จากเด็กที่ฝึกจาก YouTube สู่นักบาสทีมชาติไทย  ‘จูเนียร์ อิมานุเอล’ นักศึกษา DPU บนเส้นทางยัดห่วงเอเชียที่มองโกเลีย ควบคู่การเรียน

จากเด็กที่ฝึกจาก YouTube สู่นักบาสทีมชาติไทย ‘จูเนียร์ อิมานุเอล’ นักศึกษา DPU บนเส้นทางยัดห่วงเอเชียที่มองโกเลีย ควบคู่การเรียน

วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.37 น.

จากเด็กที่ฝึกจาก YouTube สู่นักบาสทีมชาติไทย  ‘จูเนียร์ อิมานุเอล’ นักศึกษา DPU บนเส้นทางยัดห่วงเอเชียที่มองโกเลีย ควบคู่การเรียน

ในโลกของกีฬาที่โครงสร้างและโอกาสไม่ได้เริ่มต้นอย่างเท่าเทียม นักกีฬาหลายคนต้องใช้มากกว่าความสามารถเพื่อยืนอยู่ในระบบการแข่งขันได้อย่างมั่นคง


“อิมานุเอล ชิเนดุ เอเจสุ” หรือ “จูเนียร์” คือหนึ่งในนักกีฬาที่ไม่ได้เติบโตมากับเส้นทางสำเร็จรูป หากแต่ค่อยๆ สร้างตัวตนขึ้นมาจากศูนย์ ผ่านวินัย การเรียนรู้ และการตัดสินใจที่ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยง

จูเนียร์เป็นลูกครึ่งไนจีเรียที่เกิดและเติบโตในไทย แม้จะมีช่วงเวลาหนึ่งที่ย้ายไปใช้ชีวิตที่ประเทศไนจีเรีย แต่สภาพแวดล้อมที่ไม่ได้เอื้อต่อการพัฒนากีฬาบาสเกตบอลอย่างจริงจัง กีฬาชนิดนี้จึงไม่เคยอยู่ในแผนชีวิตของเขามาตั้งแต่ต้น

จนกระทั่งโควิด-19 เข้ามาทายทัก ขณะอายุราว 16–17 ปี โลกเกิดล็อกดาวน์จนต้องหยุดชะงัก ชีวิตของเด็กหนุ่มกลับเริ่มขับเคลื่อนไปข้างหน้า

“ตอนอยู่ที่ไนจีเรีย ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องบาสเลยครับ สนามก็ไม่ได้มีให้เล่นจริงจัง เมืองที่อยู่มันไม่ได้เอื้อ แต่พอกลับมาไทยช่วงโควิด อยู่บ้านเหงาๆ ลุงเลยพูดขึ้นมาว่า ตัวสูงขนาดนี้ทำไมไม่ลองไปเล่นบาสดู พ่อเขาก็สนับสนุน ผมเลยลอง ลองแบบไม่ได้คิดอะไรไปไกล” จูเนียร์ย้อนความทรงจำ จากการลองเล่นเพียงเพื่อฆ่าเวลา กลายเป็นความสุข ความสนุกและเป็นนักกีฬาบาสดาวรุ่งเบอร์ต้นเมืองไทย

เริ่มต้น Quarter แรกจากศูนย์  ใช้ YouTube เป็นห้องเรียนบาส

เมื่อตัดสินใจจริงจังกับบาสเกตบอลจูเนียร์เล่าว่า เขาไม่มีทั้งโค้ชส่วนตัวหรืออะคาเดมีรองรับแบบคนทั่วไป สิ่งเดียวที่มีคือสมาร์ตโฟนพ่วงด้วยอินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือเชื่อมต่อกับความกระหายใคร่รู้ YouTube จึงเป็นพื้นที่การเรียนรู้แรกที่เขาใช้ศึกษาทุกอย่าง ตั้งแต่ท่าทางพื้นฐาน การเคลื่อนไหว ไปจนถึงวิธีคิดของผู้เล่นระดับสูง

“ผมดูจาก YouTube อย่างเดียวเลยครับ ดูว่าเขาซ้อมกันยังไง เคลื่อนตัวยังไง แล้วก็เอามาลองทำเอง ฝึกเดาะลูก ฝึกเดินเท้า ฝึกทุกอย่างที่คนเก่งๆ เขาทำ คืออยากรู้ว่าคนเก่งๆ เขาเล่นกันยังไง”

ตลอดในช่วง 6 เดือนแรก ชีวิตของจูเนียร์เลยมีแต่ลูกบาสสีส้ม เวลาทั้งหมดถูกอุทิศเพื่อสร้างรากฐานให้แน่น แทนการรีบร้อนกระโดดเข้าสู่สนามแข่งขันจริง เพราะถึงแม้จะมีแต้มต่อด้านสรีระที่สูงใหญ่กว่าผู้เล่นในรุ่นเดียวกัน แต่เขาเข้าใจดีว่านั่นไม่ใช่คำตอบสุดท้าย

“เล่นบาสไม่ใช่แค่ใช้พลัง แต่ต้องใช้ความคิดและจังหวะด้วย” จูเนียร์ อธิบายพร้อมรอยยิ้มแบบคนเข้าใจวิถีบาส ซึ่งต้องอาศัยทั้งชั้นเชิงในเกมบุก ความแข็งแกร่งในเกมรับ และการอ่านจังหวะเข้าแต้มทำที่เหมาะสม

ปรัชญาจากลูกกลมเกลี้ยงยังกลิ้งเป็นบทเรียนและแรงใจสำคัญที่จูเนียร์นำมาปรับใช้กับชีวิตนอกสนาม โดยเฉพาะในช่วงที่โชคชะตาเล่นตลกหวังสกัดเขาด้วยอาการไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลัน บีบให้ต้องวางลูกบาสแล้วหันหน้าเข้าสู่เตียงผ่าตัด จนต้องพักยาวกว่าสองเดือน

“ร่างกายอ่อนแรงไปหมด แต่ช่วงนั้นทำให้ผมเข้าใจว่าบาสเกตบอลสอนมากกว่าการใช้แรง มันสอนให้เรารู้จักอดทน รู้ว่าตอนไหนควรเร่ง ตอนไหนควรรอ หลังจากหาย ผมตัดสินใจหาโค้ชฝึกสอนและดรอปเรียนหนึ่งปีเพื่อทุ่มให้กับบาสเต็มที่ และไม่เคยเสียดายเลย เพราะวันนี้ผมได้อะไรหลายอย่างมาก ทั้งความคิดที่โตขึ้น การเล่นในลีกระดับเอเชีย เงินเดือนและทุนการศึกษาเรียนฟรี”

ไฟเขียวสนามอาชีพ จากบาสเดินสาย สู่ Center ที่เข้าใจเกม

ทันทีที่ร่างกายส่งสัญญาณว่าแข็งแรงพอจะกลับมาลุยในสนาม จูเนียร์ไม่รอช้าที่จะพิสูจน์ศักยภาพในสังเวียนจริง ผ่านการแข่งขันบาสเกตบอล 3x3 เดินสายตามต่างจังหวัด ควบคู่ไปกับการปะทะฝีมือในลีกที่มีชาวต่างชาติกลางกรุงเทพฯ เก็บเกี่ยวชั่วโมงบินและเรียนรู้เกมจากสถานการณ์จริง

จากเดิมที่เคยมีส่วนสูงกว่า 1.90 เมตร  ร่างกายของจูเนียร์ค่อยๆ พัฒนา จนขยับขึ้นมาแตะ 2.03 เมตร พร้อมๆ กับการเติบโตของความสามารถในการเล่นและความเข้าใจเกมที่ลึกขึ้นกว่าเดิม ชื่อจูเนียร์ก็เริ่มเป็นที่กล่าวขานของโค้ช ไม่ใช่เพียงในฐานะ Center แบบเดิมๆ แต่ในฐานะผู้เล่นที่อ่านเกมได้เฉียบคม และรู้จักบทบาทของตัวเองในระบบทีม

“ผมเป็นคนตัวใหญ่ เล่นตำแหน่ง Center หน้าที่หลักก็จะเป็นพวกเซ็ตสกรีน รีบาวด์ เก็บบอล และถ้าจังหวะมันเปิด ผมก็ขยับออกมายิงสามแต้มได้ หลักๆ ผมพยายามเล่นให้ง่าย ทำหน้าที่ของตัวเองให้ชัด ไม่ฝืนยิง ไม่ฝืนเล่นอะไร แล้วก็ทำทางให้เพื่อน”

และด้วยผลงานที่สม่ำเสมอ ด้วยสไตล์การเล่นเพื่อทีม ตลอดจนความมุ่งมั่นและวินัยที่ไม่เคยออกนอกลู่นอกทาง ในที่สุดจูเนียร์ก็ได้เซ็นสัญญาอาชีพฉบับแรกกับทีม เจ้าพระยา ธันเดอร์ส ในลีก TBL (ปัจจุบันใช้ชื่อว่า ไทยแลนด์บาสเกตบอลลีก) ก่อนจะก้าวเข้าสู่สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการบาสไทยอย่าง Hi-Tech Thai หรือ สิงห์ทุ่งครุ พร้อมโยนใบแจ้งเกิดให้กับตัวเองบนเวที Thailand Open ด้วยการคว้า Best Center บาสเกตบอลไทยลีก 2024 จนกระทั่งได้รับเลือกเป็นหนึ่งในขุนพลทีมชาติไทย ลุยศึกซีเกมส์ 2025 และพาทีมคว้ารางวัลรองชนะเลิศให้กับประเทศไทย

“ต้องขอบคุณทางไฮเทค เขาเหมือนติดปีกให้ผม เพราะตอนนั้นอายุ 18-19 เอง ยังเป็นเด็กมาก นอกจากช่วยเรื่องสัญญาเดิมที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ทีมยังมีพี่ๆ ที่เล่นทีมชาติหลายคนให้ผมได้เห็น ได้เรียนรู้ทุกวัน เขายังให้โอกาสให้เวลาได้ลงจากชุดเล็กมาชุดใหญ่ จนจากเด็กที่ไม่กล้าสบตาโค้ชเพราะความกดดัน หนีไม่ไปคัดตัวทีมชาติ ผมก็กล้าที่จะก้าวเข้าไปพิสูจน์ตัวเองจนมีวันนี้”

เป้าหมายที่ไกลกว่าเดิม บนเส้นทางนักกีฬา Import  คือ Going Pro ระดับเอเชีย

หลังจบซีเกมส์ ผลงานอันโดดเด่นของ “จูเนียร์” ยังคงเป็นที่จับตามองในวงการกีฬา โดยเฉพาะสโมสร SG APES จากประเทศมองโกเลีย ส่งผลให้เขาได้รับโอกาสครั้งสำคัญในการไปเล่นลีกอาชีพที่ขึ้นชื่อเรื่องความดุดันของเกมยัดห่วง ผ่านโควตาผู้เล่นนำเข้าอาเซียน โดยเป็นการย้ายทีมในรูปแบบการซื้อตัวจาก Hi-Tech พร้อมสัญญาระยะเวลา 7 เดือน

ปัจจุบันในวัยเพียง 21 ปี ลงสนามไปแล้ว 3 นัด พาสังกัดใหม่เก็บชัยชนะไปได้ถึง 2 เกม นอกจากนี้ยังครองสถิติผู้เล่นอายุน้อยที่สุดในทีมที่สู้กับรุ่นใหญ่ และเป็นหนึ่งในนักบาสไทยที่ได้ไปวาดลวดลายในลีกต่างประเทศ

จูเนียร์บอกเล่าด้วยน้ำเสียงกระปรี้กระเปร่าถึง ‘ห้องเรียนขนาดใหญ่ห้องใหม่’ ที่มองโกเลีย เปิดโอกาสให้เขาได้สัมผัสกับระบบการจัดการและมาตรฐานระดับสากล โดยเฉพาะการรับหน้าที่ตำแหน่ง Center ภายใต้ระบบทีมที่แข็งแกร่งซึ่งมีผู้เล่นสลับสับเปลี่ยนกันลงทำหน้าที่อย่างลงตัว “เหมือนมีจูเนียร์สองคนสลับกันเล่น” ทำให้เขาสามารถทุ่มเทพลังได้เต็มที่ทุกนาที นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสล้ำค่าที่ช่วยทั้งขัดเกลาฝีมือ และยกระดับประสบการณ์ของตนเองให้รุดหน้า สู่เป้าฝันที่วางไว้ว่าจะเล่นในลีกชั้นนำบนสนาม Chinese Basketball Association (CBA) ของจีน หรือไม่ก็ NBA

“ก็จะทำให้เต็มที่ครับ” จูเนียร์ย้ำสั้นๆ แต่ความหมายชัดเจนว่าเขาให้เกียรติกับทุกโอกาสที่ได้รับ ไม่ว่าจะเป็นบทบาทนักกีฬาอาชีพในสนาม หรือบทบาทนักศึกษาในรั้ว วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU-IC) เพราะกราฟชีวิตที่กำลังพุ่งทะยาน จำเป็นต้องมีรากฐานความรู้ที่แข็งแกร่งรองรับควบคู่

"แรก ๆ ก็เครียดเหมือนกัน กลัวว่าจะหลุดออกจากระบบ เพราะเรามีหน้าที่ทีมชาติที่เลี่ยงไม่ได้ ต้องเก็บตัว ต้องแข่ง" จูเนียร์เล่าถึงความกังวลที่เคยผ่านเข้ามาในหัว หลังสิ้นเสียงนกหวีดในสนาม

“แต่อาจารย์ที่ DPU โดยเฉพาะอาจารย์ศรัจจันทร์ พลอยบุศต์ และ อาจารย์ Phanit Phea จาก วิทยาลัยนานาชาติ ทั้งสองท่านเข้าใจ  แต่ก็ไม่อยากให้ผมทิ้งการเรียน ช่วยวางแผนในแต่ละเทอมควรทำยังไง ส่งงาน ติดตามงานแบบไหนถึงยังเรียนได้ดี”

จูเนียร์ ยังขยายความพร้อมรอยยิ้ม เพราะรูปแบบการเรียนที่ถูกปรับโจทย์ใหม่ให้สอดรับกับวิถีชีวิตนักกีฬาอาชีพ ตั้งแต่การส่งคลิปวิดีโออธิบายเนื้อหาแทนเล่มรายงาน ไปจนถึงการทำโปรเจกต์วิเคราะห์ธุรกิจที่ประยุกต์จากประสบการณ์จริงบนสนามแข่ง

กระบวนการเหล่านี้ยังเป็นมากกว่าการเรียนรู้ในตำรา แต่ได้หล่อหลอมให้เขาแกร่งและเป็น ‘ศัตรูตัวฉกาจของอุปสรรค’  จากการรู้จักแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและแบกรับความรับผิดชอบในเงื่อนไขชีวิตที่แตกต่าง ขณะเดียวกันก็ยังเพาะบทเรียนเรื่องความยุติธรรม รวมถึงการยอมรับในตัวตนที่ช่วยสร้างพลังบวกหล่อเลี้ยงทั้งกายและใจให้ไปสู้ศึกในสนาม

“อาจารย์ Phanit ทำให้ผมมองโลกนี้ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ขอให้ได้ลองทำ  ส่วนอาจารย์ศรัจจันทร์คอยหาวิธีแก้ คอยติดตามผลงานตลอด พอผมได้แชมป์หรือได้ MVP ท่านก็จะส่งรูปยินดีลงในกลุ่มเรียนหรือทางเพจ ทำให้รู้สึกว่ามหาวิทยาลัยมองเห็นค่าในสิ่งที่เราทำ และพร้อมจะซัพพอร์ตนักศึกษาเสมอ” จูเนียร์ เปิดใจ

ความใส่ใจในระดับบุคคลที่ได้รับ กลายเป็นความผูกพันที่ทำให้จูเนียร์มักมีของฝากติดมือมามอบให้อาจารย์ทุกครั้งที่กลับจากต่างประเทศ โดยเขาบอกเล่าว่าสิ่งเหล่านี้คือคำขอบคุณเล็กๆ น้อยๆ ที่มีต่อสถาบัน เพราะหากไม่มีอาจารย์ที่ช่วยวางแผนและประคับประคอง ‘ความฝันทางการศึกษา’ เอาไว้ให้ตั้งแต่ต้น การจะเดินต่อบนเส้นทางนักกีฬาอาชีพควบคู่ไปกับการเรียนก็คงเป็นเรื่องยากลำบากสำหรับเขาไม่น้อย

เรื่องราวของ “จูเนียร์” อิมานุเอล ชิเนดุ เอเจสุ อาจไม่ได้เป็นเส้นทางที่ราบเรียบ หากแต่เป็นการเติบโตในจังหวะที่แตกต่างออกไปจากกรอบปกติ และในโลกที่เส้นทางชีวิตไม่ได้มีเพียงรูปแบบเดียว การมีพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ใครบางคนได้ “ไปต่อในแบบของตัวเอง” อาจเป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้พรสวรรค์หรือความสามารถใดๆ

“หลายอย่างที่ผมมาถึงตรงนี้ได้ ก็เพราะมีคนคอยแนะนำและคอยเตือนอยู่ตลอด ผมเลยพยายามไม่ดื้อ เปิดใจรับฟัง และทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ที่สำคัญที่สุดผมคิดว่าคือ การรู้จักถ่อมตัว ผมเชื่อเสมอว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า ไม่ว่าเราจะเก่งแค่ไหน หรือต่อให้เรามีทักษะดีกว่าคนอื่นในบางจุด แต่ประสบการณ์และความคิดของรุ่นพี่หรือโค้ชก็ยังเป็นสิ่งที่ผมต้องเรียนรู้จากเขาอยู่ดี การที่ผมไม่เดินคนเดียว แต่ยอมให้คนรอบข้างช่วยผลักดัน คือสิ่งที่ทำให้ผมก้าวมาได้ไกลถึงขนาดนี้ครับ”

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top