533.jpg
'รมว.สธ.'รับติดตามเรื่องให้ ปมยื่นเลขาฯ อย.ทบทวน ปมจัดพิมพ์ฉลากโภชนาการภาษาต่างประเทศ

'รมว.สธ.'รับติดตามเรื่องให้ ปมยื่นเลขาฯ อย.ทบทวน ปมจัดพิมพ์ฉลากโภชนาการภาษาต่างประเทศ

วันพุธ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2567, 13.25 น.

'รมว.สธ.'รับติดตามเรื่องให้ หลังผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารรายใหญ่ ยื่นเลขาฯ อย.ทบทวน ปมจัดพิมพ์ฉลากโภชนาการภาษาต่างประเทศ หวั่นทำต้นทุนเพิ่ม ต้องขึ้นราคาสินค้า กระทบผู้บริโภคโดยตรง

เมื่อวันที่ 24 ก.ค.2567 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน  รมว.สาธารณสุข เปิดเผยถึงกรณีที่ตัวแทนผู้ประกอบการบริษัทรายใหญ่ กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เสนอข้อมูลไปยังคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เรื่องการพิจารณาการแสดงข้อมูลโภชนาการภาษาต่างประเทศ เพื่อลดการจัดทําฉลากโภชนาการภาษาต่างประเทศแบบแยกประเทศ หรือใช้สติ๊กเกอร์โดยไม่จำเป็น เพราะเป็นการเพิ่มต้นทุนในการพิมพ์ฉลาก สร้างภาระให้กับผู้ประกอบการ  โดยจะส่งผลทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องขึ้นราคาสินค้าตามมา ซึ่งจะกระทบต่อผู้บริโภคโดยตรง ว่า จะติดตามในรายละเอียดเกี่ยวกับการออกฉลากโภชนาการร่วมภาษาต่างประเทศกับเลขาธิการ อย.ให้ โดยจะไปดูรายละเอียดในเรื่องนี้อีกครั้ง  


ขณะที่เมื่อวันที่ 9 ก.ค.2567 ก่อนการประชุมครม. นายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช เลขาธิการ อย. ได้กล่าวว่า เตรียมนำเรื่องนี้ รายงานต่อรมว.สาธารณสุข ซึ่งได้คุยกันเบื้องต้นแล้ว ว่าควรจะทำให้เกิดความสะดวกยิ่งขึ้นก็ตาม แต่ล่าสุด ก็ยังไม่มีความคืบหน้า 

ทั้งนี้ สืบเนื่อง จากกรณีที่ตัวแทนผู้ประกอบการบริษัทยักษ์ใหญ่ กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้เสนอข้อมูลไปยัง เลขาธิการอย.ให้มีการพิจารณาทบทวน การแสดงข้อมูลโภชนาการภาษาต่างประเทศ ตามบัญชีหมายเลข 1 ท้ายประกาศกระทรวง สาธารณสุข ฉบับที่ 445 ที่ยังมีความไม่คล่องตัวในทางปฏิบัติ รวมถึงที่ผ่านมาพบว่ามีการใช้ช่องว่างนี้ ไปร้องเอาผิดและเรียกค่าปรับกับผู้ประกอบการอย่างไม่เป็นธรรม 

โดยกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเสนอข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้ทาง อย.ลดการจัดทําฉลากโภชนาการภาษาต่างประเทศแบบแยกประเทศ หรือใช้สติ๊กเกอร์โดยไม่จำเป็น เพราะเป็นการเพิ่มต้นทุนการพิมพ์ฉลากหลายภาษามากขึ้น สร้างภาระให้กับผู้ประกอบการเพิ่มต้นทุนการผลิตสินค้ามากขึ้นอีกเท่าตัว  ท้ายที่สุดจะทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องขึ้นราคาสินค้าตามมา ซึ่งจะกระทบต่อผู้บริโภคโดยตรง  พร้อมทั้งยังถูกมองว่า อาจเป็นการกีดกันทางการค้าผู้ประกอบการของไทยเสียเองหรือไม่  จึงเรียกร้องให้ทบทวนระเบียบกฎหมายที่กำลังจะมีผลบังคับใช้ออกมาในสิ้นเดือนนี้ โดยเปิดให้ยื่นเรื่องคัดค้านได้ภายใน 90 วัน จึงทำให้ตัวแทนผู้ประกอบการอุตสาหกรรม อาหารและเครื่องดื่ม เข้ายื่นเรื่องคัดค้าน ต่อเลขาธิการ อย.ไปแล้ว  จึงต้องติดตามว่าในสิ้นเดือนนี้จะมีความคืบหน้าจากกระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานอย.ออกมาอย่างไร

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top