วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569
การปรากฏตัวของอดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณชินวัตร ที่ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมปลายสัปดาห์ที่แล้ว งานนี้ถือว่า“ทักษิณ”เล่นใหญ่ หลังจากเข้าไปอยู่ในเรือนจำกลางคลองเปรมแบบติดคุกจริงจากคดีทุจริตโกงบ้านกินเมืองสมัยเป็นนายกรัฐมนตรี และได้รับพระราชทานอภัยโทษเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
ที่“เล่นใหญ่”เพราะ“ทักษิณ ชินวัตร”หาแสงด้วยการประกบกับ“ปราโบโว ซูเบียนโต”ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ถึงขนาดที่ผู้นำอินโดนีเซียเปิดบ้านพักส่วนตัวบนถนนเกอร์ตาเนการา ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ต้อนรับ“ทักษิณ” และไม่เพียงเฉพาะ“ทักษิณ”เท่านั้น ยังมี 2 อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงของประเทศไทยจาก“ตระกูลชินวัตร”เข้าฉากอยู่ในเฟรมเดียวกันด้วย
จากภาพที่เพจเฟซบุ๊ก “Pheuthai Lux”เผยแพร่ภาพและข่าวเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีภาพ“ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” และ“แพทองธาร ชินวัตร”น้องสาวและบุตรสาวของ“ทักษิณ ชินวัตร”สวมใส่เสื้อผ้าชุดลำลองทั้งสามคน นั่งอยู่บนเก้าอี้โซฟาในห้องรับแขกบ้านพักส่วนตัวของประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ซึ่ง“ทักษิณ”นั่งอยู่ตรงกลางระหว่างประธานาธิบดีอินโดนีเซีย กับน้องสาวและบุตรสาว โดยเพจเฟซบุ๊กของพรรคเพื่อไทยได้บรรยายข้อความว่า
“ประธานาธิบดีปราโบโว ของอินโดนีเซีย เปิดบ้านพักส่วนตัวต้อนรับ 3 อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร แพทองธารชินวัตร และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หารือประเด็นสถานการณ์ภูมิภาค-ความเคลื่อนไหวระดับโลก กระชับความร่วมมือสองประเทศ”
และหลังจากเพจเฟซบุ๊ก “Pheuthai Lux”โพสต์ภาพ“ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์-แพทองธาร”และข้อความดังกล่าวไปแล้ว จากนั้นอีก 1 ชั่วโมงต่อมา ก็ได้โพสต์ภาพและข้อความตามมาอีกหนึ่งชุด เป็นภาพคนละชุดกับโพสต์แรกแต่เป็นภาพในห้องประชุม มีเพียงแค่ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์-แพทองธาร”เท่านั้น ไม่ได้มี“ปราโบโว ซูเบียนโต”นั่งอยู่ด้วย โดยได้บรรยายข้อความในโพสต์นี้ว่า
“ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ต้อนรับ 3 อดีตนายกฯไทยตระกูลชินวัตรชื่นมื่น ทั้ง “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์-แพทองธาร” หารือวาระยุทธศาสตร์หลายด้าน รวมถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจ การบริหารจัดการทรัพย์สิน ส่งเสริมการลงทุน”
คำถามก็คือ “ทักษิณ ชินวัตร”, “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” และ“แพทองธาร ชินวัตร” หารือ“วาระยุทธศาสตร์”กับประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เกี่ยวกับเศรษฐกิจและการลงทุนในฐานะอะไรและเพื่อใคร
ถ้า 3 อดีตนายกรัฐมนตรีไทย“ตระกูลชินวัตร” ประชุมหารือกับ“ปราโบโว ซูเบียนโต”ประธานาธิบดีอินโดนีเซียเกี่ยวกับผลประโยชน์ของ“บริษัทในเครือชินคอร์ป” อันเป็นผลประโยชน์ส่วนตัวของ“ตระกูลชินวัตร” เพื่อหาลู่ทางการในการค้าขายและการลงทุนกับอินโดนีเซีย เรื่องนี้ถือว่าไม่ผิด และไม่มีใครว่าอะไรได้
แต่ถ้าอดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตรและพรรคเพื่อไทยจะอ้างว่าเป็นหารือเพื่อผลประโยชน์ของประเทศไทย หรือเป็นตัวแทนของรัฐบาลไทย ในฐานะที่“ทักษิณ ชินวัตร”เป็นนายทุนและเจ้าของพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลในเวลานี้ ต้องถือว่าผิดอย่างยิ่ง และเป็นการ“ตีกิน”ในลักษณะ“เล่นใหญ่” ตามนิสัยถาวรของ“ทักษิณ”ที่เปลี่ยนไม่ได้
ด้วยเหตุที่ “ทักษิณ ชินวัตร”ไม่ได้มีสถานภาพอะไรในรัฐบาลชุดนี้ เนื่องจาก“ทักษิณ”เป็นอดีตนักโทษคดีทุจริตโกงชาติโกงแผ่นดิน ที่เวลานี้ยังมีคดีความติดตัวซึ่งเป็นจำเลยและผู้ถูกกล่าวหาอยู่อีก 2 คดี คือคดี“มาตรา 112” ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลอุทธรณ์ และคดี“ป่วยทิพย์ชั้น 14”ที่ ป.ป.ช.กำลังไต่สวนและรวบรวมพยานหลักฐาน ว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้องร่วมกับข้าราชการประจำสังกัดกรมราชทัณฑ์ และ 2 อดีตแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ
นอกเหนือจากนั้น “ทักษิณ ชินวัตร”ก็ยังมีคดีใหญ่อีกหนึ่งคดี ที่ถึงแม้ว่าศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากร จะพิพากษาไปแล้วเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 ให้“ทักษิณ”ต้องจ่ายภาษีเงินได้
บุคคลธรรมดา พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม รวมเป็นเงิน 1.76 หมื่นล้านบาท จากกรณีการขายหุ้น“ชินคอร์ป”ให้“เทมาเส็ก”ของสิงคโปร์โดยไม่เสียภาษีในปี 2549 แต่ปรากฏว่าจนถึง
ขณะนี้“ทักษิณ”ก็ยังไม่ยอมชำระเงินก้อนนี้
ดังนั้น“ทักษิณ ชินวัตร” และพรรคเพื่อไทย จึงไม่สามารถจะกล่าวอ้างว่า “ทักษิณ”เป็นตัวแทนของประเทศไทยที่ไปพบปะหารือกับประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เพื่อนำมาใช้“ตีกิน”ได้ เพราะโดยข้อเท็จจริง“ทักษิณ“วิ่งไป“หาแสง” สำหรับทำให้“ดูดีมีราคา”อันเป็นการลบภาพ“ขี้คุก”ของตนเอง และเรื่องนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของรัฐบาลไทย ก็ได้ให้สัมภาษชัดเจนว่า การไปพบประธานาธิบดีอินโดนีเซียของ“ทักษิณ”นั้น “เป็นเรื่องส่วนตัว” และ“ทักษิณ”ไม่ได้ไปในฐานะ“ผู้แทนรัฐบาลไทย”
แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับ การที่มี“ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”นักโทษหนีคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ร่วมอยู่ในเฟรมเดียวกับ“ทักษิณ ชินวัตร”นั้น “ทักษิณ”และรวมไปถึง“แพทองธารชินวัตร”อาจจะมีความผิดโดยมีพฤติการณ์ที่เข้าข่าย“การช่วยเหลือ”นักโทษหนีคดี ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม ในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ก็เป็นได้
เพราะเวลานี้“ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ที่เป็นน้องสาวของ“ทักษิณ ชินวัตร” และอาของ“แพทองธาร ชินวัตร” มีโทษติดตัวอยู่ 5 ปี จากคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ในส่วนที่ขายข้าวแบบ“จีทูจี”จนทำให้รัฐเสียหาย ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้มีคำพิพากษาลับหลังเมื่อเดือนกันยายน ปี 2560 สั่งจำคุก“ยิ่งลักษณ์” โดยที่“ยิ่งลักษณ์”หลบหนีออกจากประเทศไทยมาแล้วถึง 9 ปี แต่“ตำรวจไทย”ก็ยังไม่สามารถจับกุมตัวมาติดคุกได้ตามหมายจับของศาล
อีกทั้ง“ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”ก็ยังมีชนักติดหลังกรณี“เบี้ยว”จ่ายภาษีจำนวน 1 หมื่นล้านบาท หรือตัวเลขกลมๆ 10,028 ล้านบาท ในคดีทุจริตดังกล่าว ซึ่งศาลปกครองสูงสุดได้มีพิพากษาเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2568 ให้“ยิ่งลักษณ์”ต้องชดใช้เป็นค่าสินไหมทดแทน แต่จนบัดนี้“ยิ่งลักษณ์”ก็ยังไม่ยอมจ่าย
แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับ การให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมของนายอนุทิน ชาญวีรกูล “ลูกน้องเก่าของทักษิณ” ที่กำลังเล่นบทพระเอก“ปราบทุจริตคอร์รัปชัน”ในเวลานี้ จากการถูกถามเกี่ยวกับภาพการรวมตัวของอดีตนายกรัฐมนตรีจาก“ตระกูลชินวัตร” 3 คนที่พบปะหารือกับประธานาธิบดีอินโดนีเซีย โดยนายอนุทินตอบว่า คนหนึ่งเป็นน้องสาว อีกคนหนึ่งเป็นลูกสาว จึงเป็นเรื่องภายในครอบครัว และไม่เห็นว่าจะมีอะไรน่าสงสัย พร้อมระบุว่า“ทุกคนมีอิสระในการเดินทางเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป”
บรรทัดนี้ก็ต้องพูดได้คำเดียวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูลกำลัง“กลืนน้ำลายตนเอง” และอาจจะเข้าข่ายช่วยเหลือ“นักโทษหนีคดีทุจริต” และมีความผิด“มาตรา 157”ตามประมวลกฎหมายอาญา ฐาน“เป็นเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด” ซึ่งนายอนุทินได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่า จะยึด“หลักนิติธรรม” ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด, เป็นธรรม, โปร่งใส และปราศจากการเลือกปฏิบัติ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล อาจจะลืม หรือจะอะไรก็แล้วแต่ ต้องย้ำไว้ตรงนี้ว่า “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”ไม่ใช่ประชาชนทั่วไป แต่เป็น“นักโทษหนีคดีทุจริตโกงบ้านกินเมือง”ที่มีหมายจับของทางการไทย !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

กมธ.งบฯ ปี 70 คืบหน้า 96% คาดเข้าสภาฯ วาระ 2-3 ช่วงต้นเดือน ก.ย.นี้
ไชยชนก สวน ไอซ์ คิดถึงหรอ เผย TH-AI Passport ส่งคนชี้แจงตามกระบวนการแล้ว
สวีเดนเอาจริง ไฟเขียวลดอายุขั้นต่ำรับโทษทางอาญาเป็น 14 ปี เด็กที่ทำผิดคิดคุกยาว 18 ปี
‘ณัฐพงษ์’ ยัน ‘ปชน.’ ส่งผู้สมัครชิง ‘นายก อบจ.นนทบุรี’ อุบบอกชื่อ มั่นใจเป็นแคนดิเดตที่ดีที่สุด
อนุทิน ปัดสหรัฐฯ ตั้งฐานผลิตโดรนในไทย ยันไม่ใช้เรื่องทหารแลกเจรจาภาษี แยกความมั่นคง-การค้า

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี