วันจันทร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569
สสส. ปลื้ม โมเดล “การร่วมทุน” ขับเคลื่อนงานสร้างสุขภาวะ มีประชาชนได้รับประโยชน์ 22,942 คน เกิดการปรับพฤติกรรมสุขภาพ ลดตายก่อนวัยอันควร-ลดป่วย NCDs ประกาศเดินหน้าผนึกกำลัง อบจ. ทั่วไทย ขยายผลการร่วมทุนสร้างเสริมสุขภาพระดับพื้นที่-เพิ่มอายุคาดเฉลี่ยไทย อุดช่องว่าง คนวัยทำงานตายก่อนวัยอันควร เพศชายตายสูงกว่าเพศหญิง จากโรคหัวใจขาดเลือด 4.1 เท่า อุบัติเหตุจราจร 3.4 เท่า
นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในการประชุมทางวิชาการ “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพลังขับเคลื่อนสู่บริการสาธารณะที่ดีและมีคุณธรรม” จัดโดยสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย ว่า ปัจจุบันคนไทยมีอายุคาดเฉลี่ย อยู่ที่อันดับ 78 ของโลก กลุ่มคนวัยทำงานในเพศชายมีอายุคาดเฉลี่ยน้อยกว่าเพศหญิงถึง 9 ปี สาเหตุจากพฤติกรรมเสี่ยงสุขภาพ เช่น อุบัติเหตุทางถนน และป่วยโรคไม่ติดต่อ (NCDs) สอดคล้องกับข้อมูลการตาย ปี 2566 ของเว็บไซต์ www.hiso.or.th โดย สสส. ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข พบคนวัยทำงานเพศชายเสียชีวิตจากโรคหัวใจขาดเลือดมากกว่าเพศหญิง 4.1 เท่า จากอุบัติเหตุจราจรมากกว่า 3.4 เท่า โรคหลอดเลือดสมองมากกว่า 2.6 เท่า เพื่อลดการตายก่อนวัยอันควรและขับเคลื่อนการปรับพฤติกรรมสุขภาพในระดับพื้นที่ สสส. เดินหน้าสานพลังองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อปท.) ทั่วไทย ขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพแบบมุ่งเป้า โดยบูรณาการทำงานร่วมกันในลักษณะ “การร่วมทุน” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และสร้างผลลัพธ์ทางสุขภาพที่จับต้องได้
“สสส. ร่วมกับ อบจ. ขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาวะประชาชนในพื้นที่ ผ่านการทำงานลักษณะการร่วมทุนอย่างต่อเนื่อง โดยสนับสนุนงานด้านวิชาการและการจัดการทุน ที่ผ่านมามี อบจ. ร่วมขับเคลื่อนงานลดปัจจัยเสี่ยงสุขภาพแล้ว 16 แห่งทั่วภูมิภาค เช่น แพร่ ขอนแก่น นครสวรรค์ และสงขลา พัฒนาให้เกิดกลไกพี่เลี้ยงขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพ 280 คน เกิดโครงการสนับสนุนการปรับพฤติกรรมสุขภาพ 998 โครงการ มีประชาชนได้รับประโยชน์ 22,942 คน นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่สำคัญ เช่น การบริโภคอาหารถูกหลักโภชนาการ มีความรู้และภูมิคุ้มกันด้านยาเสพติด การออกกำลังกาย ลดการดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่ ช่วยลดการตายก่อนวัยอันควรและลดป่วยโรค NCDs ความสำเร็จที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงผลลัพธ์ของการทำงานผ่านรูปแบบการร่วมลงทุน ซึ่งสามารถกระจายโอกาสให้ประชาชนเป็นเจ้าของปัญหาสุขภาพและมีส่วนร่วมในการจัดการสุขภาวะในพื้นที่ของตัวเองอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน” ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว
นางเข็มเพชร เลนะพันธ์ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า กลไกการร่วมสมทบทุน คือการทำงานในรูปแบบการผนึกกำลังด้านทรัพยากรเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ด้านการขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพที่เข้มแข็ง เงื่อนไขการทำงานแบบร่วมทุน อบจ. จะต้องร่วมสมทบทุนไม่น้อยกว่า 30% ของงบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนจาก สสส. ที่สำคัญ อบจ. จะต้องมีความพร้อมสามารถในการจัดตั้งงบประมาณสมทบในงบกลางและยื่นข้อเสนอตามหลักเกณฑ์ของ สสส. โดยมีวงเงินสนับสนุนแบ่งตามพื้นที่ขนาดเล็กและขนาดใหญ่มูลค่าการร่วมทุนสูงสุดไม่เกิน 4 ล้านบาท เพื่อใช้ขับเคลื่อนประเด็นสุขภาพที่สำคัญ อาทิ การจัดการโรค NCDs สุขภาวะผู้สูงอายุ อุบัติเหตุทางถนน แอลกอฮอล์ และบุหรี่ การร่วมทุนไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของงบประมาณ แต่คือการสร้างความเป็นเจ้าของร่วม (Ownership) ของท้องถิ่นในการจัดการปัญหาสุขภาพของตนเอง ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างความยั่งยืนด้านสุขภาวะที่แท้จริง สำหรับ อบจ. ที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสุขภาวะสามารถติดตามรายละเอียดการร่วมทุนได้ที่เว็บไซต์ https://opengrant.thaihealth.or.th และเฟซบุ๊กแฟนเพจ “สร้างสรรค์โอกาส”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี