วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569
ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งวีรกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่ประชาชนชาวไทยรำลึกเสมอมา สำหรับสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี หรือ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชในฐานะจอมทัพผู้เข้มแข็งและกล้าหาญ โดยได้นำกำลังรวบรวมไพร่พลจำนวนห้าร้อยคนกอบกู้เอกราชของชาติไทยเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่า ครั้งที่2 ในปีพุทธศักราช2310 ได้สำเร็จ ซึ่งนอกเหนือจากพระปรีชาสามารถ และทรงเสียสละเพื่อชาติบ้านเมืองแล้ว พระเจ้าตากสิน ยังเป็นพระมหากษัตริย์ที่สนพระทัยในด้านพระพุทธศาสนาอยู่ไม่น้อย โดยมี พลเรือเอก วสินธ์ สาริกะภูติ ประธานมูลนิธิสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชร่วมบอกเล่าถึงเรื่องราวเหล่านี้
โดย สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้ใช้เวลานานกว่า 15 ปี และได้ทรงแผ่พระบารมีปกเกล้าฯ ให้บังเกิดความสงบร่มเย็นแก่ชาติบ้านเมืองตลอดมา ซึ่งหลังจากที่พระองค์สามารถกอบกู้อิสรภาพให้กับคนไทยได้ พระองค์ได้มาตั้งหลักที่กรุงธนบุรี และยึดที่นี่เป็นเมืองหลวง พระองค์ได้นำพระพุทธศาสนา พระไตรปิฏกจากเมืองนครศรีธรรมราช มาคัดลอกให้ตามวัดต่าง ๆ เพื่อเป็นการเผยแพร่พระพุทธศาสนา บูรณะวัดวาอารามต่าง ๆ หลังเสื่อมโทรมรกร้างจากการทำศึกด้วยเหตุสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักรบ ที่มีความศรัทธาในศาสนาพุทธมาตั้งแต่กำเนิด เมื่ออยู่ในฐานะพระมหากษัตริย์ พระองค์ทรงยึดในการทะนุบำรุงพระพุทธศาสนา ประกาศตนเป็นพุทธมามกะ และเป็นศาสนูปถัมภก ซึ่ง วัดอินทารามวรวิหาร (ใต้) บางยี่เรือ กรุงเทพมหานคร เป็นอีกวัดหนึ่งที่พระองค์มีความเกี่ยวข้องตามประวัติของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ยามรบจับศึกพระองค์ท่านทรงรบเต็มที่ ข้าศึกก็ต้องฆ่า ไม่อย่างนั้นเขาก็ฆ่าเรา พระองค์และกำลังพลไม่ได้มีเจตนาฆ่าด้วยความแค้น แต่ฆ่าเพราะต้องการปกป้องประเทศไทยไว้ให้ได้ ซึ่งเมื่อทรงเสร็จศึกกลับมา พระองค์ท่านก็ระลึกและต้องการสร้างกุศลให้กับพลทหารที่ตายไป ในขณะเดียวกันก็ต้องบำเพ็ญกุศลให้แก่ข้าศึกศัตรูที่ตายไปด้วยเช่นกันโดยขอให้อโหสิกรรมซึ่งกันและกัน
ซึ่งกษัตริย์แต่ละพระองค์จะมีวัดประจำ สำหรับวัดอินทารามวรวิหารแห่งนี้ ถือได้ว่าเป็นอีกวัดหนึ่งประจำตัวพระองค์ ที่พระองค์เดินทางปฏิบัติธรรมบ่อยครั้ง เนื่องจากในอดีตวัดแห่งนี้เป็นวัดที่อยู่ไกลไม่เกิน 8 กิโลเมตรจากพระราชวัง เป็นวัดป่าที่เงียบสงบ พระเจ้าตากจึงได้เดินทางมาปฏิบัติธรรม นั่งวิปัสสนากรรมฐานที่นี่อยู่หลายต่อหลายครั้ง พร้อมทรงจัดสร้างกุฏิถวายให้แก่วัดอินทารามวรวิหาร (ใต้) รวมกว่า 120 หลัง ภายในพื้นที่รวมกว่า 100 ไร่ โดยปัจจุบันบริเวณพื้นที่เหล่านี้ได้เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา จากบริเวณวัดทั้งหมดได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นโรงเรียน ถนน ตัดทางเดินรถไฟ บ้านเรือน ฯลฯซึ่งเป็นประโยชน์ต่อลูกหลานชาวไทย ณ บริเวณใกล้เคียงเรื่อยมา รวมถึงที่แห่งนี้ยังคงเป็นสถานที่ที่มีเรื่องราวที่จะเป็นแหล่งความรู้ทางประวัติศาสตร์ ความผูกพันจากรุ่นสู่รุ่นที่เกี่ยวข้องกับองค์พระเจ้าตากสินไปนานเท่านาน
โดยวาระโอกาส ครบรอบวันคล้ายวันพระราชสมภพ ของพระองค์ท่านอีกครั้ง ในวันที่ 17 เมษายน ปี 2565 นี้ ทางมูลนิธิสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่ดำเนินการก่อตั้งมูลนิธิมาตั้งแต่ปี 2523 โดยมีวัตถุประสงค์เทิดทูนและเผยแพร่เรื่องราวของ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่ทรงมีพระคุณอันยิ่งใหญ่ต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทย รวมไปถึงหลาย ๆ อย่างที่พระองค์ทำไว้ ได้เตรียมสองโครงการกุศลครั้งใหญ่ไว้
พลเรือเอก วสินธ์ สาริกะภูติกล่าวว่า“นอกจากมีการรวบรวมและเผยแพร่เรื่องราวของพระองค์ท่าน ผ่านทางเพจ มูลนิธิสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อย่างสม่ำเสมอแล้ว ทางมูลนิธิฯ ยังมีโครงการอื่น ๆ ที่เคยทำไว้เพื่อที่จะทำกุศลและระลึกถึงพระองค์ท่านเรื่อยมา ซึ่งในปีนี้เรามีความประสงค์อันดีในการจัดตั้ง สร้างศูนย์การเรียนรู้ สมเด็จพระเจ้าตากสินและกษัตริย์ไทย บริเวณกุฏิหลังใหญ่ ที่เจ้าอาวาสวัดอินทารามวรวิหารยกพื้นให้ เพื่อให้มูลนิธิดำเนินการเผยแพร่ ความเป็นมาของชนเผ่าไทย เป็นศูนย์ประวัติศาสตร์ไทย รวบรวมเรื่องราวของสมเด็จพระเจ้าตากสินและกษัตริย์ไทยองค์อื่น ๆ ในรูปแบบศูนย์การเรียนรู้ที่ทันสมัย โดยมีมัคคุเทศก์น้อย ซึ่งเป็นนักเรียนโรงเรียนวัดอินทารามเอง มาร่วมเผยแพร่ความรู้ต่าง ๆ เหล่านี้ให้กับผู้ที่สนใจในด้านประวัติศาสตร์ไทยรวมไปถึงการร่วมบูรณะปฏิสังขรณ์องค์พระ ณ วัดอินทารามวรวิหาร ในอุโบสถหลังเก่ารวม 32 องค์ ซึ่งองค์พระแต่ละองค์อยู่เป็นองค์พระที่มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา, ธนบุรี, รัตนโกสินทร์ ฯลฯ รวมไปถึงพระประธานที่องค์พระเจ้าตากสินเคยดำเนินการสร้างไว้ องค์พระต่าง ๆ อายุประมาณ 260 ปีขึ้นไป ปัจจุบันมีการชำรุดเสื่อมโทรมตามกาลเวลา ซึ่งเราได้ให้กรมศิลปากรมาดำเนินการต่อไป โดยต้องใช้งบประมาณรวมสองโครงการ รวมกว่า 15 ล้านบาท ในการจัดทำ ซึ่งกระผมในฐานะตัวแทนผู้จัดงานฯ อยากจะชวนทุกคนมาร่วมสนับสนุน ร่วมบุญใหญ่ด้วยกัน เพื่อเป็นการรักษาประวัติศาสตร์และศิลปะวัฒนธรรมสืบต่อไป โดยจะถือวันที่ 17 เมษายน 2565 วันคล้ายวันพระราชสมภพของพระองค์ เป็นมงคลฤกษ์ ทำพิธีบวงสรวงบอกกล่าวพระองค์ท่าน ให้การรวมทุนจากมหาชนได้สำเร็จลุล่วง โดยกระผมขอเชิญชวนทุกคนร่วมด้วยช่วยกันด้วยครับ”
สำหรับผู้มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญ 3,000 บาท จะได้รับ “เหรียญสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” ซึ่งเข้าพิธีสิทธิมังคลาภิเษก ณ พระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ไปแล้วเมื่อวันที่ 10-14 มกราคม พ.ศ.2521 โดยในพิธีมี สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน) เป็นองค์ประธานจุดเทียน พระราชสังวราภิมณฑ์ (หลวงปู่โต๊ะ อินฺทสุวณฺโณ) วัดประดู่ฉิมพลี ธนบุรี เป็นประธานปลุกเสก ร่วมกับพระเกจิอาจารย์ทั้งไทยและต่างประเทศ จำนวน 108 รูปโดยมี“พระบรมรูปจำลองสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทองเหลือง รมดำ”ครึ่งองค์ 9 เซนติเมตร สำหรับผู้ร่วมทำบุญ 3,999 บาท , ครึ่งองค์ 19 เซนติเมตร สำหรับผู้ร่วมทำบุญ 49,999 บาท, เต็มองค์37 เซนติเมตรสำหรับผู้ร่วมทำบุญ 200,000 บาทร่วมบริจาคทำบุญ ได้ที่ ชื่อบัญชี "โครงการบูรณะพระพุทธรูปและศูนย์การเรียนรู้สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช" ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาซอยอารีย์สัมพันธ์ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 056-258242-5 (ใบเสร็จนำไปลดหย่อนภาษีได้)
สอบถามรายละเอียดได้ที่ : นาวาโท อาวุธ หลำเพ็ชร โทร. 08 0941 5536นาวาโท ชัยนาวี คุ้มสุภา โทร. 08 1934 3783
FB :มูลนิธิสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี