วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ประชาสัมพันธ์
ถ้าเวนคืนกรมธรรม์ เราจะได้เบี้ยประกันชีวิตคืนครบไหม ?

ถ้าเวนคืนกรมธรรม์ เราจะได้เบี้ยประกันชีวิตคืนครบไหม ?

วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569, 18.00 น.
Tag : เบี้ยประกันชีวิต เวนคืนกรมธรรม์
  •  

คำถามคลาสสิกที่มักเกิดขึ้นเมื่อผู้เอาประกันเริ่มรู้สึกว่า “ส่งต่อไม่ไหว” หรือ “ไม่จำเป็นต้องมีความคุ้มครองแล้ว” คือการตัดสินใจ “เวนคืนกรมธรรม์” เพื่อขอรับเงินสดกลับคืนมา แต่ความจริงที่น่าตกใจและมักสร้างความผิดหวังให้กับผู้ถือกรมธรรม์จำนวนมาก คือตัวเลขของเงินที่ได้รับคืนนั้น มักจะ “น้อยกว่า” เบี้ยประกันชีวิตที่จ่ายไปทั้งหมด โดยเฉพาะในช่วงปีแรก ๆ ของสัญญา

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ? เงินหายไปไหน ? หากต้องการเข้าใจเรื่องนี้อย่างถ่องแท้ จำเป็นต้องมองทะลุผ่านตารางผลประโยชน์ ไปสู่โครงสร้างเบี้ยประกันชีวิตและหลักคณิตศาสตร์ประกันภัยที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง


1. เบี้ยประกันไม่ใช่เงินฝากธนาคาร

ความเข้าใจผิดอันดับหนึ่งคือการมองว่าเบี้ยประกันชีวิตคือการ “ฝากเงิน” แต่ในทางคณิตศาสตร์ประกันภัย เบี้ยประกันที่จ่ายเข้ามา (Gross Premium) จะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักทันทีที่บริษัทได้รับเงิน:

  • ส่วนที่ 1: ต้นทุนความคุ้มครอง (Cost of Insurance - COI): นี่คือ "ค่าสินค้า" ที่แท้จริง บริษัทต้องหักเงินส่วนนี้ไปรวมในกองกลางเพื่อเตรียมจ่ายสินไหมมรณกรรมให้กับผู้ที่จากไปก่อนวัยอันควร ยิ่งอายุมาก หรือมีความเสี่ยงสูง ส่วนนี้จะยิ่งแพงขึ้น เงินส่วนนี้คือ "เบี้ยทิ้ง" เพื่อแลกกับการโอนความเสี่ยง
  • ส่วนที่ 2: ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (Expenses & Acquisition Costs): ค่าคอมมิชชันตัวแทน ค่าธรรมเนียมการพิจารณารับประกัน (Underwriting) ค่าออกกรมธรรม์ และค่าบริหารจัดการ ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้มักจะถูกคิดแบบ "Front-loaded" หรือหนักมากในช่วงปีแรกๆ ของสัญญา
  • ส่วนที่ 3: เงินออมลงทุน (Cash Value Accumulation): เงินส่วนที่เหลือจากสองข้อแรก จึงจะถูกนำไปลงทุนเพื่อให้งอกเงยกลายเป็น “มูลค่าเวนคืนเงินสด” (Cash Surrender Value)

ดังนั้น เมื่อเวนคืนกรมธรรม์ เงินที่ได้รับคืนคือส่วนที่ 3 เท่านั้น ส่วนที่ 1 และ 2 ได้ถูกใช้ไปแล้วเพื่อสร้างความคุ้มครองและกระบวนการทางธุรกิจในช่วงเวลาที่ผ่านมา

2. กับดักของเวลาและจุดคุ้มทุน 

ในทางคณิตศาสตร์ประกันภัย กรมธรรม์ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์หรือแบบตลอดชีพ ถูกออกแบบมาเพื่อถือครองระยะยาว กราฟของมูลค่าเวนคืนจะเริ่มต้นจากศูนย์หรือต่ำมากในปีที่ 1-2 เพราะถูกหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานไปเกือบหมด และจะค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นตามระยะเวลา

หากถามว่าจะได้คืนครบไหม? คำตอบขึ้นอยู่กับ "จุดคุ้มทุน" ซึ่งแตกต่างกันไปตามประเภทกรมธรรม์:

  • แบบสะสมทรัพย์ระยะสั้น (Savings/Endowment): จุดคุ้มทุนอาจจะอยู่ที่ประมาณปีที่ 10-15 หรือใกล้ครบสัญญา
  • แบบตลอดชีพ (Whole Life): จุดคุ้มทุนอาจใช้เวลานานถึง 15-20 ปี หรือบางเล่มอาจจะไม่คุ้มทุนเลยในแง่ของตัวเงินสด เพราะเน้นความคุ้มครองสูง (High Protection) เบี้ยส่วนใหญ่จึงเทไปที่ Cost of Insurance มากกว่าส่วนเงินออม
  • แบบชั่วระยะเวลา (Term Insurance): ไม่มีมูลค่าเวนคืนเลย เพราะเบี้ยประกันชีวิตทั้งหมดคือค่าความคุ้มครองล้วนๆ

3. ทางออกที่ดีกว่าการเวนคืน

การเวนคืนกรมธรรม์คือการ "ยกเลิกสัญญา" ซึ่งมักเป็นทางเลือกที่เจ็บปวดที่สุดทางการเงิน หากเป้าหมายคือการหยุดชำระเบี้ยประกันชีวิต แต่ยังต้องการรักษามูลค่าบางอย่างไว้ กรมธรรม์ได้ระบุสิทธิที่ชาญฉลาดกว่านั้นไว้แล้วตามหลักการเงิน:

  1. การใช้มูลค่าเงินสำเร็จ (Reduced Paid-up Insurance): หยุดจ่ายเบี้ย แต่สัญญายังคุ้มครองต่อจนครบกำหนดเดิม เพียงแต่ "ลดทุนประกันลง" ให้สมดุลกับมูลค่าเงินสดที่มีอยู่ วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่ยังอยากมีมรดกให้ลูกหลาน แม้จะลดน้อยลงบ้าง
  2. การขยายเวลาความคุ้มครอง (Extended Term Insurance): หยุดจ่ายเบี้ยประกันชีวิต ทุนประกันเท่าเดิมเป๊ะ แต่ระยะเวลาคุ้มครองจะสั้นลง (เช่น จากเดิมคุ้มครองถึงอายุ 99 อาจจะเหลือคุ้มครองต่อไปอีกแค่ 10 ปี) วิธีนี้เหมาะกับคนที่ต้องการความคุ้มครองสูงๆ ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
  3. การกู้กรมธรรม์ (Policy Loan): หากขาดสภาพคล่องชั่วคราว การกู้เงินจากกรมธรรม์ตัวเอง (โดยเสียดอกเบี้ยให้บริษัทประกัน) มักจะคุ้มค่ากว่าการปิดบัญชีแล้วไปเริ่มทำประกันใหม่ตอนอายุมาก ซึ่งเบี้ยจะแพงขึ้นมหาศาล

การเวนคืนกรมธรรม์ก่อนกำหนด เกือบ 100% ผู้เอาประกันจะ "ขาดทุน" จากเบี้ยประกันชีวิตที่จ่ายไป เพราะเงินส่วนใหญ่ได้ถูกใช้ไปเพื่อทำหน้าที่ "ป้องกันความเสี่ยง" และ "ค่าดำเนินการ" เรียบร้อยแล้ว การเวนคืนจึงเท่ากับการทิ้งสิทธิ์ประโยชน์ที่พึงได้ในอนาคต

ก่อนตัดสินใจเซ็นชื่อในใบคำขอเวนคืน ควรนำเล่มกรมธรรม์มาเปิดดูตารางมูลค่าเวนคืน เปรียบเทียบกับเบี้ยที่จ่ายไป และที่สำคัญที่สุด ควรคำนวณความเสียหายจากการสูญเสียความคุ้มครอง ที่อาจไม่สามารถซื้อกลับมาได้อีกด้วยราคาเดิมและสุขภาพเดิม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

พรรคกล้าธรรมบุกชัยภูมิ ธรรมนัส-นฤมล ประกาศสงครามพ่อค้าคนกลาง ปกป้องเกษตรกร

ศุภจี ฟุ้งชิมลางลุย 2 จว.ดูดีมาก ย้ำนโยบายภูมิใจไทยทำได้จริง

พิพัฒน์ควงศุภชัย ปราศรัยพังงา ปลุกเลือกภูมิใจไทย ปกป้องชาติอธิปไตย

สถานทูตฯออสเตรเลียเผยรับบัตรเลือกตั้ง-ประชามติคืนแล้ว 8,000 ซอง

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved