วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569
32 ปี TSPCA ความประทับใจในการช่วยเหลือสัตว์
19 มกราคม 2569 เมื่อกล่าวถึงองค์กรภาคเอกชน (NGOs) ในประเทศไทย ที่ดูแลยับยั้งปัญหาการทารุณกรรมและการพัฒนาสวัสดิภาพสัตว์ มาอย่างยาวนาน เกือบ 32 ปีและมีผลงานโดดเด่นที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันจนเกิด พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 ซึ่งเป็นกฎหมายปกป้องการทารุณกรรมและการพัฒนาสวัสดิภาพสัตว์ฉบับแรกของไทย หลายคนคงคุ้นชื่อ TSPCA
ดร.สาธิต ปรัชญาอริยะกุล เลขาธิการและผู้อำนวยการสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA)และคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์เปิดเผยว่า TSPCA (Thai Society for the Prevention of Cruelty to Animals) หรือสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย เป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ไม่แสวงหากำไร มุ่งเน้นการคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์และยุติการทารุณกรรมสัตว์ในประเทศไทย ก่อตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2537 โดยมีคุณมีชัย วีระไวทยะ เป็นนายกสมาคมคนแรกและปัจจุบันมีคุณธีระพงศ์ ปังศรีวงศ์ เป็นนายกสมาคมฯ
โดย TSPCA มีความร่วมมือระดับสากลคือเข้าเป็นภาคีสมาชิกของราชสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศอังกฤษ (RSPCA) ในปี พ.ศ. 2540 และเป็นสมาชิกขององค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ในปี พ.ศ. 2558 ร่วมมือระดับประเทศ เช่น กับสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) โรงเรียน วัด และหน่วยงานราชการ องค์กรภาคเอกชน กว่า 90 แห่ง และประชาชนผู้รักสัตว์ในการผลักดัน การแก้ไขปัญหา รณรงค์ปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนรักและเมตตาสัตว์อย่างรับผิดชอบ ส่งเสริมการจัดสวัสดิภาพสัตว์ให้เหมาะสมตามประเภทและชนิดของสัตว์ ดำเนินการทางกฎหมายและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันการทารุณกรรมสัตว์
ปัจจุบัน TSPCA ได้ดำเนินโครงการต่างๆ เช่น โครงการเผยแพร่เนื้อหากฎหมายและวิธีใช้ พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 โครงการการจัดสวัสดิภาพสัตว์จรจัดในสถานสงเคราะห์สัตว์ โครงการยุติการจับสัตว์ในธรรมชาติเพื่อปล่อยและการปล่อยสัตว์ในพื้นที่สาธารณะ โครงการการพัฒนาคุณธรรมด้านความเมตตากรุณาต่อสัตว์อย่างรับผิดชอบ “รักสัตว์ในโรงเรียนและลูกเสือสวัสดิภาพสัตว์” เป็นต้น
ด้าน ดร.น.สพ.อลงกรณ์ มหรรณพ กรรมการสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA) กล่าวถึงความประทับใจในการดูแลรักษาสัตว์ เช่น การรักษาช้าง ว่า ช้างเป็นสัตว์ขนาดใหญ่แต่เป็นสัตว์ที่มีวิวัฒนาการจากอดีตจนถึงปัจจุบันที่น่าสนใจโดยเฉพาะการดำรงชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน เชื่อว่าความฉลาดหรือการพัฒนาของสมองอยู่ในระดับเดียวกับ ชิมแปนซี โลมาและวาฬ ดังนั้นช้างสามารถเรียนรู้จากการสอนของมนุษย์ได้ โดยในอดีตควาญช้างสามารถเข้าไปคล้องช้างป่าและนำมาฝึกให้เป็นช้างบ้านเพื่อใช้เป็นช้างศึก ช้างงาน ช้างเลี้ยงได้ และการเลี้ยงจะอยู่กับควาญช้างจนสิ้นอายุขัยคือประมาณ 60-70 ปี แต่ก็มีช้างเลี้ยงบางเชือกอาจอายุยืนถึง 100 ปี
ความมหัศจรรย์ของช้างประการหนึ่งคืองวงช้างเป็นอวัยวะพิเศษ กล่าวคือเป็นส่วนที่ยื่นยาวออกมาของจมูก และริมฝีปากบนประกอบไปด้วยกล้ามเนื้อใหญ่น้อย ประมาณ 100,000 มัด หล่อเลี้ยงด้วยเส้นเลือดและเส้นประสาท นอกจากเป็นอวัยวะหายใจแล้ว ยังสามารถใช้ ดูด ดม พ่น จับ เคาะ เหวี่ยง สะบัดกระแทก กด ดัน โยน ฟาด หยิบ โน้ม ถู ในการดูแลตรวจสุขภาพฉีดยาช้าง สัตวแพทย์ต้องเข้าไปปฏิบัติงานใกล้ชิดกับช้าง โดยต้องอาศัยควาญช้างเป็นผู้ควบคุมช้างให้อยู่ในคำสั่ง โดยเฉพาะการยืนอยู่นิ่งๆ ถ้าไม่มีควาญช้างห้ามเข้าใกล้ช้างโดยเด็ดขาด เมื่อหมอเข้าไปตรวจช้างช้างจะใช้งวงเข้ามาดมกลิ่นเป็นอันดับแรก ส่วนใหญ่เมื่อได้กลิ่นตัวหมอแล้วจะยืนนิ่งให้ตรวจโดยดีเท่าที่สังเกต ช้างเชือกไหนที่เคยสัมผัสกับตัวหมอ มักจะยอมให้เข้าใกล้โดยดีในครั้งถัดๆไป การตรวจสุขภาพมักจะใช้มือสัมผัสตั้งแต่งวงถึงหาง โดยสอบถามควาญช้างเป็นระยะๆ บางครั้งก็ดุด่าควาญช้าง ในกรณีถ้าช้างเชือกนั้นมีบาดแผลที่เกิดจากของมีคมและมีเลือดออก การใช้มือสัมผัสกับตัวช้างเพื่อตรวจอวัยวะต่างๆ
การใช้เสียงดังในการดุด่าควาญช้าง ตลอดจนการเรียกชื่อช้างและการให้สัญญาณเพื่อจะฉีดยาช้าง การบอกช้างให้ยืนนิ่งๆ สิ่งเหล่านี้ช้างสามารถจำได้หมด ยิ่งไปกว่านั้นช้างยังสามารถจำเสียงรถยนต์จำกลิ่นกระเป๋าใส่ยาหรือเสียงตะโกน ฯลฯ เมื่อดำเนินการตรวจสุขภาพและให้ยา ไม่ว่าจะเป็นยาฉีดหรือยากิน ช้างจะปฏิบัติตัวได้อย่างดี ไม่ดื้อหรือทำร้ายหมอ เช่นใช้งวงฟาด หรืองากระแทก เป็นต้น
ในอดีตที่ผ่านมา ตอนเกิดปัญหาช้างเร่ร่อน ช่วงปี พ.ศ. 2525 ถึง 2550 โดยเฉพาะตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 ที่รัฐบาลสั่งปิดป่าทั่วประเทศ ช้างตกงานทั้งประเทศทำให้เกิดปัญหาช้างเร่ร่อน บางเดือนในกรุงเทพฯ เจอช้างเร่ร่อนถึง 70 เชือก ซึ่งตอนนั้นยังรับราชการอยู่ยังมีแรงพอที่จะจัดการกับปัญหาเรื่องโรค เรื่องอุบัติเหตุได้ทั้งหมด ก็ใช้วิธีเข้าสัมผัสกับตัวช้างโดยมีควาญช้างเป็นผู้ช่วย คอยดูแลเรื่องความปลอดภัย ต่อมาช้างก็ทยอยกลับบ้านเกิด โดยเฉพาะหลังจากพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 ประกาศใช้ โดยการผลักดันของ TSPCA และองค์กรเครือข่ายที่เป็นพันธมิตรช้างแทบทุกเชือกเดินทางกลับสู่บ้านเกิดทั้งหมด
คุณหมอ ดร. อลงกรณ์ ยังกล่าวต่ออีกว่า หลังจากปี พ.ศ. 2554 จึงใช้เวลาว่างเดินทางไปตรวจรักษาช้างที่จังหวัดสุรินทร์และจังหวัดบุรีรัมย์ เดือนละครั้ง พบว่านิสัยของช้างที่เคยได้รับการฉีดยาสามารถจำตัวหมอได้ทุกเชือกและที่แปลกอีกประการหนึ่งก็คือช้างพังที่ตกลูกออกมา ลูกก็มีนิสัยค่อนข้างเรียบร้อย หมอสามารถเข้าไปตรวจสุขภาพได้โดยง่าย ต้องขอบคุณคณะกรรมการ TSPCA และคุณธีระพงศ์ ปังศรีวงศ์ นายกสมาคมฯ ที่ให้การสนับสนุน ยาและเวชภัณฑ์และอื่นๆ ในการรักษาช้างเรื่อยมา
จากการดูแลช้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 จนถึงปัจจุบัน ผ่านการใช้เข็มฉีดยาไปทั้งสิ้นประมาณ 38,000 ชิ้นในการดูแลช้างประมาณ 2,000 เชือก สาเหตุที่ใช้เข็มฉีดยาจำนวนมากก็เนื่องจาก สูตรยารักษาช้างที่คิดสูตรส่วนผสมขึ้นมาเองนั้น จะคำนึงถึงความปลอดภัยต่อสัตว์เป็นหลัก โดยเฉพาะช้างนั้น ในอดีตเคยใช้ยาปฏิชีวนะ แต่ต่อมาก็ค้นหาตัวยาที่มาแทนที่ จนยกเลิกยาปฏิชีวนะไปได้เกือบหมด ยกเว้นในรายที่จำเป็นต้องใช้จริงๆ จึงเป็นที่มาของหมอว่า ถ้าควาญช้างขอความช่วยเหลือเข้ามาอย่างน้อยช้างต้องโดนฉีดยา 1 เข็ม ในช่วงหลังปี พ.ศ. 2554 จนถึงปัจจุบันเดินทางไปจังหวัดสุรินทร์ และบุรีรัมย์ เดือนละครั้งจำเป็นต้องให้ยาป้องกันโรคติดต่อทุกเชือก ทุกเชือกก็ต้องฉีดยา 1 เข็มถ้ามา 1 ปี ก็ถูกปักก้น 12 ครั้ง เป็นอย่างน้อย การปฏิบัติแบบนี้ตั้งแต่ตรวจสุขภาพจนถึงการปักเข็มฉีดยา ทำให้ช้างรับรู้ว่ามนุษย์คนนี้ทำให้มันเจ็บก้น แต่ชีวิตมันเองก็จะปลอดภัยแข็งแรง จนเดี๋ยวนี้แทบจะคุยกับคนไข้หรือช้างรู้เรื่อง พูดง่ายๆ คือ ช้างกับหมอคุยภาษาเดียวกัน สิ่งต่างๆ ที่กระทำต่อตัวช้างนั้น ช้างจะตอบสนองต่อหมอในเชิงบวก เป็นความประทับใจที่เกิดขึ้น แม้แต่สัตว์เองยังรู้ถึงบุญคุณที่ช่วยให้มันแข็งแรง ดำรงชีวิตด้วยความปกติสุข สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ Zoo and Wild Animal Medicine 1 เล่ม และ Grzimek's Animal Life Encyclopedia 17 เล่ม
32 ปี TSPCA จึงเป็นองค์กรที่ช่วยเหลือสัตว์ต่างๆ นานา ไม่ว่าสัตว์เล็กหรือสัตว์ใหญ่ เช่น สุนัข แมว กระต่าย เต่า นก หรือ ช้าง เป็นต้น ที่ต้องการเห็นสวัสดิภาพสัตว์ที่ดี ยุติปัญหาการทารุณกรรมสัตว์อันไม่สมควร และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยต่ออารยะประเทศ ไม่ให้เกิดข้ออ้างในการกีดกันทางการค้าและด้านอื่นๆ ต่อประเทศไทย และแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เพื่อสาธารณโยชน์ ที่สำคัญคือการยกระดับจิตใจของคนในประเทศไทยให้มีความเมตตากรุณาต่อสัตว์อย่างรับผิดชอบ ต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี