาวคนโต คือปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯเป็นคนไปจัดการให้สังคมกระจ่าง และประสานกับ กกร. เพื่อนำข้อมูลมาชี้แจง เป็นหน้าที่ของปลัดกระทรวง เพราะเป็นผู้ปกครอง เป็นหัวหน้าราชการ พร้อมกับกล่าวว่า “นิสัยผม สไตล์ผม ไม่ใช่ไม่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ สื่อก็เห็นว่าโพลอะไรบ้างแล้วชี้บอกว่าคนนี้ทุจริต คนนี้ผิด มีแต่บอกว่าคะแนนสูสี ใครจะแพ้-ชนะเลือกตั้ง เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ถ้าโพลชี้นำว่าครอบครัวของสื่อเป็นครอบครัวที่ไม่ดี ครอบครัวที่แย่ สื่อรับได้หรือไม่ ก็รับไม่ได้ ต้องเอาหลักฐานมาดู ผมถึงจะยอมรับ ยอมรับด้วยความเป็นลูกผู้ชาย ถ้าผิดก็ต้องลงโทษ”
นอกจากนั้น นายสุชาติ ชมกลิ่น ยังกล่าวอีกว่า “ผมไม่เคยให้ท้ายข้าราชการที่ไม่ดี สังเกตได้ว่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ ตั้งกรรมการสอบ ให้ออกไม่รู้กี่คน ตั้งแต่ผมมาอยู่เพียงไม่กี่เดือน เอาออกหมดไม่ว่าใครทำผิด ใครที่ทำให้ทรัพยากรเสียหาย ร่วมมือกับนายทุน ผมเอาออกหมด ส่วนกรณีนายกฯตั้งนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯเป็นคณะทำงานประสานทั้งหมด ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี ต้องบอกว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งที่บั่นทอนจิตใจของคนทำงาน”
ผู้สื่อข่าวถามว่า “จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องฟ้องเพื่อเรียกหลักฐานมาดู”นายสุชาติ ชมกลิ่น ชี้แจงว่า “ผมไม่ได้บอกว่า ฟ้อง แต่อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (นายสุรินทร์ วรกิจธำรง) ได้บอกแล้วว่า ได้ทำหนังสือเปิดผนึกไปขอหลักฐานที่ว่า มีการจ่ายเงินเพื่อต้องการอะไรจากกรมควบคุมมลพิษ เพราะกรมฯไม่ได้มีหน้าที่ออกใบอนุญาต เนื่องจากเป็นกรมวิชาการ ไม่ได้มีหน้าที่ออกใบอนุญาต หรือให้คุณให้โทษที่จะให้เปิด-ปิดโรงงานได้ มันไม่มี”
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า เมื่อมีข่าวนี้ออกมาควรจะเป็นหน้าที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯที่จะตรวจสอบก่อนหรือไม่, นายสุชาติ ชมกลิ่นตอบว่า “มันเป็นเรื่องการเมือง กลายเป็นว่า มีนักการเมืองบางกลุ่มหยิบยกเรื่องนี้มาเป็นประเด็นและขยายความว่า เราไม่ยอมรับ ซึ่งมันไม่ใช่ ต้องแยกประเด็นก่อน สมมุติมีโพลๆ หนึ่งทำโพลว่า สส.พรรคใดที่มีคดีเยอะที่สุด แล้วถ้าผลออกมาว่า เป็นพรรคของคุณ คุณยอมรับหรือไม่ คุณก็ไม่ยอมรับ เพราะโพลไม่สามารถชี้ได้ว่าคนนั้นคนนี้ เพราะเป็นการติ๊ก เป็นกูเกิลฟอร์ม”
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ในฐานะเจ้ากระทรวงควรตรวจสอบภายในกระทรวงก่อนหรือไม่ นายสุชาติ ชมกลิ่น กล่าวว่า“แน่นอน แต่ลำดับแรกผมได้ให้อธิบดีกรมควบคุมมลพิษชี้แจงแล้ว ทุกกรมต้องออกมาปกป้องศักดิ์ศรี เมื่อวันหนึ่งลูกบอกว่า แม่เขาไม่ได้ทำ เราเลี้ยงลูก ก็รู้ว่าลูกเราเป็นอย่างไร เราปกป้องลูกเราก่อน ถ้าปกป้องเสร็จก็ต้องบอกคนที่ว่าลูกเรา ให้เอาหลักฐานมาหน่อย เดี๋ยวเราจะตีลูกเราเอง”
จากนั้นก็มีคำถามต่อเนื่องอีกสี่ห้าคำถาม จนมาถึงคำถามท้ายๆ ที่ผู้สื่อข่าวอาวุโสเพศชายรายหนึ่งซึ่งถามจี้มาตั้งแต่ต้น ได้ถามในลักษณะตั้งข้อสังเกตว่า สิ่งที่นายสุชาติ ชมกลิ่น พูดเหมือนไม่เห็นด้วยกับผลสำรวจดังกล่าว ซึ่งนายสุชาติย้อนถามกลับว่า “แล้วคุณจะแนะนำอย่างไร”,ผู้สื่อข่าวอาวุโสรายนั้นตอบว่า“ไม่ได้แนะนำ เพียงแต่บอกว่า เรื่องนี้ควรมีการตรวจสอบก่อน แต่ถ้ามีข่าวปุ๊บแล้วรัฐมนตรีฯไม่เห็นด้วยเลย มันจะเป็นปัญหาว่า เราไม่ยอมรับกระบวนการ”, นายสุชาติชี้แจงตอบว่า “ผมก็ให้อธิบดีฯชี้แจงก่อน ให้คนออกมาชี้แจงทั้งหมดก่อน ผมมาพูดหลังจากที่กรมควบคุมมลพิษชี้แจงไปแล้ว”
ผู้สื่อข่าวอาวุโสรายนี้ก็ยังไม่ลดละเหมือนจะถามจี้เอาเรื่องให้ได้ โดยกล่าวว่า “การชี้แจงมันไม่ใช่การตรวจสอบ มันเหมือนเป็นการออกมาพูดเฉยๆ”, นายสุชาติ ชมกลิ่น กล่าวว่า “การตรวจสอบก็ต้องให้ กกร.เอาหลักฐานออกมาว่า ที่ทำโพลมาว่ารับเงินในข้อหาได้ใบอนุญาต หรือใบอะไร” จากนั้นผู้สื่อข่าวอาวุโสรายนี้ ได้ถามเป็นคำถามสุดท้ายว่า “สรุปว่า ท่านไม่ได้ตรวจสอบใช่หรือไม่”, นายสุชาติแสดงสีหน้าไม่พอใจอย่างมาก ก่อนชี้มือไปที่ผู้สื่อข่าวรายนี้และกล่าวตอบว่า “ผมถาม ผมโทรฯไปถามพี่พจน์(นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์-ประธานสภาหอการค้าไทย) ให้เอาหลักฐานมาผมโทรฯไปเอง ถามเขาดูว่าจริงมั้ย ผมเป็นคนชัดเจน”
และบรรยากาศจาก“หน้างาน”เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมวานนี้ ตามที่ผู้สื่อข่าวรายนั้นได้ระบุว่า ภายหลังการให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น สีหน้าของนายสุชาติ ชมกลิ่น แสดงออกถึงความไม่พอใจ และเดินแหวกวงสัมภาษณ์ตรงจุดที่ผู้สื่อข่าวอาวุโสยืนอยู่ และวินาทีนั้นก็มีการเดินชนไหล่ ซึ่งผู้สื่อข่าวอาวุโสรายนี้ถึงกับพูดขึ้นมาว่า “เดินชนกันอย่างนี้เลยหรือ” ขณะที่นายสุชาติ
ได้หันมาพูดว่า “มึงรู้จักกูน้อยไป” ก่อนจะเดินขึ้นไปประชุมคณะรัฐมนตรี ณ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล
สุดท้ายผ่านไปเกือบสองชั่วโมง เมื่อการประชุมคณะรัฐมนตรีเสร็จสิ้น นายสุชาติ ชมกลิ่น ได้เดินเข้าไป“รังนกกระจอก” ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติงานของผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล เพื่อขออภัยกับผู้สื่อข่าวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยยกมือไหว้ขอโทษผู้สื่อข่าวและผู้สื่อข่าวอาวุโสที่นายสุชาติเดินชนไหล่ พร้อมกับกล่าวว่า
“ขอโทษทีพี่ ขอโทษๆ ที่พี่แนะนำผมน้อมรับไว้ เราต่างอยู่คนละมุม เราอาจตั้งใจสูง ต้องขอโทษ ด้วยความที่เรามีความตั้งใจในการทำงาน ตอนแรกเราก็ได้แก้ไขปัญหา ชี้แจงในเรื่องที่ถูกต้อง และต้องขอโทษจริงๆ ที่พูดกับพี่ไม่ดี เราลูกผู้ชายต้องขอโทษ ขอให้ถือว่าผมเป็นน้องของพี่ สิ่งที่ผมพูดไป อาจจะมีข้อมูลอีกด้าน เราอาจจะฟังมาจากคนข้างนอกหมด เมื่อกี้นั่งประชุม ครม. ก็คิดว่าลงมาขอโทษพี่ดีกว่า และได้ให้ทีมงานประสานมา ขอให้พี่ให้อภัยผมก็แล้วกัน ก็ผิดพลาดกันได้ เพราะบางคนมีความตั้งใจคนละด้าน แต่เมื่อย้อนฟังคำถามก็ทราบว่าหวังดีกับผม โดยปกติผมไม่เคยหลบเลี่ยงการให้สัมภาษณ์ แต่ครั้งนี้อาจกระทบกระทั่งน้ำใจกัน จึงขอโทษทุกคน”
ขณะที่ผู้สื่อข่าวอาวุโสคู่กรณีก็ได้รับไหว้ พร้อมบอกว่า “ไม่เป็นไรไม่ต้องขอโทษ ไม่มีปัญหาอะไร ผมทำข่าวนานแล้ว เกือบ 30 ปี ไม่มีอคติ แต่เราต้องถามให้เคลียร์ แรกๆ ผมเข้าใจว่ารัฐมนตรีฯจะเดินมาคุยด้วยซ้ำ เพราะเราปฏิบัติกันแบบนี้ เวลาเราคุย เราซักกัน ก็จบในวง ออกมาก็คุยกันได้ พอได้ยินคำสบถทีหลัง ผมก็รู้สึกว่าทำไมติดใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ”
อย่างไรก็ดี แม้นายสุชาติ ชมกลิ่น จะกล่าวขอโทษแล้วก็ตาม แต่“งานนี้”ไม่จบง่ายๆ แน่นอน นายสุชาติรอรับ“กฐินสามัคคี”ได้เลย และคนแรกก็คือเป็นไปตามคาด หลังจากข่าวนี้แพร่กระจายเป็นไวรัลในโลกโชเซียล ก็ปรากฏว่า“ไอซ์-รักชนก ศรีนอก”สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คู่ปรับตลอดกาลของนายสุชาติ และเวลานี้มีคดีความกันอยู่ในศาล ได้ออกมากระโดด“งับ”แบบ“ได้ทีขี่แพะไล่”ทันที โดยได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า
“คนถ่อย แปลว่า คนชั่ว คนตํ่าช้า หรือคนสันดานหยาบคาย อาจใช้เรียกผู้ที่ประพฤติปฏิบัติกับผู้ที่มีความสัมพันธ์เชิงอำนาจด้อยกว่า ด้วยกิริยาต่ำทรามข่มขู่คุกคาม และเราไม่ควรสนับสนุนให้คนเช่นนี้มีอำนาจ ในที่สาธารณะยังกร่างขนาดนี้ ในที่ลับจะขนาดไหน”
บรรทัดนี้ เชื่อว่าจากนี้ไป ก็คงมีบรรดา“นักร้อง”รับงานต่อเพื่อเล่นงานนายสุชาติ ชมกลิ่น แน่นอน ฐาน“ผิดมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง” เพราะปัจจุบันนี้นายสุชาติไม่ได้มีสถานภาพเป็นเพียงแค่นักการเมือง“บ้านใหญ่”จังหวัดชลบุรี หรือ“เสี่ยเฮ้ง-ขาใหญ่เมืองชล”
แต่เป็นเสนาบดีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม-ที่“สติ”จะต้องอยู่เหนือ“อารมณ์” !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

รัฐบาลเตือนแฟนบอลไทย! ระวังมิจฉาชีพเกาะกระแสฟุตบอลโลก 2026
ประกาศสำนักพระราชวัง การถวายน้ำสรงและถวายสักการะพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา
นาทีแห่งอิสรภาพของ ทนายตั้ม หลังศาลให้ประกันตัว เปิดใจครั้งแรกเดินหน้าสู้คดี
แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา สิ้นพระชนม์
ย้อนรำลึกพระเกียรติประวัติ 'พระองค์ภา' เจ้าหญิงผู้เป็นที่รักยิ่งของชาวไทย

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี