วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
วันนี้เป็นวันแรกที่รัฐบาลเปิดให้ประชาชน43 ล้านคน ได้ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งในเวอร์ชั่นไทยช่วยไทยพลัส จุดประสงค์เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชนที่ได้รับผลกระทบวิกฤตพลังงานจากผลพวงของสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งยืดเยื้อมาเกือบจะ 3 เดือนในอีกไม่กี่วันนี้แล้ว ก็ยังคาดเดาไม่ได้ว่าจะยุติลงเมื่อไหร่ ส่วนช่องแคบฮอร์มุซก็แทบปิดตาย
สรุปย่อๆ โครงการไทยช่วยไทยพลัส จะให้ความช่วยเหลือ 3 กลุ่มหลักๆ กลุ่มแรกคือประชาชนทั่วไปประมาณ 30 ล้านคน โดยรัฐบาลออกให้ 60% ส่วนประชาชนจ่ายเอง 40% เดือนละ 1,000 บาท ต่อเนื่องเป็นเวลา 4 เดือน ใช้จ่ายไม่เกินวันละ 200 บาท และต้องใช้ให้หมดในเดือนนั้น เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน-30 กันยายน 2569
ส่วนกลุ่มที่สอง คือ กลุ่มเปราะบางผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.18 ล้านคน จะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก 700 บาท จากเดิม 300 บาท รวมเป็น 1,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 4 เดือน และกลุ่มสุดท้ายคือ มาตรการช่วยเหลือร้านค้ารายเล็กรายน้อยและผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ ให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ในยุคที่ต้นทุนสูง และกำลังซื้อหดตัว
ไทยช่วยไทยพลัส ใช้วงเงินไม่เกิน 175,718.66 ล้านบาท ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบวงเงินกู้ 200,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินก้อนแรกจากการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท แต่ถึงแม้ตอนนี้
พ.ร.ก.กู้เงินมีผลบังคับใช้แล้ว และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นที่เรียบร้อย ก็ยังมีข้อน่ากังวลตรงที่ฝ่ายค้านยื่นตีความต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า จำเป็นเร่งด่วนหรือไม่ สถานะยังรอคำวินิจฉัยอยู่
ขณะนี้กำลังมีคำถามว่า พ.ร.ก.กู้เงินฉบับนี้น่าเป็นห่วงหรือไม่ ก็ต้องบอกว่า เสียงแตกบางคนก็บอกว่าไม่น่าจะมีปัญหาติดขัดอะไรเพราะก็เคยกู้กันมาแล้ว แต่บางส่วนก็มองว่า สำหรับเงินก้อนแรก 200,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเรื่องค่าครองชีพประชาชนนั้น มีน้ำหนักฟังได้ว่า มีความจำเป็นเร่งด่วนจริงๆ เพราะสถานการณ์ทั่วโลกวิกฤตเป็นเหมือนกันหมด
แต่นักกฎหมายบางคนก็มองว่า มีข้อกังวลอยู่เหมือนกันก็คือ เงินก้อนที่สองอีก 200,000 ล้านบาท ที่รัฐบาลบอกจะเอามาใช้ในโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน อาจดูสุ่มเสี่ยงว่า เร่งด่วนฉุกเฉินหรือไม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างศาลรัฐธรรมนูญได้ให้ทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทำหนังสือชี้แจงเหตุผลด้วยประการทั้งปวงภายใน 7 วัน
ถ้าฟังจากการประเมินของ นายเอกนิตินิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลังก็ต้องยอมรับว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยจากนี้อาการน่าเป็นห่วงอย่างยิ่งเนื่องจากวิกฤตครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องตัวเลขเศรษฐกิจ แต่คือวิกฤตต้นทุนและค่าครองชีพ ซึ่งส่งผลต่อกำลังซื้อหดหายและอาจนำไปสู่การปิดตัวของธุรกิจรายเล็กที่ไม่มีสายป่านยาวพอและส่งผลต่อการจ้างงาน
คือหากมองในภาพรวม ก็ต้องบอกว่าทั้งหมดนี้จะกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของคนไทยจำนวนมาก จากนี้ไปจึงขึ้นอยู่กับฝีมือของรัฐบาลว่า จะประคองสถานการณ์ให้ยืนระยะไปได้แค่ไหน โดยเฉพาะวิกฤตพลังงานที่มีคำเตือนออกมาแล้วว่า ปริมาณน้ำมันสำรองของโลกกำลังลดลงอย่างรุนแรงและภาวะพลังงานขาดตลาดจริงๆ นั้น อาจเริ่มปรากฏในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้

ตอกหน้าคนบูลลี่! ปุ้ย L.กฮ. ตัดพ้อ พยายามแทบตาย เพื่อเอาความสามารถกลบหน้าตา
ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ยก 4 ข้อ ทำไม ปิยบุตร เสนอยกเลิกองคมนตรี ถึงอันตรายต่อเสถียรภาพของประเทศ
Meta ร่อนแถลงการณ์ จัดการไลฟ์สตรีมอนาจาร ลั่นละเมิดกฎชุมชน
เอ็ดดี้ เตือน อย่าให้ฝ่ายการเมืองที่ต่อต้านบทบาทสถาบัน ยึดคำว่า ประชาธิปไตย ไปผูกขาดฝ่ายเดียว
กรมควบคุมโรค ออกแถลงการณ์ชี้แจง แอดมินโผล่ชมไลฟ์สยิว เพราะตามเช็กเรื่องร้องเรียน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี