วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569
การสอบสวนคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นปี 2568 และขยายผลเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องในขบวนการโกงสอบกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้นดูมีความหวังเป็นน้ำเป็นเนื้อมากขึ้น หลังจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติยกเป็นคดีพิเศษและตั้งคณะกรรมการไต่สวนผู้ถูกกล่าวหาลอตแรกไปแล้ว 6,014 คน
ถือว่าเป็นคดีประวัติศาสตร์อีกคดีหนึ่งที่มีผู้ถูกกล่าวหามากมายขนาดนี้ โดยเฉพาะในวงการข้าราชการไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยในจำนวนนี้ แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มครอบคลุมหมดตั้งแต่ระดับอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เจ้าหน้าที่จัดสอบ แก๊งนายหน้า ลงไปจนถึงผู้เข้าสอบที่ซื้อคะแนน และบุคคลภายนอกอื่นๆ
คาดว่าป.ป.ช.น่าจะใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือนในการไต่สวน ทั้งเรื่องการรวบรวมพยานหลักฐานการแจ้งข้อกล่าวหา และเรียกผู้ถูกกล่าวหากว่าครึ่งหมื่นนี้มาชี้แจง ยังไม่รวมข้อเท็จจริง
ระหว่างทางที่อาจจะงอกขึ้นมาจากการตรวจสอบและประสานข้อมูลจากหน่วยอื่นๆ ที่ร่วมทำคดี ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ดีเอสไอ หรือปปง. ที่จะต้องเข้ามาดูเรื่องเส้นทางเงินกว่า 4,500 ล้านบาท
อย่างที่กล่าวคือ เรื่องนี้ใหญ่โตมาก เพราะนี่คือความหายนะของระบบราชการไทยที่มีเกียรติและมีศักดิ์ศรี แต่กลับถูกขบวนการปีศาจโกงสอบสร้างรอยด่างพร้อยจนภาพลักษณ์เสียหายย่อยยับ ดังนั้น คนในสังคมจึงคาดหวังไว้สูงมากว่า ครั้งนี้จะถูกล้างบางชนิดขุดรากถอนโคนออกไปจากระบบ ให้เหลือไว้เฉพาะข้าราชการที่มาโดยสุจริต
อย่างน้อยที่สุด ผลสะเทือนจากกรณีโกงสอบดังกล่าว ทำให้รัฐบาล หรือทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เกิดความตื่นตัวพยายามที่จะหาแนวทางอุดรูโหว่ปิดช่องว่าง เพื่อให้ระบบการสอบแข่งขันเข้ารับราชการท้องถิ่นมีประสิทธิภาพมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรื้อระบบการสอบแข่งขันใหม่ หรือเพิ่มโทษทัณฑ์การทุจริตสอบให้หนักขึ้น ถึงขั้นตัดสิทธิ์รับราชการตลอดชีวิต
ส่วนคำตอบสุดท้ายจะออกมาจริงๆอย่างไรนั้น คงต้องฝากความหวังไว้ที่หน่วยงานอิสระอย่าง ป.ป.ช. เป็นหลักว่าจะทำได้ขนาดไหนขณะเดียวกันอีกส่วนหนึ่งก็กำลังรอดูว่าคณะกรรมการชุดที่นายกรัฐมนตรีได้ตั้งขึ้นอีกหนึ่งชุด ซึ่งมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานนั้น จะมีผลลัพธ์ออกมาอย่างไร และจะทำได้แค่ไหนในเวลา30 วัน
นี่คือความคาดหวังว่า การดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงที่แสดงออกมาอย่างเข้มข้นนั้นจะให้คำตอบเป็นที่พอใจของสังคมได้ในระดับไหน เพราะประเด็นหลักที่สังคมกำลังตั้งคำถามคือ มีนักการเมืองเกี่ยวข้องอย่างไรและจะกล้าเอาผิดหรือไม่เนื่องจากเครือข่ายใหญ่โตระดับชาติเช่นนี้ ลำพังข้าราชการระดับสูงและจำนวนที่กำลังถูกไต่สวนอยู่ ณ ตอนนี้ คงทำกันเองทั้งหมดไม่ได้
เพราะฉะนั้น จึงต้องติดตาม และจับตาดูกันอย่างใกล้ชิดว่า คณะกรรมการชุดที่นายกรัฐมนตรีตั้งขึ้น และคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่กำลังไต่สวนโกงสอบเป็นคดีพิเศษนั้น จะขยายผลเอาผิดคนที่เกี่ยวข้องที่เป็นข้าราชการระดับสูง หรือนักการเมืองได้จริงหรือไม่ เพราะคำตอบที่จะออกมานั้น หากไม่สามารถสาวถึงตัวการใหญ่ได้ รัฐบาลก็จะเป็นฝ่ายวายวอดเสียเอง

เฮทุกนัด!ช้างศึกทุบเมียนมาลิ่วตัดเชือกชนสิงคโปร์
โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ พลตรี ให้ พันเอก สุภัทร ชูตินันทน์
ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เฝ้าฯ
วิปฝ่ายค้าน จ่อเปิดหลักฐานคดีฮั้ว สว. ครั้งที่4 'พนิดา' ชี้เส้นเงินชัด โยงบุคคลใหม่ใกล้ชิดพรรคการเมือง
เรือบรรทุกน้ำมัน ADNOC ของยูเออี โดนโจมตีขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พุุ่งเป้าฝีมืออิหร่าน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี