533.jpg
ไทยพร้อมบุกเบิกพลังงานสีเขียว ชู 'เพาโลเนีย' ต้นไม้แห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน

ไทยพร้อมบุกเบิกพลังงานสีเขียว ชู 'เพาโลเนีย' ต้นไม้แห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 20.24 น.
Tag :

ไทยพร้อมแล้วเป็นศูนย์กลางของโลก บุกเบิกพลังงานสีเขียว รู้จัก “เพาโลเนีย” ต้นไม้แห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน

บริษัท ซัสเทนเนเบิ้ล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด โดย ”ทองภูมิ สิริพิพัฒน์” เดินหน้าประกาศร่วมทุนกับผู้เชี่ยวชาญชั้นนำของโลกและทีมนักวิจัยจากประเทศออสเตรเลีย ภายใต้โครงการที่เรียกว่า “SD Tree for Net Zero” โดยการดำเนินงานจะเริ่มในเดือนกันยายน 2565 และจะเป็นโครงการต่อเนื่อง โดยมีที่ดินเป็นของตนเองกว่า 60,000 ไร่ และคาดว่าจะมีการเพาะปลูกมากกว่า 125,000 ไร่ ในอีก 5 ปี ข้างหน้า 
 
นายทองภูมิ สิริพิพัฒน์ ประธานกรรมการ บริษัท ซัสเทนเนเบิ้ล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด เปิดเผยว่า การร่วมทุนกับผู้เชี่ยวชาญชั้นนำของโลกและทีมนักวิจัยจากประเทศออสเตรเลีย ภายใต้โครงการ “SD Tree for Net Zero” ในครั้งนี้ จะช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมโดยการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ในดิน และไม้ที่ผลิตขึ้นยังสามารถช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนไม้ทั่วโลกในอุตสาหกรรมการก่อสร้างได้ โดยต้นเพาโลเนียเป็นต้นไม้ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก และนักวิทยาศาสตร์ร่วมทุนได้พัฒนาวิธีที่จะทำให้ต้นไม้นี้เติบโตอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งไม่มีต้นไม้อื่นใดในโลกที่สามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซต์ในปริมาณที่เท่ากันในระหว่างวงจรการเจริญเติบโตตามปกติ  ดังนั้น ต้นไม้เพาโลเนียจึงถูกเรียกว่า SDT หรือก็คือ "ต้นไม้แห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน" ด้วยมุมมองของมนุษยชาติในอนาคต ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยแต่รวมถึงผู้คนทั่วโลกอีกด้วย
 
“ประเทศไทยจะเป็นผู้บุกเบิกการเคลื่อนไหวด้านพลังงานสีเขียวนี้และจะเป็นแบบอย่างให้คนทั่วโลกลอกเลียนแบบ โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงเกี่ยวกับการปลูกต้นไม้เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวกับวิธีใหม่ในการทำการเกษตรแบบยั่งยืน การสร้างองค์ประกอบทางชีววิทยาของดินขึ้นใหม่เพื่อแนะนำเทคนิคการปลูกพืชแบบผสมผสาน และการเปลี่ยนจากปุ๋ยและยาฆ่าแมลงแบบดั้งเดิมไปเป็นอินทรีย์บริสุทธิ์ 100% และระบบควบคุมทางชีวภาพสำหรับการจัดการ ศัตรูพืชและโรค” นายทองภูมิ กล่าว
 
นายทองภูมิ กล่าวด้วยว่า ทีมนักวิทยาศาสตร์ซึ่งรวมถึง Professor Peter Phongphaew หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ชั้นแนวหน้าของโลก จะย้ายฐานการปลูกจากประเทศออสเตรเลียและที่อื่นๆ ในโลกมาปลูกที่ประเทศไทยภายในสามเดือนข้างหน้า ซึ่งโครงการนี้จะก่อให้เกิดการจ้างงานคนในท้องถิ่นหลายร้อยคนในทุกด้านตั้งแต่งานเรือนเพาะชำ ปลูกป่า และการเก็บเกี่ยว ไปจนถึงเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการและวิจัย เนื่องจากบริษัทร่วมทุนจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับมหาวิทยาลัยในประเทศไทย โดยมีศูนย์เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและวิจัยพืชอย่างครอบคลุม ตลอดจนร่วมสร้างโอกาส และยังให้ทุนการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอกด้วย 


ทางด้าน มัลคอล์ม ลามอนต์ (Mr. Malcolm Lamont) ผู้เชี่ยวชาญเพาโลเนียชั้นนำของโลก ซึ่งทำงานกับต้นเพาโลเนียมานานเป็นเวลาร่วม 25 ปี กล่าวว่า ในช่วงเวลานี้เองได้พัฒนาสายพันธุ์ SDT ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่น่าตื่นเต้นสำหรับประเทศไทย และสิ่งแวดล้อมทั่วโลก โครงการนี้จะทำให้ประเทศไทยเป็นตัวอย่างชั้นนำของโลก ไม่เพียงแต่ส่ง “คาร์บอนเครดิต” ที่สามารถขายได้ในตลาด แต่ยังผลิตไม้คุณภาพสูงส่งขายไปทั่วโลก โดยประเทศไทยมีความเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับโครงการนี้ เนื่องจากสภาพอากาศรวมถึงปริมาณน้ำฝนโดยรวมของแสงแดดและคุณภาพของดินซึ่งจำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการกักเก็บคาร์บอนของ SDT ให้ได้มากที่สุด

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top