วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ไทย-เกาหลี เปิดตัวเมกะโปรเจกต์ Carbon Neutrality พลิกโฉมอุตสาหกรรมไฟฟ้าฯ ไทย สู่ “ศูนย์กลางนวัตกรรมสีเขียว” แห่งอาเซียน
11 กุมภาพันธ์ 2569 ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ประเทศไทยและสาธารณรัฐเกาหลี ได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญเพื่อขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมที่เป็นหัวใจหลักของเศรษฐกิจ โดยองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของสาธารณรัฐเกาหลี (KOICA) ร่วมกับ กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (TICA) กระทรวงอุตสาหกรรม (MIND) และสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (EEI) จัดพิธีเปิดตัวโครงการ “Thailand Triangular Cooperation for Carbon Neutrality Capacity Building in Electrical and Electronics Industry in ASEAN” อย่างเป็นทางการ ณ โรงแรม จุบีลี เพรสทีจน์ รัชดาภิเษก
โครงการนี้ถือเป็นความร่วมมือไตรภาคีที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการไทยและสมาชิกในอาเซียน ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เพื่อเตรียมความพร้อมให้อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ก้าวสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม
ภายในงานได้รับเกียรติจาก H.E. Mr. Yongmin Park เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย, Dr. Youngsuk Jun ผู้อำนวยการ KOICA Thailand, นายจุลวัจน์ นรินทรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ, นายนรุณ สุขสมาน รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม, นายณรัฐ รุจิรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และ Dr. Cheol Park ผู้จัดการโครงการ ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดและร่วมตัดริบบิ้นซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งพันธสัญญาในการร่วมกันเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมสู่เศรษฐกิจสีเขียว โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษากว่า 100 คน เข้าร่วมแสดงเจตนารมณ์
บทบาทสำคัญของสถาบันไฟฟ้าฯ จาก "ผู้ทดสอบ" สู่ "พี่เลี้ยงทางเทคนิค" ระดับภูมิภาค
นายณรัฐ รุจิรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (EEI) ได้ย้ำถึงความสำคัญของบทบาทสถาบันไฟฟ้าฯ ในเวทีเสวนาว่า "การก้าวสู่ Carbon Neutrality ไม่ใช่เพียงทางเลือกเพื่อภาพลักษณ์อีกต่อไป แต่เป็น 'ทางรอด' สำคัญของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไทยในเวทีโลก สถาบันพร้อมเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ (Strategic Partner) ร่วมกับภาคเอกชนในการปรับตัวครั้งสำคัญนี้ โดยจะมีบทบาทหลักใน 3 ด้าน ได้แก่
1. พัฒนากลุ่มผู้เชี่ยวชาญรุ่นใหม่ของประเทศ ผ่านการศึกษาดูงานและการฝึกอบรมในประเทศเกาหลีและในประเทศไทย พร้อมกับการพัฒนาหลักสูตรที่เหมาะสมกับอุตสาหกรรมของประเทศ ด้านการประเมินวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (LCA) และการออกแบบเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Eco-design)
2. ถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีไปสู่ผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมไทยและกลุ่มอาเซียน โดยร่วมกับ KOICA และกลุ่มผู้เชี่ยวชาญจัดกิจกรรมการฝึกอบรม การให้คำปรึกษา และการพัฒนาโครงการนำร่องในสถานประกอบ เพื่อสร้างขีดความสามารถในการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ทั้งของผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิต
3. ยกระดับศักยภาพในการให้บริการของสถาบัน โดยจะใช้ Advanced LCA Software และเครื่องมือทดสอบที่จะได้รับในโครงการ เพื่อให้บริการด้านการประเมินวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ให้คำปรึกษาทางเทคนิคเชิงลึก และทดสอบสารทำความเย็นหรือวัสดุรีไซเคิลอื่นๆ ต่อไป”
การเปิดตัวโครงการครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับภูมิภาค ที่ไม่เพียงแต่เน้นการพัฒนาภายในประเทศไทย แต่มุ่งหวังให้ไทยเป็นศูนย์กลางในการขยายผลองค์ความรู้ไปยังกลุ่มประเทศอาเซียน โดยเน้นการเพิ่มความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมในสังคม การสร้างบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ การให้คำปรึกษาด้านเทคนิค การสร้างฐานข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการจัดทำมาตรฐานวัสดุรีไซเคิลระดับประเทศ เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานรองรับการปรับตัวเข้าสู่อุตสาหกรรมสีเขียว
“สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่างไทยและเกาหลีในครั้งนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมไทยสามารถรักษาฐานการผลิตเดิมและขยายตลาดส่งออกใหม่ๆ ได้อย่างยั่งยืน การที่ไทยก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางด้าน Carbon Neutrality ในอาเซียน จะไม่เพียงแต่ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติที่ให้ความสำคัญกับ ESG แต่ยังเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนผ่านการเข้าถึงเทคโนโลยีที่สะอาดและปลอดภัยยิ่งขึ้น” นายณรัฐ รุจิรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันไฟฟ้าฯ กล่าวทิ้งท้าย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี