วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
อาจารย์เอก ฝ่ามือพลังจิต เปิดตัวอลังการ 'มูลนิธิพลังแห่งชีวิต' พร้อมพิธีไหว้ครู มุ่งผลักดันศาสตร์พลังจิตให้กึกก้อง นำกองทัพลูกศิษย์ช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ทั่วประเทศ
มุลนิธิพลังแห่งชีวิต แจ้งข่าวว่า เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2566 นายกีรติ สมคิด หรือ อาจารย์เอก ฝ่ามือพลังจิต ได้จัดพิธีเปิด “มูลนิธิพลังแห่งชีวิต” พร้อมทั้ง พิธีไหว้ครู บวงสรวง ช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ที่มาจากทั่วทุกสารทิศ ฟรี และเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด ณ.บ้านเลขที่ 40/1 หมู่ 9 บ้านหนองหว้า ต.ขามใหญ่ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี โดยมี พ.อ.ชัยภัทร เงินดีเจริญ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานเปิดป้าย “มูลนิธิพลังแห่งชีวิต”

บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความคึกคัก ทั้งแขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชน เหล่าลูกศิษย์ศาสตร์พลังจิต ผู้สนใจ และ ผู้ป่วยยากไร้ที่ต้องการให้ช่วยเหลือ บำบัดโรค ฟรี จากทั่วสารทิศ รวมทั้งชาวต่างชาติ อาทิ ชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง เป็นต้น
พ.อ.ชัยภัทร เงินดีเจริญ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า ตนเองเล็งเห็นวัตถุประสงค์ของมูลนิธิแล้ว รู้สึกว่าทางมูลนิธิมีวัตถุประสงค์ เพื่อต้องการช่วยเหลือผู้ป่วย และผู้ยากจน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่ผู้ป่วยจะได้มีทางเลือกในการรักษา เพราะทุกคนจะมีความสุขได้ไม่ใช่แค่มีเงินทองเพียงอย่างเดียว แต่จะต้องมีสุขภาพที่ดีด้วย

นายกีรติ สมคิด หรือ อาจารย์เอก ฝ่ามือพลังจิต กล่าวว่า อาจารย์เคยบวชเป็นลูกศิษย์ หลวงพ่อพรมมา เขมจาโร จากนั้นก็บวชเป็นฤาษี ฝึกนั่งสมาธิจนทำให้จิตนิ่ง อาจารย์เริ่มต้นใช้พลังจิตในการช่วยเหลือคนใกล้ตัวในครอบครัวก่อน เมื่อเห็นว่าทุกคนหายจากอาการเจ็บปวด จึงเริ่มขยายการช่วยเหลือผู้ป่วยอื่นๆ เพราะเรามีเจตนารมย์ที่ต้องการให้ผู้อื่นพ้นทุกข์จากความเจ็บป่วย ซึ่งเมื่อหลายคนบอกต่อๆกันไปว่าเรารักษาได้ ผู้ป่วยที่ไม่มีทุนทรัพย์ในการไปหาหมอ หรือซื้อยาราคาแพงมารักษา หรือบางคนหมดหวังจากการรักษามานานแล้วแต่ไม่หายสักที ก็เริ่มมีความหวัง และต้องการให้อาจารย์ไปช่วย หรือ เดินทางมาพบ มีบางคนจากต่างประเทศเชิญอาจารย์ไปก็มี และบินมาพบอาจารย์ที่เมืองไทยก็มี

อาจารย์เอก กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมารู้สึกดีใจที่ได้ช่วยเหลือผู้ป่วยให้หายจากความทุกข์ทรมานจากโรคภัย แต่เมื่อมีผู้ป่วยเรียกร้องให้ช่วยบำบัดมากขึ้น มองเห็นทุกคนที่เข้ามามีแต่ความทุกข์กายทุกข์ใจ ซึ่งอาจารย์อยากช่วยทุกคนแต่ไม่สามารถทำได้ทั่วถึง จึงตั้งจิตไว้ว่า อยากจะเปิดสอนศาสตร์พลังจิต ถ่ายทอดวิชาแก่ลูกศิษย์ เพื่อจะได้นำไปใช้กับตัวเองเมื่อเจ็บป่วย รวมถึงช่วยเหลือคนในครอบครัว และเพื่อนมนุษย์ต่อไป โดยปลูกฝังให้ลูกศิษย์ทุกคนมีพื้นฐานของจิตที่สะอาด จิตที่เมตตาเป็นหลัก เพื่อให้วิชานั้นอยู่กับตัวเองได้นาน

นอกจากจะได้บุญจากการช่วยเหลือผู้คน ยังสามารถสร้างอาชีพให้แก่ลูกศิษย์ได้ด้วย ซึ่งตอนนี้ลูกศิษย์อาจารย์เอกมีอยู่ทั่วประเทศเกือบ 200 คน ซึ่งแต่ละคนก็นำศาสตร์พลังจิตนี้ไปช่วยเหลือผู้ป่วยต่อและทำได้ดีมีกระแสตอบรับจากผู้ป่วยที่อาการดีขึ้น ซึ่งถือเป็นหนึ่งความภูมิใจของอาจารย์

ในส่วนของ “มูลนิธิพลังแห่งชีวิต” ก็เปิดได้ตามที่อธิษฐานจิตแล้วเช่นกัน โดยนับจากนี้ ทางมูลนิธิฯก็จะจัดให้มีกิจกรรมช่วยเหลือ แบ่งปัน ต่อเนื่องเป็นประจำ เพื่อประโยชน์สุขแก่สุขภาพกายและจิตของผู้คน หวังว่าในอนาคตศาสตร์พลังจิตที่ได้ช่วยเหลือผู้ป่วยนี้จะยิ่งใหญ่เป็นประวัติศาสตร์อยู่คู่โลกเราไปตราบนานเท่านาน

“มูลนิธิพลังแห่งชีวิต” จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์
1.เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย และให้คำแนะนำด้านสุขภาพที่ดี
2.เพื่อสร้างอาชีพ และให้ความรู้แก่บุคคลทั่วไป ในเรื่องของสมุนไพรไทย
3.เพื่อส่งเสริมการฝึกอบรมพลังจิต สมาธิ กรรมฐาน
4.เพื่อส่งเสริมด้านศาสนา ทุกศาสนา ในแง่ของพลังจิต
สำหรับผู้ป่วยที่ต้องการให้ อาจารย์เอก ฝ่ามือพลังจิต ช่วยเหลือ
หรือ หากต้องการสนับสนุน “มูลนิธิพลังแห่งชีวิต”
หรือ บริจาคปัจจัย สิ่งของเพื่อร่วมช่วยเหลือป่วยยากไร้
สามารถติดต่อ-สอบถาม ได้ที่ โทร. 095-3322105
Facebook: “อาจารย์เอก ฝ่ามือพลังจิต” , “ฝ่ามือพลังจิต อาจารย์เอก”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี